Home / Youinspire / จับตา Melbourne สนามประลองล่าสุดของบรรดาสตาร์ทอัพ

Back

จับตา Melbourne สนามประลองล่าสุดของบรรดาสตาร์ทอัพ

1 year ago

เมลเบิร์น เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศออสเตรเลีย รองจากนครซิดนีย์ นับเป็นเมืองใหม่แห่งปี 2017 ที่บรรดานักลงทุนและ Tech Startup ทั้งหลาย อยากเข้ามาบุกเบิกในปีนี้

 

หลังจากที่สองบริษัทสตาร์ทอัพแนว Co-Working ยักษ์ใหญ่อย่าง WeWork และ RocketSpace ได้เข้ามาลงทุนและตั้งสำนักงาน  (RocketSpace นับเป็น Co-working Space ที่สร้างบรรดาสตาร์ทอัพรุ่นใหม่อย่าง Spotify และ Uber ให้เกิดจากที่นี่  ส่วน WeWork เองก็ได้ยืนยันถึงตัวเลขกว่า 4.4 พันล้านเหรียญที่ได้ลงทุนไปกับกองทุน Vision Fund ของทาง SoftBank ไปไม่นาน)  

 

มีอะไรในเมลเบิร์น

นาย Arron Wood ผู้ช่วยนายกเทศมนตรีประจำกรุงเมลเบิร์นกล่าวว่า “ธุรกิจ startups นั้นได้ถูกดึงเข้ามาที่กรุงเมลเบิร์นแห่งนี้มากขึ้น รวมไปถึงการปรับตัวของเมือง ในโซน Melbourne’s CBD (Central Business District) ก็เริ่มได้รับการจดจำได้รับการพูดถึงว่าเป็นกำลังหลักของทางออสเตรเลีย ซึ่งที่นี่มีความพร้อมทั้งในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ด้านการศึกษา และความยั่งยืน”

ทางผู้บริหารของ RocketSpace นาย Duncan Logan เองก็ยังกล่าวเอาไว้ว่า

“ด้วยวัฒนธรรมทางธุรกิจ  Startups ที่เปรียบเสมือนกับเป็นหน่ออ่อน ทำให้เมืองแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่  ‘น่าอยู่’ อันดับต้นๆ ของโลกเชียวล่ะ พิกัดของเมืองใกล้ชิดกับทวีปเอเซีย กรุงเมลเบิร์นแห่งนี้ก็เหมาะแล้วที่ทาง RocketSpace จะอยู่”

                                                                                                                                                    RocketSpace, London  

                                                                                                                                                    WeWork, Melbourne

 

แผนช่วยขยายธุรกิจ Startup ของเมลเบิร์น

นาย Arron Wood  กล่าวว่า ที่เมลเบิร์นมีแผนการสนับสนุนหรือช่วยให้ธุรกิจ Startup  เข้าถึงงานบริการมากกว่า 50 ชนิด ผ่านโปรแกรม Startup Action Plan ช่วยเหลือธุรกิจให้เติบโตได้อย่างไร กุญแจสำคัญอยู่ที่การเชื่อมโยงให้บรรดา Startup เหล่านั้นเชื่อมเข้ากับโรงงานอุตสาหกรรม ใช้โครงข่ายสากลที่เชื่อมแต่ละประเทศ และยังช่วยเรื่องเงินทุนของธุรกิจ และเมลเบิร์น ถูกมองเป็นจุดศูนย์กลางทางธุรกิจแห่งใหม่ของเอเซีย-แปซิฟิก

 “กรุงเมลเบิร์นนั้นสามารถเป็นกุญแจสำคัญของศูนย์รวมธุรกิจสำหรับทวีปเอเซียได้ ที่นี่ก็เปรียบเหมือนบ้านสำหรับนักเรียนต่างสัญชาติมากกว่า35,000 คน คิดเป็น 85% จากทวีปเอเซีย และยังเป็นบ้านของผู้คนที่มาจากประเทศต่างๆ มากกว่า 200 ประเทศ มีภาษาพูดที่แตกต่างกันถึง 260 ภาษา พวกเรามีชื่อเสียงในด้านของความหลากหลาย ซึ่งจุดนี้ถือว่าเป็นกุญแจหลักของเรา”

 

การรวมตัวกันของจุดสนใจจากทั่วโลกยังช่วยสนับสนุนให้เกิดงานในท้องถิ่นอีกด้วย และจากการศึกษาจาก The Economist พบว่า กรุงเมลเบิร์นมีระยะห่างเทียบเท่าตรงกลาง จากประเทศจีนและ Silicon Valley แทนคำตอบว่าเมืองนี้ไม่เพียงแต่เมืองที่น่าอยู่แห่งหนึ่งในโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อระหว่างตะวันออกและตะวันตกให้เข้าหากันอีกด้วย

 

 เรื่องและภาพประกอบ : https://www.forbes.com 

 

Share this item