Home / Youinspire / ทำงานวันละ 6 ชั่วโมง อย่างคนสวีดิช
“คนสำราญ งานสำเร็จ”

Back

ทำงานวันละ 6 ชั่วโมง อย่างคนสวีดิช
“คนสำราญ งานสำเร็จ”

10 months ago

มาทำงานวันละ 6 ชั่วโมง อย่างคนสวีดิช เพื่อมีสมาธิมากขึ้น ประชุมกันน้อยลง และกลับบ้านกันไวขึ้น

=================================================

Tips

– ทำไมประเทศสวีเดนถึงปรับเปลี่ยนเวลาทำงานใหม่ เป็น 6 ชั่วโมงต่อวัน

– แทบทุกคนเลือกที่จะมีเวลาว่าง มากกว่าอยากมีรายได้ที่สูงขึ้น

– พวกเราสามารถเพ่งสมาธิกับงานได้มากขึ้น และยังเหลือพลังงานเพียงพอจนถึงเวลาเลิกงานอีกต่างหาก

– ทางหัวหน้าเองก็ได้ขอให้เหล่าพนักงานของพวกเขาหยุดเล่นโซเชียลมีเดียและกิจกรรมส่วนตัว แถมยังยกเลิกการประชุมที่จัดทุกอาทิตย์ด้วย

=================================================

 

เกิดอะไรขึ้นกับแนวคิด “ลดชั่วโมงงาน คนสำราญ งานสำเร็จ” ของประเทศสวีเดน เรามีคำตอบ

 

ในประเทศสวีเดน การทำงาน 6 ชั่วโมงต่อวันนั้นถือเป็นเรื่องปกติ

เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะเขาเชื่อว่า การทำงานที่มีประสิทธิภาพโดยย่นระยะเวลาให้น้อยลง หันมีสมาธิกันมากขึ้น และลงมือทำอย่างเข้มข้นขึ้น เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว สำหรับองค์กรที่ประเทศสวีเดน

“ผมคิดว่าการทำงานแปดชั่วโมงต่อวันนั้นไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร”  ประโยคชวนฉงนนี้ กล่าวโดย Linus Feldt CEO ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่น Filimundus จากกรุงสต็อคโฮล์ม ประเทศสวีเดน Stockholm เขามองว่าการที่จะต้องเพ่งสมาธิไปกับงานที่ได้รับมอบหมายทั้งแปดชั่วโมง เป็นสิ่งที่ท้าทาย (เกินไป) และเราน่าจะมีทางออกที่นอกเหนือจากโต๊ะทำงาน ที่สำคัญ…พวกเราก็มีครอบครัวให้ดูแลนะ !

 

ทาง Filimundus เองก็เพิ่งจะเปลี่ยนมาทำงานแบบ 6 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของพนักงานมากมายนัก และทางหัวหน้าเองก็ได้ขอให้เหล่าพนักงานของพวกเขาหยุดเล่นโซเชียลมีเดีย และกิจกรรมส่วนตัว และยังยกเลิกการประชุมที่จัดทุกอาทิตย์ด้วย

 

“ความประทับใจของผม เมื่อลดจำนวนชั่วโมงคือ พวกเราสามารถเพิ่งสมาธิไปกับงานได้มากขึ้น และยังเหลือพลังงานเพียงพอจนถึงเวลาเลิกงานอีกต่างหาก” นาย Feldt กล่าว

ธุรกิจสตาร์ทอัพ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด SEO ในกลุ่มสแกนดิเวียอย่าง Brath เองก็ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบนี้เมื่อช่วงสามปีที่ผ่านมา การทำงาน 6 ชั่วโมงต่อวัน ช่วยทำให้พวกเขาสามารถจัดการบริหารพนักงานและการจ้างแรงงานเพิ่มได้ดีทีเดียว ดังเช่นที่ทางผู้บริหารได้เขียนโพสต์เอาไว้

“เราเชื่อว่าเมื่อคุณได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว ไปรับลูกที่ฝากไว้จากพี่เลี้ยง ใช้เวลาฝึกทำอาหารยากๆ ที่บ้าน… เชื่อเถอะว่าคุณไม่อยากจะเสียเวลาเหล่านั้นไปอีก และเพราะแบบนี้เราถึงเชื่อว่านี่คือเหตุผลที่จะทำให้คุณเลือกที่จะอยู่กับเรา… เพราะเรายังเป็นห่วงพนักงานของเราเสมอ”

 

นอกจากนี้ ทางภาครัฐเองก็ยังปรับใช้ระบบดังกล่าวด้วยเช่นกัน อย่างเช่นการทดลองนำระบบมาใช้กับบ้านพักคนชราที่ดูแลโดยรัฐบาล ซึ่งทางพยาบาลที่ทำงานอยู่ที่นั่นก็สามารถเลือกทำงานแบบหกชั่วโมงต่อวันได้ โดยได้ค่าจ้างเท่าเดิม ซึ่งในกรณีดังกล่าว มันไม่ได้ทำให้ได้รายได้เพิ่มแต่อย่างใด แต่ทำให้ทางเจ้าหน้าที่สามารถดูแลผู้ป่วยได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะยังมีแรงเหลือ ซึ่งนโยบายนี้ยังอยู่ในช่วงการทดลอง และยังไม่ได้เผยแพร่เป็นทางการ

 

“ผมเชื่อว่าเดี๋ยวนี้พวกเราเห็นคุณค่าของเวลามากกว่าเงิน,” ซีอีโอแห่ง Filimundus กล่าวสรุปทิ้งท้าย

ผมมั่นใจด้วยว่าแทบจะทุกคนเลือกที่จะมีเวลาว่าง มากกว่าอยากจะมีรายได้ที่สูงขึ้น ดังนั้น การปรับเปลี่ยนเวลาจาก 8 ชั่วโมงต่อวันมาเหลือเพียง 6 ชั่วโมงนั้น มันช่วยพวกเขาได้ดีทีเดียว และเราเองก็ยังเชื่ออีกด้วยว่าพนักงานที่มีความสุข ย่อมจะทำให้บริษัทของเราประสบความสำเร็จด้วย ถ้าพนักงานมีความสุข บริษัทก็จะมีความสุขไปด้วย”

 

ที่มา: https://www.fastcompany.com 

Share this item