Home / Youinspire / คิดจะคุยกับคนยุคมิลเลนเนียล
คุณต้องเป็นแบรนด์แบบนี้

Back

คิดจะคุยกับคนยุคมิลเลนเนียล
คุณต้องเป็นแบรนด์แบบนี้

11 months ago

เรารู้ดีว่ายุคนี้ถ้าอยากครองใจผู้บริโภค ขายได้ ‘มูลค่า’ คงไม่พอ แต่คุณค่าของแบรนด์ต่างหากว่าจะครองใจผู้ซื้อได้หรือไม่

ประชากรยุคมิลเลนเนียล (อายุ 18-34 ปี) ถือเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยใหญ่กว่ากลุ่มเบบี้บูมเมอร์อย่างเห็นได้ชัด และมีรายงานว่าจะเป็นกลุ่มที่ควบคุมความมั่งคั่งถึง 24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2020 ดังนั้น หากพลาดผู้บริโภคกลุ่มนี้ไป แบรนด์อาจร่วงจนถึงขั้นพบกับจุดจบได้

แต่เมื่อถามคนยุคมิลเลนเนียลและเบบี้บูมเมอร์ว่าบริษัทใดที่พวกเขาให้คุณค่ามากที่สุด คุณจะได้รับคำตอบที่แตกต่างกัน โดย Enso บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดของอเมริกาที่จัดอันดับแบรนด์ World Value℠ Index report  ได้สรุปให้เราเห็นภาพว่า ถ้าบรรดาแบรนด์รุ่นใหม่อยากคุยกับชาวมิลเลนเนียลควรคุยอย่างไร

 

                                                                                              CR : Unsplash by Drew Graham 

 

เริ่มต้นหาคุณค่าที่แท้จริง

ดัชนี Enso’s World Value Index ได้ให้คะแนนกับ 150 แบรนด์โดยวัดผลจากกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันเพื่อดูว่าประชากรเหล่านี้มองจุดประสงค์ของแต่ละแบรนด์คืออะไร

 

มีเหตุผลบางประการที่ทำให้แบรนด์ทำผลงานได้ไม่ดีนักในกลุ่มคนรุ่นใหม่

  • สินค้านั้นๆ อาจเหมาะสมกับกลุ่มผู้มีอายุมากกว่า ตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเภสัชกรรมของ Pfizer
  • เทรนด์ใหญ่ๆ ทางสังคม ทำให้ลดความสนใจในแบรนด์ตามไปด้วย เช่น การลดความสำคัญลงของการมีรถในครอบครองของสังคมอเมริกัน (ส่งผลกระทบต่อ Chevrolet) หรือการรณรงค์เรื่องการสูบบุหรี่ในกลุ่มวัยรุ่น (ส่งผลกระทบต่อ Marlboro)
  • แบรนด์สินค้าอุปโภค ก็ครองใจมิลเนียลได้ยาก หากไม่ปรับ บริษัทผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีขนาดใหญ่ต่างๆ มักจะถูกคิดว่าเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์โลดเล่นสูงที่สุดในตลาด และพัฒนาแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี แต่กลุ่มเจนเอ็กซ์จัดลำดับ Johnson & Johnson อยู่ที่ 11 ในขณะที่กลุ่มมิลเลนเนียลจัดแบรนด์นี้อยู่ที่ลำดับ 40

 

แล้วแบรนด์ใดบ้างที่ทำผลงานได้ดีในกลุ่มคนอายุน้อย?
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผลจะออกมาเป็นเว็บไซต์และบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ เช่น Twitter, Snapchat, PayPal, Spotify, Uber และ Kickstater แต่ก็ยังมีบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ติดอันดับมาด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น Starbucks (ลำดับที่ 111 โดยกลุ่มบูมเมอร์, ลำดับที่ 25 โดยกลุ่มมิลเลนเนียล) และ H&M (ลำดับที่ 142 โดยกลุ่มเจนเอ็กซ์, ลำดับที่ 69 โดยกลุ่มมิลเลนเนียล)

 

แล้วแบรนด์ที่อยู่มานานจะสามารถมีบทบาทมากขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร?

ถ้าจะให้กล่าวสั้นแล้วล่ะก็…

 

“พวกคุณจำเป็นที่จะต้องสร้างความหมายให้กับแบรนด์”

 

  • แม้ว่าจะเพิ่งก่อตั้งมาเป็นเวลาเพียงแค่ 6 ปี แต่ Honest Company ที่มีจุดยืนในฐานะของความโปร่งใสของสินค้าและสุขภาพที่ดีของครอบครัว ก็ได้ช่วยพาให้แบรนด์ขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 34 ในกลุ่มมิลเลนเนียล
  • Starbucks มีจุดยืนชัดเจนในเรื่องของชุมชนสุขภาพดี การจัดหาที่เป็นธรรม ความยุติธรรมทางสังคม และกระบวนการทางสิ่งแวดล้อม จุดยืนเหล่านี้ช่วยให้ Starbucks ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 25 ในกลุ่มมิลเลนเนียล
  • อีกหนึ่งแบรนด์ภายใต้ร่มของ P&G ที่ใช้วิธีการที่แตกต่างออกไปในการทำการตลาดด้วยแคมเปญ Like a Girl ที่ช่วยสนับสนุนโอกาสของผู้หญิง และทำให้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มมิลเลนเนียลเป็นอย่างดีในลำดับที่ 29

 

การวิจัยชิ้นนี้สรุปว่า…

“กลุ่มมิลเลนเนียลสนใจประเด็นทางสังคม

“มองการเปลี่ยนโลกเป็นเป้าหมายส่วนตัวที่พวกเขากำลังไขว่คว้าอยู่

และพวกเขายังต้องการลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย”

 

ในฐานะที่คุณคือแบรนด์และอยากจะคุยกับคนวัยนี้ แบรนด์ของคุณควรสร้างผลกระทบในแง่บวกต่อโลก เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในด้านดี สนับสนุนวัฒนธรรมที่แตกต่าง เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงกับคนกลุ่มนี้ได้

 

นี่ล่ะ คีย์เวิร์ดสั้นๆ สำหรับใครที่อยากเป็นแบรนด์ที่ยืนอยู่เคียงข้างคนรุ่นใหม่ เข้าใจผู้บริโภคอย่างถ่องแท้

 

ที่มา : https://www.fastcompany.com

Share this item