Home / Youinspire / กฎเหล็ก startup กับ Paul Graham

Back

กฎเหล็ก startup กับ Paul Graham

1 year ago

Paul Graham เป็นนักลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Startup อันโด่งดัง น้อยคนนักที่อยู่ในวงการนี้จะไม่รู้จักเขา  

 

                                                                                          ภาพจาก : flickr.com

 

เมื่อไม่นานนี้  Paul ได้นำเสนอบทความที่ชื่อ “Startups in 13 Sentences”  ออกมา โดยกลั่นกรองจากประสบการณ์ของตัวเขาเองกับเหล่า Startup   มีเนื้อหาเกี่ยวกับกฎเหล็ก Startup เพื่อให้เหล่าคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้

 

ไปดูกันครับว่ากฎที่ว่ามีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร?

 

1. Pick good cofounders : เลือกคู่หูหรือคนที่จะมาทำธุรกิจร่วมกันให้ดี ในการทำสตาร์ทอัพ คุณสามารถเปลี่ยนไอเดียได้ในระหว่างทาง หรือปรับปรุงทุกเรื่องได้อยู่ตลอด แต่การเปลี่ยนพาร์ตเนอร์อย่างผู้ที่ร่วมก่อตั้งมาด้วยกันนั้นเป็นเรื่องที่ยาก

2. Launch fast : ปล่อยออกไปให้เร็ว การรีบปล่อยสินค้าของคุณเข้าสู่ตลาดเป็นเรื่องที่จะช่วยคุณลดระยะเวลาที่ต้องเสียไป หากต้องรอระยะเวลา บางครั้งสินค้าของคุณอาจจะล้าสมัย หรือมีคู่แข่งทำไปก่อนแล้วก็ได้ ถึงแม้การเปิดตัวสินค้าควรจะใช้ระยะเวลาไม่นานนัก แต่สิ่งที่จำเป็นมากคือการนำเสนอคุณค่าหลักที่มอบให้ลูกค้า โดยยังคงต้องนำเสนอออกมาผ่านตัวสินค้าให้ได้

3. Let your idea evolve : ให้ไอเดียของคุณเติบโต ไม่ยึดไอเดียเริ่มแรกเป็นหลัก คิดค้นและพัฒนาอยู่เสมอ โดยเอาข้อมูลจากการทดสอบตลาดมาใช้

4. Understand your users : เข้าใจกลุ่มลูกค้า 

ความมั่งคั่งของสตาร์ทอัพแบ่งได้ 2 ประเภท ประเภทแรกคือ ยอดของจำนวนผู้ใช้ และประเภทที่ 2  คือ Product ช่วยแก้ Pain Point หรือช่วยให้ชีวิตของผู้ใช้ดีขึ้นแค่ไหน ซึ่งฝั่งหลังคุณสามารถควบคุมได้ง่ายกว่า แน่นอนว่าการเติบโตของจำนวนผู้ใช้นั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณทำการบ้านในประเภทที่สองได้ดีระดับไหน ดังนั้น  การเข้าใจกลุ่มลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งการสอบถาม และการมองเห็นบางสิ่งที่ผู้ใช้ขาดอยู่แต่ไม่ได้พูดออกมา ยิ่งคุณเข้าใจมากเท่าไร โอกาสของคุณก็มากขึ้นตามเช่นกัน

5. Better to make a few users love you than a lot ambivalent : พยายามให้เหล่าสตาร์ทอัพตอบสนองความต้องการทั้งหมดของผู้ใช้ที่มีศักยภาพแค่บางคน  เพราะ Paul มองว่าการขยายจำนวนคนง่ายกว่าการขยายความพึงพอใจ จึงไม่ได้เลือกจับตลาดทั้งหมดโดยการตอบสนองความต้องการบางส่วนของผู้ใช้ที่มีศักยภาพทุกคน ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากกว่า

6. Offer surprisingly good customer service : นำเสนอประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้ลูกค้าของคุณ โดยในระยะแรกสตาร์ทอัพบางเจ้ายอมลงทุนกับการทำ Customer Service เพื่อให้ลูกค้าประทับใจ

7. You make what you measure : ผลงานที่ดีต้องวัดได้ ข้อมูลที่ได้จากการวัดผลมานั้นจะเป็นประโยชน์มากสำหรับการพัฒนาสินค้าของคุณ คุณจะเห็นภาพชัดมากขึ้นว่าส่วนไหนควรเพิ่ม หรือควรลด ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการทำงาน กระบวนการผลิต ฯลฯ

8. Spend little : สตาร์ทอัพส่วนใหญ่มักจะล้มเหลวก่อนจะสร้างสินค้าเสร็จ และเหตุผลหลักๆเลยก็คือถังแตกนั่นเอง ดังนั้น การใช้จ่ายที่น้อยและทำซ้ำได้จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องกว่า

9. Get ramen profitable : การทำกำไรแบบราเมน เป็นการทำกำไรที่เพียงพอต่อการจ่ายผลตอบแทนผู้ก่อตั้งได้ โดยเปรียบเสมือนการที่สามารถมีมาม่าหรือราเมนกินประทังชีวิตได้ มันอาจจะไม่ใช่โมเดลธุรกิจที่รวดเร็ว แต่นักลงทุนกลับสนใจ เพราะเปรียบเสมือนเป็นขวัญกำลังใจ Passion ของผู้ก่อตั้งนั่นเอง

10. Avoid distractions : โฟกัสกับเป้าหมายหลัก อย่าวอกแวก คุณจะถูกรบกวนจากคนหลายๆคนที่จะคอยมาเปลี่ยนสิ่งที่คุณกำลังทำ

11. Don’t get demoralized : กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ การเริ่มต้นสตาร์ทอัพไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน ต้องพบเจออุปสรรคต่างๆ มากมายที่จะกระทบกับเงินของคุณ กระทบกับเรื่องที่คุณต้องโฟกัส สิ่งสำคัญคือ ต้องอย่าหมดกำลังใจ

12. Don’t give up : กำลังใจจะหดหายยังไง แต่คุณต้องอย่ายอมแพ้ คุณต้องประหลาดใจแน่ๆ กับการพยายามไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ของคุณในครั้งนี้ แรงเชียร์เล็กๆ น้อยอาจเพียงพอและช่วยคุณได้อย่างแน่นอน

13. Deals fall through : 1 ทักษะสำคัญที่ได้เรียนรู้จากสตาร์ทอัพ Viaweb คือการไม่ให้ความหวังกับสตาร์ทอัพ โดยเป็นความหวังที่ทำให้สตาร์ทอัพยังคงเดินต่อ แม้จะถูกปฏิเสธ และไม่ให้หลงระเริงไปกับเงินที่ Funding ได้

 

สำหรับใครที่อยากกระโดดเข้ามาสู่วงการสตาร์ทอัพ อย่าเพิ่งหมดไฟหมดกำลังใจไปก่อนกับกฎต่างๆ ที่ได้อ่านทั้ง 13 ข้อ  แต่ขอให้คิดว่าเป็นบทเรียนและคำแนะนำที่จะช่วยลดเวลาในการทำผิดพลาดจากสตาร์ทอัพของคุณ  และยังเพิ่มความเร็วในการประสบความสำเร็จให้คุณมากขึ้นด้วยครับ

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

พรภวิษย์ ผ่องใส

วัยรุ่นยุคใหม่ ผู้หลงใหลเรื่องราวทางด้านธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาตัวเอง ชอบพบปะพูดคุยกับคนหลากหลายวงการ และมีฝันเล็ก ๆ ที่อยากจะทำโรงเรียน