Home / Youinspire / ทำธุรกิจออนไลน์ให้ปังแบบ Amazon :
จากร้านหนังสือออนไลน์กลายเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ระดับโลก

Back

ทำธุรกิจออนไลน์ให้ปังแบบ Amazon :
จากร้านหนังสือออนไลน์กลายเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ระดับโลก

2 weeks ago

จากร้านหนังสือออนไลน์ที่เริ่มต้นช่วงกลางปี 90’s  Amazon ใช้เวลากว่า 2 ทศวรรษในการพัฒนาธุรกิจและไปให้ไกลมากกว่าเดิม จนกลายเป็น Role Model ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้กับองค์กรอื่นๆ

เหล่าผู้เชี่ยวชาญจากหลากสาขาอาชีพ จาก Forbes Agency Council  มาร่วมถอดรหัสว่า

 

================================

“อะไรคือหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ Amazon

คือพี่ใหญ่ที่ปฏิวัติวงการอีคอมเมิร์ซ”

=================================

 

1. โฟกัสที่ลูกค้า ไม่ใช่คู่แข่ง

ในขณะที่หลายๆ แบรนด์มักจะชำเลืองมองคู่แข่งว่าทำอะไร ไปถึงไหน แต่ Amazon เลือกที่จะโฟกัสไปที่ความพึงพอใจ  พฤติกรรม และความต้องการของลูกค้ามากกว่า  โดยไม่เพียงแค่มองลูกค้า เขายังให้ความสำคัญกับระบบซัพพลายเชนที่เขามีส่วนร่วม เข้าทำนองว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ เขาจะให้ความสนใจ

 

2. สร้างความรู้สึก มาที่นี่…มีทุกอย่างเบ็ดเสร็จ

Amazon สร้างรูปแบบของหมวดหมู่สินค้าที่หลากหลาย มีรีวิวความคิดเห็นจากผู้ใช้ มีอัลกอริทึ่มที่คัดกรองว่าถ้าคุณชอบสิ่งนี้ คุณก็น่าจะชอบสินค้าประเภทนั้นนี้โน้น ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญเขาจะรู้สึกว่ามีที่นี่มีทุกอย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ต้องมองหาที่อื่น

 

3. สร้างความรู้สึกให้ลูกค้าเป็นคนสำคัญ
ด้วยบัตรที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกมีอภิสิทธิ์ อย่าง Amazon’s Prime Membership ที่จะได้รับประโยชน์ที่มากกว่า เช่น บริการส่งของรวดเร็ว 1-2 วันในอเมริกา ไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อสินค้า แถมยังมีสิทธิพิเศษ เช่น ส่วนลด เล่มเกมฟรี และพริวิเลจอื่นๆ (แม้จะมีค่าสมัครสมาชิกแยกต่างหาก)

 

4. มาเป็นสมาชิกกับเราสิ เรามีหลายๆ ข้อที่ไม่ผูกมัดคุณ
Amazon เสนอทางเลือกในการสมัครสมาชิกให้กับลูกค้า ไม่จำเป็นต้องถือเมมเบอร์การ์ดรายปี แต่ Amazon เขาใจดีมีทางเลือก เช่น สมัครเป็นรายเดือน ชมภาพยนตร์จาก Amazon และชำระเป็นรายเดือนได้ หากคุณทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซและต้องการ ‘ขาประจำ’ มาเป็นสมาชิก การยืดหยุ่นกับลูกค้าถือเป็นหัวใจสำคัญที่น่าลองนำมาใช้

 

5. ถ้ามีปัญหา มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาจริงๆ

แบรนด์ระดับโลก แน่นอนว่าลูกค้าคงไม่อยากคุยกับ Auto Robot ที่อเมซอนมีเจ้าหน้าที่ปลายสายคอยแก้ปัญหา

Amazon ให้ความสำคัญระหว่างคนกับคน เพราะนั่นคือการสร้างความเชื่อใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

 

6. ให้คำแนะนำที่แตกต่างไปในรายบุคคล
เพราะพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าไม่เหมือนกัน Amazon หยิบเอาข้อมูลอัลกอริทึ่มมาประมวลเป็นฟีเจอร์เด็ดๆ อย่าง “Frequently Bought Together” และ “Customers who bought this item also bought.” เป็นอีกหนึ่งวิธีในการคำนวณหาความต้องการที่แตกต่างกันไป

 

7. มีข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อดึงลูกค้ากลับมา

ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคือธุรกิจที่ถูกทำซ้ำ ขายซ้ำ Repeat แล้ว Repeat อีก เช่นกันกับ Amazon เขาพยายามสร้างโปรฯ เด็ด หรือสร้างแรงจูงใจในการจับจ่ายกับลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้บริการซ้ำๆ อยู่เสมอ

 

8. ขยายสินค้าให้หลากหลาย

อย่าขายแต่ของเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขากล้าเสี่ยงและไม่หยุดอยู่กับที่ ปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามความต้องการของลูกค้า จนนำไปสู่ธุรกิจและบริการใหม่ๆ ในฐานะผู้นำการค้าปลีกแถวหน้าของโลก

 

9. สร้างประสบการณ์ที่เพอร์เฟ็กต์ให้กับลูกค้า
ประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ ราบรื่น และสอดคล้องกันกับการทำงานของแบรนด์ทั้งการออกแบบแพลตฟอร์ม

การพัฒนาบริการ ช่องทางการชำระเงิน การบริการจัดส่ง รวมไปถึงการนำเทรนด์ นวัตกรรมต่างๆ มาปรับใช้ สังเกตสิว่าเรามักจะได้ยินนวัตกรรมว้าวๆ จาก Amazon เป็นเจ้าแรกๆ เสมอ ทั้ง Amazon Go ร้านค้าไร้เงินสด Amazon Prime Air การส่งของทางโดรน แต่เขาก็ไม่ทิ้งเรื่องที่เป็นพื้นฐานขั้นสุด นั่นคือการดูแลระบบการขายอันเป็นพื้นฐานทั้งการรีฟันด์ที่แสนง่ายดายควบคู่กับการพัฒนาสินค้าและบริการ

 

 แม้คุณจะเป็นแบรนด์เล็ก แบรนด์ขนาดกลาง หรือแม้แต่แบรนด์ขนาดใหญ่ที่พร้อมพัฒนา คุณสามารถก็หยิบเอาประสบการณ์ และเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ  จากพี่ใหญ่อย่าง Amazon มาปรับใช้ หรือปรับให้เข้ากับสไตล์ธุรกิจของตัวเองได้

 

ที่มา : https://www.forbes.com 

Share this item