Home / Youinspire / คิดอย่างเศรษฐี : ตอน 1
ทำอย่างไรให้รวย แม้ตอนนี้จะยังมีน้อย (ไปนิด)

Back

คิดอย่างเศรษฐี : ตอน 1
ทำอย่างไรให้รวย แม้ตอนนี้จะยังมีน้อย (ไปนิด)

1 year ago

 

 เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมบางคนถึงได้ร่ำรวย ในขณะที่บางคนอาจยังเดินไปไม่ถึงคำนั้น

โชคชะตา ชาติตระกูล หรืออยู่ในประเทศที่ดีมีความอุดมสมบูรณ์  

 

 แต่เอาเข้าจริงแล้วความแตกต่างระหว่าง รวย กับ จน นั้นต่างกันแค่สิ่งเดียวเท่านั้น นั่นคือ  ทัศนคติ

 

ทัศนคติที่ดี  VS   การขาดทัศนคติ

แทนที่จะเอาแต่โทษสภาวะแวดล้อมหรือโชคชะตาว่าทำไมคนบางคนถึงได้รวยนักรวยหนา และคนบางคนถึงได้จนอยู่อย่างนั้น ให้ลองหันกลับมาพิจารณาตัวเอง – หรือทัศนคติของตัวเรา

ความเชื่อของคนเรานั้นมีผลอย่างมากที่จะกำหนดเส้นทางชีวิตกำหนดทิศทางของตัวเราที่คิดเอาไว้ด้วย ถ้าคุณเคยจนมาก่อน คุณก็จะคิดว่าตัวคุณเองก็จะยังคงจนอยู่แบบนั้น แต่ในทางกลับกัน ถ้าคุณรวย คุณก็จะมีความเชื่อว่า คุณก็จะยังคงรวยอยู่แบบนั้น ทุกอย่างนั้นเกี่ยวข้องกับทัศนคติของตัวเรา แต่อะไรคือความแตกต่างระหว่างสองสิ่งนี้เราจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อมันอยู่ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเงิน

 

ความกังขา  VS   ความเชื่อใจ

คนที่มีฐานะยากจนนั้นจะมีมุมมองที่เคลือบแคลงและกังขาเสียส่วนใหญ่ ทัศนคติแบบนี้มาจากการขาดต่อสิ่งนั้นๆ – ขาดเงินหรือมีอยู่เพียงน้อยนิด เป็นต้น ซึ่งเราก็จะมัวแต่เพ่งไปกับสิ่งที่มันขาดไปอยู่นั่นเอง  ส่วนคนที่มีฐานะจะมีมุมมองในเรื่องของความเชื่อใจมากกว่า พวกเขาจะค่อนข้างเชื่อใจคนอื่น ไม่ค่อยมีข้อกังขาเกี่ยวกับเรื่องการเงินของคนคน นั้นสักเท่าไร   เป็นเรื่องง่ายที่เมื่อคุณมีเงินเยอะ คุณก็จะไม่มัวมาคิดเล็กคิดน้อยว่าจะเสียเงินหรือเสียอะไรไปเท่าไร แต่จะสนใจกับกำไรหรือสิ่งที่ได้เพิ่มมามากกว่า

 

ปัญหา VS   การแก้ปัญหา

คนที่มีฐานะยากจนจะมีทัศนคติด้านลบเสียเป็นส่วนใหญ่ ถ้ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเขา – ไม่ใช่เพียงแค่เงินอย่างเดียว พวกเขาจะมองไปที่ปัญหามากกว่าจะมองหาทางแก้ แล้วก็ใช้สิ่งนี้กล่าวโทษโชคชะตาของตัวเอง ตัวอย่างเช่น ที่อยู่อาศัย รัฐบาล   ตกงาน ไม่มีอาชีพ หรือแม้แต่การกระทำของคนอื่นๆ  เป็นข้อแก้ตัวว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ประสบความสำเร็จ กล่าวคือ สร้างแต่ปัญหาไม่ยอมหาทางแก้ เหมือนกับกลายเป็นทัศนคติธรรมดาของพวกเขาไปแล้ว

ในทางกลับกันในคนที่มีฐานะ แม้ว่าเขาจะเกิดมาพร้อมกับสภาวะแวดล้อมที่เลวร้ายหรือโชคร้าย แต่พวกเขาก็เหมือนจะมองเห็นโอกาสและเลือกที่จะทำมัน พวกเขายอมรับว่าชีวิตนั้นเต็มไปด้วยขวากหนาม ราวกับมีใครมาโยนๆ กองกันเอาไว้ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับตัวของพวกเขาเองที่จะมองหาทางออก มองหาวิธีแก้ปัญหาเหล่านั้นเจอหรือไม่ แล้วก็จะไม่โทษว่าเป็นเพราะเรื่องพวกนี้จึงทำให้พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จสักที

 

ความสามารถทางปัญญาระหว่าง ‘พวกเขา’ VS   ‘พวกเรา’

ในการทำงาน คนที่มีฐานะยากจนมักจะแยกกลุ่มออกจากงานที่ทำหรือจากบริษัทที่ตัวเองทำงานจนเกิดเป็นทัศนคติในเรื่อง พวกเขา กับ พวกเรา’ ขึ้นมา  ซึ่งมันหมายถึงโดยพื้นฐานแล้วคุณก็จะไม่ยอมรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานของตัวเองที่ทางบริษัทมอบให้ และเมื่อมีคำต่อว่าหรือคำตำหนิขึ้นมาว่า “ทำไมการรอใช้บริการถึงได้นานนัก” พวกเขาก็จะตอบง่ายๆ เลยว่า “เพราะมีเจ้าหน้าที่ไม่พอน่ะสิ” ทำให้ตัวเองรอดจากคำกล่าวโทษดังกล่าว และแยกตัวออกจากการแสดงความรับผิดชอบ

แต่เมื่อไรที่คุณมีทัศนคติอีกด้านหนึ่งในหน้าที่การงาน หมายถึงคุณกำลังแสดงให้เห็นถึงการลงทุนและข้อตกลงร่วมกันของกลุ่ม ซึ่งมันเกี่ยวกับความเชื่อในบางสิ่งหรือบางคน ทั้งยังจะช่วยกระจายความเชื่อมั่นและการลงทุนไปสู่คนอื่นๆ ด้วย ยกตัวอย่างเช่น กรณีของการให้ทิปพนักงานเสิร์ฟ   คุณจะเลือกให้กับคนที่ยอมรับข้อผิดพลาดและกล่าวขอโทษ หรือกับคนที่พยายามจะแยกตัวเองให้ห่างจากปัญหา และโทษทุกอย่างไปที่ระบบการบริหารงานกันล่ะ?

 

การตั้งสมมุติฐาน VS   การตั้งคำถาม

ในการตั้งข้อสมมุติฐานนั้นสามารถทำให้เกิดโทษหรือผลเสียตามมาได้และทำให้คุณขาดภาวะมั่นคงทางใจ คนที่มีฐานะยากจนนั้นมักเลือกที่จะยอมแพ้ต่อสิ่งต่างๆ ได้ง่ายกว่าเพราะการสมมุติหรือตั้งสมมุติฐานขึ้นมา อย่างเช่น การคิดว่า “ฉันเดาว่าที่นี่มันต้องมีงานอะไรดีๆ อยู่แล้วล่ะ เพราะงั้นไม่ต้องไปเสียเวลาหาหรอก” เป็นการตัดโอกาสของตัวเองทันที การไม่ตั้งคำถาม ขาดการวิจัย ทำให้คุณตกอยู่ในสถานการณ์แย่ๆ ได้เลยล่ะ

ในทางกลับกันการที่ชอบตั้งคำถามจะช่วยเพิ่มโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้มากกว่า การคิดว่า “ถ้าเกิดว่า…”  เป็นคำที่ธรรมดาไปแล้วสำหรับคนที่มีฐานะและประสบความสำเร็จ—“ถ้าฉันถามว่าแถวนี้มันมีงานอะไรให้ทำบ้างล่ะ?” หรือ “ถ้าฉันส่งอีเมลไปที่กรมสัสดีเขาจะรับฉันรึเปล่านะ?” พวกเขาเหล่านี้มักจะมองเห็นโอกาสแทบจะทุกอย่างแทนที่จะปิดกั้นโอกาสเหล่านั้นของตัวเองกับความคิดด้านลบทั้งหลาย

 

 

นี่เป็นเพียงตัวอย่างคร่าวๆ ที่ทำให้เห็นข้อแตกต่างระหว่างคนมีฐานะ และคนที่ยังไม่มีฐานะ ซึ่งสะท้อนผ่านวิธีคิดและทัศนคติ

            

ตอนต่อไปมาดูว่า พวกเขาให้คุณค่ากับเรื่องใดที่แตกต่างกันบ้าง

 

เรียบเรียงจากบทความ Think Like a Billionaire: How to Get Rich Even If You Don& Have Much Now : www.lifehack.org

Share this item