Home / Youinspire / คิดอย่างเศรษฐี: (ตอน 2 )
สำรวจความต่างทางความคิด ทัศนคติ และการลงมือทำ

Back

คิดอย่างเศรษฐี: (ตอน 2 )
สำรวจความต่างทางความคิด ทัศนคติ และการลงมือทำ

1 year ago

ตัวทำนายอนาคตด้านการเงินที่ดีคือความคิด ทัศนคติ และการลงมือทำของตัวเรา มาสำรวจดูสิว่า ระหว่างสมองยาจกและสมองเศรษฐี  พวกเขาคิด-เห็น-เป็น-อยู่-คือ   แตกต่างกันอย่างไร

 

ความสำคัญของเงิน VS ความสำคัญของเวลา

คนที่มีฐานะยากจนจะมีความเชื่อว่าชีวิตของพวกเขาจะดีขึ้นกว่านี้ถ้าเขายิ่งทำงาน เพราะยิ่งทำก็จะยิ่งได้เงินมากขึ้น แต่พวกเขากลับเสียเวลาอันมีค่าไปกับการได้มาด้วยจำนวนเงินอันน้อยนิด พวกเขามัวแต่เพ่งสมาธิไปกับการหาเงิน มัวแต่คิดว่าถ้าทำงานเพิ่มมากขึ้น ก็จะได้เงินเพิ่มขึ้น แทนที่จะโฟกัสเรื่องของเวลาอันมีค่าที่สามารถนำไปทำให้มันเกิดคุณประโยชน์ได้มากกว่า

กลับกันในกลุ่มคนที่มีฐานะ  พวกเขาเหล่านี้จะให้ความสำคัญกับเวลามากกว่าเงินทอง พวกเขามองว่าประสบการณ์ชีวิตนั้นสำคัญมากกว่าการทำงานเพื่อเงินเล็กๆ  น้อยๆ  พวกเขาจะรู้สึกสนุกไปกับการทำงานมากกว่าจะมัวแต่ไปโฟกัสเรื่องเงินที่พวกเขาจะได้รับ

 

การกล่าวคำวิจารณ์  VS การกล่าวคำขอบคุณ

การต่อว่าและวิพากษ์วิจารณ์นั้นเป็นนิสัยอย่างหนึ่งของคนที่มีทัศนคติด้านลบ หรือบางคนที่มีฐานะไม่ดี  สิ่งนี้มันเหมือนกับเป็นความเชื่อที่ปลูกฝังกันมาจากรุ่นสู่รุ่น – มองเห็นอะไรต่างๆ ผิดมากกว่าถูก เพราะพวกเขาเหล่านี้มักจะมองด้วยมุมมองที่เป็นด้านลบหรือมองโลกในแง่ร้ายมากกว่าจะมองในแง่บวกนั่นเอง

ส่วนทัศนคติด้านบวกนั้นจะช่วยยกระดับอะไรต่างๆ หลายต่อหลายสิ่ง และการที่ทำอะไรโดยไม่ทึกทักไปเองหรือนึกเอาเองก็จะยิ่งทำให้ชีวิตของคุณพลอยดีขึ้นไปด้วย – รวมถึงเรื่องเงินด้วย ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งสามัญสำนึกที่จะช่วยให้ชีวิตของพวกเขาประสบความสำเร็จด้วย

 

การแข่งขัน VS การสร้างสรรค์

คนที่มีฐานะยากจนจะแข่งขันกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาเหล่านี้มองว่าคนอื่นกำลังพยายามจะเลียนแบบหรือพยายามจะก้าวข้ามพวกเขาขึ้นมา ปัญหาของพวกเขาก็คือ ไม่เคยมองหรือคิดในมุมอื่นเลย อย่างเช่นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ การคิดนอกกรอบ หรือความคิดที่จะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ เป็นต้น

ส่วนคนที่ประสบความสำเร็จนั้น พวกเขาจะมองว่าพวกเขาสามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยไม่ต้องมีการเปรียบเทียบหรือแข่งขันกับใคร  พวกเขามองในมุมที่แตกต่างออกไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้ แทนที่จะทำตามใคร ซึ่งก็หมายความได้ว่าพวกเขาจะไม่ตัดโอกาสของตัวเองนั่นเอง

 

เส้นทางที่ถูกที่สุด VS เส้นทางที่ดีที่สุด

คนที่มีฐานะยากจนมักจะหาสิ่งที่ราคาถูกที่สุด สมมุติว่าต้องการจะซื้อเสื้อสักตัว – พวกเขาก็จะมุ่งหน้าตรงไปยังส่วนที่กำลังลดราคาหรือราคาถูก     มันอาจจะเหมือนกับว่าการซื้อเพียงน้อยชิ้นนั้นจะช่วยให้คุณประหยัดเงิน แต่เชื่อเถอะว่าคุณไม่ได้จบแค่เพียงการใส่เสื้อนั้นหรอก เพราะมันอาจจะทำให้คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรหลายๆ อย่างตามมา (เคยได้ยินไหมว่า เราซื้อรองเท้าราคาถูก และหลังจากเราก็ต้องซื้อพลาสเตอร์ปิดแผลเพราะรองเท้ากัด หรือกระเป๋าราคาย่อมเยาที่สายสะพายขาดภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือนหลังจากซื้อ)

คนที่มีฐานะจะใช้เวลาคิดอย่างถี่ถ้วนก่อนจะตัดสินใจซื้ออะไร – ซึ่งราคาจะไม่ค่อยมีผล   สิ่งสำคัญก็คือระยะเวลาในการใช้งานและความคุ้มค่าในการใช้งาน  พวกเขามักจะซื้อของที่มีราคาสูงขึ้นมาหน่อย เพื่อที่จะได้ของที่คุ้มค่าและใช้งานได้ในระยะที่ยาวนานคุ้มกับที่เสียเงินซื้อไปนั่นเอง

 

สิ่งที่ทำให้ไขว้เขว VS การใช้ความคิด

คนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการนั่งดูโทรทัศน์หรือถูกดึงดูดโดยสื่อต่างๆ  พูดง่ายๆ ว่านั่นคือการเสียเวลาทำมาหากิน หมดเวลาไปกับการทำสิ่งอื่นๆ แทนที่จะเอามานั่งคิดวิเคราะห์หรือลงทุนทำอะไรที่จะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ  พวกเขาเหล่านี้มักจะใช้เวลาในการอ่านหนังสือน้อยหรือไม่ค่อยอ่านหนังสือกัน ส่วนใหญ่จะถูกดึงดูดให้ไปทำอย่างอื่นเสียมากกว่า

ส่วนคนอีกประเภทนั้นจะถูกสิ่งเหล่านี้รบกวนได้น้อยกว่า เพราะพวกเขามักหาทำกิจกรรมที่จะช่วยพัฒนาตัวเอง หาความรู้ต่างๆ และเรียนรู้สิ่งเหล่านั้น ทำให้เข้าใจตัวเอง เข้าใจขีดความสามารถในการทำอะไรของตัวเอง ซึ่งจะทำให้พวกเขาเหล่านี้มองเห็นเส้นทางที่จะพัฒนาตัวเองต่อๆ ไป ทำให้ประสบความสำเร็จนั่นเอง

 

สรุปแล้ว มันไม่สำคัญเลยว่าตอนเริ่มต้นคุณมีงบประมาณอยู่เท่าไร  มันเกี่ยวกับทัศนคติของตัวคุณเองมากกว่า เพราะทัศนคติที่ดีและทัศนคติที่ไม่ดีจะนำพาคุณไปสู่การเปลี่ยนแปลง  ไม่เฉพาะกับเรื่องการเงินอย่างเดียวหรอกนะ แต่เป็นเรื่องของชีวิตของตัวคุณเองด้วย

 

เรียบเรียงจากบทความ Think Like a Billionaire: How to Get Rich Even If You Don& Have Much Now : www.lifehack.org

Share this item