Home / Youinspire / “การลงทุน = ความเสี่ยง หรือ กระจายความเสี่ยง”
วรวุฒิ กิตติอุดม

Back

“การลงทุน = ความเสี่ยง หรือ กระจายความเสี่ยง”
วรวุฒิ กิตติอุดม

2 months ago

My Way  My Investment  

ลงทุนหลากสไตล์…รวยได้ทุกสายอาชีพ #4

===============

อาชีพ :   นักธุรกิจพัฒนาที่ดิน

===============

“การลงทุน = ความเสี่ยง  หรือ กระจายความเสี่ยง

วรวุฒิ กิตติอุดม

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท แม็กซิมัส เอสเตท จำกัด

===============

 

My Way My Investment  ลงทุนหลากหลายสไตล์…รวยได้ทุกสายอาชีพ  NO.4 ครั้งนี้  ทีม S2M พาเพื่อนๆ  ไปรู้จักกับ   ‘อาชีพนักธุรกิจพัฒนาที่ดิน’ 

อย่างที่เราเข้าใจกันว่าการเป็นนักธุรกิจมีทั้งเงินและธุรกิจอยู่ในมือ  ยังไงก็ง่ายกับการที่จะลงทุน แต่อย่าลืมว่ายิ่งเป็นผู้บริหารก็ยิ่งต้องแบกรับมากกว่าอาชีพหรือตำแหน่งอื่นๆ ทั้งความเสี่ยงของธุรกิจ ลูกค้า ไหนจะพนักงานในมืออีก ความรับผิดชอบมากขนาดนี้ ประสบการณ์ด้านการลงทุนของ นักธุรกิจพัฒนาที่ดิน  คุณเชง – วรวุฒิ กิตติอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท แม็กซิมัส เอสเตท จำกัด ที่จะมาแชร์ให้พวกเราได้รับรู้กันย่อมต้องไม่ธรรมดา  

 

 

แนะนำตัวและอัพเดตงานที่รับผิดชอบ

สวัสดีครับ ผมเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท แม็กซิมัสเอสเตท จำกัด  ปัจจุบันทำธุรกิจอยู่หลายธุรกิจครับ อันที่เป็นหลักเลยคือธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ทำกับเพื่อนๆ  ตอนนี้ก็พัฒนาคอนโดมิเนียมพักอาศัย  ทำเลถนนพหลโยธิน 34 ถนนเสนานิคม ชื่อโครงการแมกซ์ซี่คอนโด รัชโยธิน-พหลโยธิน34 ครับ ทำเลอยู่ใกล้สถานีเสนานิคมสายสีเขียว ซึ่งถัดจากสถานีรัชโยธิน และสถานีม.เกษตร ครับ นอกจากนี้ผมก็มีธุรกิจโรงแปรรูปไม้ยางพารา และโรงฉีดพลาสติกด้วยครับ

 

==============================

“การลงทุน

เป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันความเสี่ยงทางธุรกิจ”

==============================

 

ทำหลายธุรกิจแล้วยังเป็นนักลงทุนด้วย?

จริงๆ ผมมองการลงทุนเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันความเสี่ยงทางธุรกิจครับ ต้องมีทรัพย์สินหลายอย่างเพื่อกระจายความเสี่ยง ต้องเตรียมเงินสดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุด และลงทุนจากกองทุนหุ้น หุ้นปันผล หุ้นระยะยาว หุ้นระยะสั้น ผมมีทั้งหมดในพอร์ตครับ ก่อนหน้าที่จะมาทำอสังหาริมทรัพย์ ผมจะเน้นลงทุนในหุ้นระยะสั้นเยอะ เพราะว่ามันเป็นช่วงขาขึ้น โยกเงินจากกองทุนที่ผลตอบแทนต่ำ มาลงเล่นหุ้นระยะสั้น สำหรับกองทุน ผมเลือกที่มีผลตอบแทนไม่สูงมากนัก แต่ความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่อง เพราะการทำธุรกิจต้องสามารถโยกย้ายเงินออกมาใช้ได้บ้างบางส่วน และสุดท้ายประกันชีวิตครับเป็นเรื่องสำคัญ ผมทำทั้งครอบครัว

 

ลงทุนในหุ้น  กองทุน กับลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ ต่างกันอย่างไร?

อสังหาริมทรัพย์มันกว่าการลงทุนกองทุนเยอะครับ เวลาที่เราลงทุนในกองทุนหรือหุ้น คือให้คนอื่นมาบริหารเงินเรา แต่ถ้าลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือหมายรวมถึงธุรกิจอื่นๆ  มันคือการเอาเงินคนอื่นมาบริหารให้เขาครับ บริหารทั้งเงินและความสุขของลูกค้าที่เราทำสินค้าให้

 

==============================

 “จัดระบบความคิดให้มีระเบียบ

และจัดระเบียบความคิดให้มีระบบ

เมื่อเราจัดการมันได้ เราจะจัดสรรเวลาได้” 

==============================

 

ทำ 3 ธุรกิจพร้อมๆ กับการเป็นนักลงทุน ต้องแบ่งเวลายังไง?

อย่างโรงงาน ทั้งโรงแปรรูปไม้ยางพารา และโรงฉีดพลาสติก เราทำมา 10 กว่าปีแล้วครับ มันเป็นระบบของมันเรียบร้อยแล้ว พนักงานก็ทำตามหน้าที่ ตามออเดอร์กันไป ไม่ได้ใช้เวลาในการดูแลเยอะ แต่ถ้าย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน ก็ยากเหมือนกันที่จะทำให้เป็นระบบ ต้องคิดเสมอว่าจะพัฒนาระบบอย่างไร เพื่อให้เรามีเวลามากขึ้น จะได้เอาไปทำธุรกิจอย่างอื่นต่อ ให้เวลากับมันในช่วงแรกพอระบบที่คิดมันเข้าที่ ก็จะมีเวลามากขึ้นครับ

เรื่องของการแบ่งเวลา สำหรับผมคนเรามีเวลาเท่ากันนะครับ มันอยู่ที่ความคิด คติของผม คือการจัดระบบความคิดให้มีระเบียบและการจัดระเบียบความคิดให้มีระบบ เมื่อเราจัดการมันได้ เราจะจัดสรรเวลาได้  ผมคิดไว้เลยว่าในหนึ่งสัปดาห์ เราต้องมีเวลาให้ตัวเอง ต้องมีเวลาออกกำลังกาย และมีเวลาทำงานให้แต่ละธุรกิจ จัดสรรว่าวันนี้จะไปโรงงานไม้ วันนี้ไปโรงงานพลาสติก วันนี้ต้องมาดูโครงการที่กำลังทำ อีกวันต้องไปประชุมโครงการใหม่ เราต้องจัดสรรเวลาต่างๆ ครับ 

ด้านการลงทุนเอง อะไรที่ไม่ต้องใช้เวลาอย่างกองทุนหรือหุ้นระยะยาว ก็เลือกตัวที่อยู่ในความพอใจของเรา อยากได้ผลตอบแทนมากน้อยแค่ไหน ความเสี่ยงแค่ไหนที่สบายใจและนอนหลับมากกว่า เราเลือกได้ครับ แต่ถ้าเงินก้อนไหนหรือการลงทุนที่ต้องดูแลมีความเสี่ยงมากก็หาคนช่วยดูแลครับ

แบ่งเวลาแล้วก็ต้องแบ่งพอร์ตด้วยนะครับ อย่างธุรกิจอสังหาฯ ผมเองก็ไม่ได้ใช้เงินตัวเองทั้งหมด ลงทุนเงินส่วนหนึ่ง และใช้สถาบันการเงินด้วย ต้องแบ่งพอร์ตไปลงทุนอย่างอื่นกระจายความเสี่ยงทั้งหุ้นทั้งอสังหาฯ

 

 

หลักคิดในการทำธุรกิจของคุณเช้ง และการเป็นนักธุรกิจได้เปรียบกว่าอาชีพอื่นในการลงทุนอย่างไรบ้างคะ?

หลักคิดในการทำธุรกิจของผม  “Give before get อย่าหวังที่จะได้รับก่อนที่จะให้”  เวลาที่เราทำอะไรก็ตามถ้าเราคิดแต่ว่าเราจะได้ก่อน จะรับมาก่อน มักทำไม่ค่อยสำเร็จครับ คือเราต้องให้ก่อนครับ แบ่งเลยนะ สมมุติมี 10 ส่วน เรารับแค่ 4 แล้วให้ไป 6 ส่วนเลย ผมว่ามันสูตรที่ทำธุรกิจสำเร็จ เป็นเทคนิคที่ไม่ยากนะครับ

ส่วนจุดแข็งของคนเป็นเจ้าของธุรกิจ ผมว่ามันทำให้ผมสามารถวิเคราะห์โอกาส คู่แข่ง หรือแนวโน้มธุรกิจต่างๆ ที่ผมกำลังจะไปลงทุนหุ้นนั้นๆ ได้ครับ อย่างธุรกิจอสังหาฯ เดิมทีครอบครัวทำธุรกิจอสังหาฯ เป็นแนวราบ พวกหมู่บ้าน มาก่อนเกือบ 30 ปี เราก็เหมือนจะรู้จักอสังหาฯ ดีประมาณหนึ่ง แต่พอมาทำแนวสูง ก็ต้องทำ Marketing Research ทำสำรวจเอง ทั้งคู่เแข่ง ศักยภาพ กายภาพ พอลงสำรวจเองทั้งหมดทำให้เรามีข้อมูลมากพอที่จะอุด หรือปิดความเสี่ยงนั้นๆ ได้ เช่นเดียวกับการลงทุนหุ้นหรือกองทุน ก่อนลงทุนเราต้องศึกษาและให้เวลากับมันเพื่อศึกษาอย่างลึกซึ้ง จะได้ไม่มาโทษตัวเองทีหลังอีกว่าให้เวลาไม่มากพอ
 

==============================

 “เมื่อเงินเราลงไปปุ๊บ

มันเหมือนมีกลไกเชื่อมกัน 

สมองเราจะทำงานเองทันที”

==============================

 

มีอะไรบ้าง…อยากฝากบอกคนที่ยังไม่ได้เริ่มลงทุน

เริ่่มเลยครับ แต่ลงทุนทีละน้อย ลงทุนทีละนิด แล้วศึกษามันไปเรื่อยๆ  เวลาผิดพลาดมันจะได้ผิดพลาดน้อย แต่ถ้าสำเร็จเราจะได้ภาคภูมิใจ และสามารถที่จะกล้าขยับก้าวต่อไปได้ครับ ซึ่งก็ต้องศึกษาอย่างละเอียด เหมือนที่ผมบอกไป

แต่ถ้าถามผมจริงๆ ว่าต้องรอศึกษาให้ครบก่อนค่อยลงทุนไหม ? ผมว่าไม่ต้องนะ ลงทุนไปเลยครับ เริ่มทีละนิด เมื่อเงินเราลงไปปุ๊บ มันเหมือนมีกลไกเชื่อมกันครับ สมองเราจะทำงานเองทันที (หัวเราะ) เราจะติดตามมันศึกษามันเอง แต่ถ้าศึกษาอยู่ตลอดเวลาแล้วไม่ลงเลย เราจะไม่ได้เริ่มสักที เรามีความรู้น้อยก็ลงน้อย พอมีความรู้มากขึ้นก็ลงมากขึ้นเท่านั้นเองครับ รอศึกษาจนบรรลุ ไม่มีทางได้ลงหรอกครับ ลงเลย ทำเลย

เรียนรู้จากความผิดพลาด สำเร็จยังถือว่าไม่เก่ง ต้องล้มเหลวก่อน แต่ล้มเบาๆ เท่านั้นนะครับ…

“เงินลง สมองแล่น”  ^_^

 

สุดท้ายฝากถึง Maxxi Condo เพราะอะไรถึงน่าลงทุน?

Maxxi Condo เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เราทำ ไม่ได้แค่อยู่อาศัยได้ แต่ที่น่าลงทุนเพราะโครงการอยู่ทำเลใกล้ม.เกษตร ใกล้รถไฟฟ้าสองสาย คือสีเขียวกับสีน้ำเงินน้ำ Yeild 5-6 % พอรถไฟฟ้าวิ่งก็จะมีเรื่องของ Capital Gain ของราคาที่ดินที่ได้มาอีกด้วย สำหรับ Maxxi Condo 1 โอนปลายนี้ครับ พยายามให้ทันฉลองคริสต์มาส อาจจะมีโอนได้บางส่วนครับ สำหรับโครงการถัดไปเราก็พยายามจะขยับเข้าใกล้เมืองให้มากขึ้น ไปได้ทำเลที่หลัง MRT สถานีสุทธิสาร หลังตลาดภัทร ใกล้รถไฟฟ้าสถานีสุทธิสาร 350 – 400 เมตร มีทั้งตลาดและแหล่งของกิน ทำเลดีมาก น่าจะเปิดประมาณ Q4 ปีนี้ครับ…

 

ที่มา : https://www.stock2morrow.com/article-detail.php?id=1624

Share this item