Home / Youinspire / คุมความเครียดได้ก็ชนะแล้ว
งั้นลองใช้วิธีเดียวกันกับนักเบสบอลในเมเจอร์ลีกดูสิ

Back

คุมความเครียดได้ก็ชนะแล้ว
งั้นลองใช้วิธีเดียวกันกับนักเบสบอลในเมเจอร์ลีกดูสิ

5 days ago

ไม่มีใครอยากทำพลาดในขณะที่เพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าจับจ้องเราอยู่ หรือแม้แต่พูดถึงเราในแง่ลบต่อหน้าที่ประชุม

แต่ลองคิดถึงการทำผิดพลาดต่อหน้าผู้ชม 50,000 คนที่กำลังส่งเสียงโห่  แล้วสถิติการเล่นล่าสุดของคุณก็ได้ขึ้นไปอยู่บนจอในสนามตัวเบ้อเร่อดูสิ  มีเพียงไม่กี่งานเท่านั้นแหละที่ต้องเผชิญความกดดันหนักเท่ากับนักเบสบอลอาชีพ   แต่ความท้าทายระดับสูงที่ผู้เล่นต้องเผชิญนี้  อาจจะเป็นความท้าทายที่ใครก็ตามสามารถพบเจอได้เหมือนกัน

 

ในที่ทำงาน ความเชื่อใหญ่ที่สุดคือ  “คนที่มีความสามารถคือผู้ชนะ”  แต่ในความเป็นจริงแล้ว  คนที่สามารถคุมจิตใจได้เก่งก็สามารถชดเชยทักษะที่ด้อยกว่าได้    Bob Tewksbury อดีตพิตเชอร์ระดับออลสตาร์ ซึ่งปัจจุบันเป็นโค้ชสภาพจิตใจให้กับทีม San Francisco  Giants กล่าว   นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม 26 จาก 30 ทีมในเมเจอร์ลีกถึงจ้างนักจิตวิทยาการกีฬา หรือผู้ฝึกสอนสภาพจิตใจเข้ามาอยู่ในทีม กล่าวโดย Charlie Maher ประธานของกลุ่ม Professional Baseball Performance Psychology

 

ขณะเดียวกันความเครียดจากการทำงานของคุณอาจสูงใกล้เคียงกับผู้เล่นเบสบอลในเมเจอร์ลีกมากกว่าที่คุณคิดก็เป็นได้  

 

เหล่านี้คือเทคนิคจากเหล่าผู้ฝึกสอนที่จะช่วยให้เส้นทางอาชีพของคุณมีทั้งความเฉียบคมและความสุข

 

5 วิธีคุมเครียดแบบนักเล่นเมเจอร์ลีก

 

1. คุมใจด้วยการจินตนาการถึงสัญญาณไฟจราจร

Ken Ravizza ผู้ฝึกสอนทางด้านสภาพจิตใจให้กับทีม Chicago Cubs สอนผู้เล่นให้อยู่กับการควบคุมสภาวะจิตใจด้วยการจินตนาการถึงสัญญาณไฟจราจร  สีเขียวคือเมื่อร่างกายผ่อนคลายและจิตใจโฟกัส   สีเหลืองเมื่ออัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตเริ่มสูงขึ้นและคุณเริ่มมีปัญหากับการโฟกัส และสีแดงเมื่อคุณเกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง กล้ามเนื้อหดเกร็ง และสูญเสียการควบคุมตัวเอง

Marcus Jones  นักเบสบอลให้กับทีม Oakland A’s  เคยประสบอุบัติเหตุข้อเท้าหักอย่างรุนแรงตอนที่ปะทะกับรันเนอร์ที่เบสแรกในการแข่งขันระดับมหาวิทยาลัย เขาเริ่มวิตกจนกระทั่งโค้ชใช้เทคนิคไฟจอดรถด้วยการจับไหล่ของเขาแล้วสั่งเขาว่า “หยุด! ค่อย ๆ หายใจ” เขามองไปที่โค้ช ผ่อนคลายลง แล้วความเจ็บปวดก็ค่อยๆ ลด    และล่าสุดงานปัจจุบันของเขาคือผู้จัดการทั่วไปของศูนย์ฝึกสอนกีฬา Anaheim, Calif. เขาจะนึกถึงสัญญาณไฟแดงในใจเพื่อเตือนตัวเองทุกครั้งที่ความขุ่นข้องหมองใจเริ่มก่อตัว

 

2. หาจุดรวมสายตาในช่วงเวลากดดัน

ดร. Ravizza   แนะนำให้ผู้เล่นหาจุดรวมสายตาเพื่อจะใช้เพิ่งมองในช่วงเวลาที่มีความกดดัน  เช่น ที่ฟาวล์โพลหรือจุดบนถุงมือของพวกเขาเอง แล้วสมมุติความหมายพิเศษให้กับมันซะใหม่  ให้พวกเขาบอกตัวเองว่า “ฉันทำงานหนักมาตลอดฉันถึงมาอยู่ตรงนี้ได้” ดร. Ravizza ผู้เขียน “Heads-Up Baseball 2.0.” ร่วมกับ Tom Hanson กล่าว  ดังนั้น นักพูดในที่สาธารณะหรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศก็อาจจะทำแบบเดียวกันได้ โดยใช้ส่วนเล็ก ๆ จากอาร์ตเวิร์ก  ภาพถ่าย หรือโน้ตที่จดไว้บนโต๊ะทำงานแทน

 

แบตเตอร์ที่เก่งที่สุดในเบสบอลอาชีพจะตีพลาด 7 ครั้งจากทุก ๆ 10 ครั้ง ดร. Ravizza จึงแนะนำให้ผู้เล่นชำแหละความผิดพลาดของเขาแบบทีละสเต็ป  “ความล้มเหลวสามารถส่งผลดีได้มากกว่าความสำเร็จ หากคุณใช้มันในฐานะโอกาสที่จะหาว่าอะไรคือสิ่งที่คุณควรต้องเรียนรู้” เขากล่าว

 

Bobby Kingsbury อดีตผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ในระดับไมเนอร์ลีกของทีม Pittsburgh Pirates เรียนรู้จากผู้ฝึกสอนด้านสภาพจิตใจ Geoff Miller ในการที่จะใช้ความล้มเหลวจากการหวดลูกให้เป็นโอกาสที่จะวิเคราะห์ว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นตรงไหน  ในงานปัจจุบันของเขากับการเป็นผู้บริหารของบริษัทซึ่งลงทุนในหุ้นเอกชนนอกตลาดหลักทรัพย์ ในพื้นที่เมือง Cleveland เขาได้ช่วยตรวจดูการลงทุนที่มีศักยภาพนับร้อยๆ ต่อปี  “เมื่อคุณมีโอกาสได้หวดลูกบ่อย ๆ คุณจะเรียนรู้จากความผิดพลาดของคุณ ก้าวต่อไป แล้วจะไม่ทำผิดซ้ำอีก”

 

3. สร้างภาพจำลอง

Jose Mota เรียนรู้ที่จะสร้างภาพจำลองของการเล่นยากๆ ก่อนการแข่งขันจริง ในช่วงที่เขาเป็นผู้เล่นอินฟิลด์ให้กับ San Diego Padres และ Kansas City Royals เขาใช้เทคนิคที่ได้เรียนรู้มกจาก ดร. Ravizza ปัจจุบันเขาทำงานเป็นผู้ประกาศของ Los Angeles Angels TV เขาเห็นภาพตัวเองที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ แล้วจึงแบ่งปันความเห็นและเกร็ดความรู้ของเขาในแบบที่ผ่อนคลาย  “ผมรู้ว่าผมเตรียมตัวไว้พร้อม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น” เขากล่าว

 

4. ย้อนแย้งเข้าไว้

Miller ให้คำปรึกษาผู้เล่นของ Phillies เพื่อสำรวจสิ่งย้อนแย้งที่เรียกว่า  Paradox หรือปฏิทรรศน์ในการทำงาน   นั่นหมายถึงแนวโน้มที่คุณจะทำงานในสิ่งที่รัก จากนั้นก็กดดันตัวเองอย่างหนักเพื่อก้าวหน้าหรือเพื่อทำเงิน  ซึ่งทำให้คุณไม่รักมันอีกต่อไป  เขาฝึกนักกีฬาให้เล่นเบสบอลให้เหมือนกับตอนกำลังเล่นปิงปอง “สู้กับทุกๆ ลูกพิตช์ แข่งขัน และสนุกในเวลาเดียวกัน” เขากล่าว  

 

5. ไม่ต้องสนใจผลลัพธ์ โฟกัสกับภาวะจิตใจ

Jonathan Fader อดีตผู้ฝึกสอนด้านสภาพจิตใจของทีม New York Mets   ผู้เขียน “Life as a Sport” ได้สอนเทรดเดอร์อิสระที่มักจะกังวลมากๆ เกี่ยวกับการทำกำไรให้ได้ตามเป้าต่อเดือน  ซึ่งนั่นทำให้ประสิทธิภาพการเทรดเริ่มไม่นิ่ง  เขาแนะนำให้เทรดเดอร์ไม่ต้องสนใจผลลัพธ์ แต่โฟกัสกับการบรรลุสภาวะทางจิตใจในแบบที่เขาต้องการหลังจากทำสำเร็จ ใจเย็น ควบคุมความรวดเร็ว และความมีเหตุผลในการตัดสินใจได้อย่างเบ็ดเสร็จ  เทรดเดอร์จึงได้สร้างวิธีการวัดประสิทธิภาพขึ้นใหม่ เพื่อใช้วัดอัตราความเพลิดเพลินและใจเย็น และให้เกรดตัวเองจากค่าเหล่านั้นหลายครั้งต่อวัน  ซึ่งด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพบนตัวชี้วัดที่เขาสามารถควบคุมได้นี่เอง ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ต่อเดือนของเทรดเดอร์เริ่มดีขึ้น

 

ที่มา :   The Wall Street Journal

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

ทศพล สุวรรณสุต

นักเขียน นักแปลพาร์ตไทม์ สนใจในการใช้ชีวิตให้มีความสุขใน 6 มิติ สุขภาพ อาชีพการงาน การเงิน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น การพัฒนาตัวเอง และการแบ่งปันให้ส่วนรวม