Home / Youinspire / ทำไมการขยันทำงานหนัก ถึงดีกว่าการมีความสามารถ

Back

ทำไมการขยันทำงานหนัก ถึงดีกว่าการมีความสามารถ

1 week ago

เราอาศัยอยู่ในสังคมที่ยึดติดกับการบรรลุเป้าหมายหรือความสำเร็จ และมักจะยอมรับกันอย่างรวดเร็วว่าใครก็ตามที่ทำมันได้สำเร็จมักจะมี  “ความสามารถ”  หรือเกิดมาพร้อมกับ “พรสวรรค์”  

เช่น นักแสดงที่ชนะรางวัลที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และความสามารถ   เช่นเดียวกับเหล่านักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน  และถ้าคนคน นั้นยังอายุน้อยด้วยแล้ว พวกเขาก็จะถูกจัดว่าเป็นพวกมีพรสวรรค์และความสามารถทันที

บางบริษัทใช้การทดสอบระดับสติปัญญาหรือที่เรียกว่า IQ Tests เพื่อวัดระดับความสามารถของบุคคลที่มาสมัครงาน หลายๆ ธุรกิจและองค์กร ต่างก็ยึดติดกับการค้นหาหรือฝึกเพื่อให้  “ดีที่สุด” เก่งที่สุด

แต่เอ… เราลืมคุณสมบัติของ คนที่มีความอึด ! หรือคนที่กล้าทุ่มเทและลุยต่องานที่หนักไปหรือเปล่า

 

ความจริงเกี่ยวกับความขยัน หรือทำงานหนัก

ถึงแม้ว่าสื่ออาจทำให้คุณเชื่อว่าการทำงานหนักนั้นจะยิ่งทำให้พรสวรรค์หรือความสามารถที่มีนั้นยิ่งเด่นขึ้น เมื่อได้ยินเรื่องราวของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ เรามักคิดว่าเขาต้องเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์แน่ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันมีหลายตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า คนดังๆ เหล่านั้นล้วนแต่ขยันทำงานหนักกันมาทั้งสิ้น

ยกตัวอย่าง   ตำนานนักบาสเก็ตบอลอย่างไมเคิล จอร์แดน ที่ออกจากโรงเรียนกลางคันและเลือกที่จะเข้าร่วมทีมบาสเก็ตบอลและสามารถเป็นหนึ่งในผู้เล่นและนักกีฬาที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลได้ หรือทางผู้บุกเบิกการทำอนิเมชั่นอย่าง Walt Disney ที่ถูกมองว่า “ไม่มีความคิดสร้างสรรค์” และ “ขาดจินตนาการ” โดยสำนักหนังสือพิมพ์ที่ไล่เขาออก ส่วนทางฝั่งราชินีวาไรตี้ Oprah Winfrey ที่ครั้งหนึ่งเคยมีคนแนะนำว่าเธอนั้น “ไม่เหมาะสำหรับสื่อโทรทัศน์”

เรื่องราวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่ว่าคนเหล่านั้นประสบความสำเร็จอย่างง่ายดายและถูกจดจำ แต่เพราะพวกเขาเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ผ่านเรื่องที่ยากลำบากมาแล้วต่างหาก

 

พลังของภาพลักษณ์

จะเป็นอย่างไร ถ้าคำว่า “คุณมีความสามารถ” กลายเป็นกระจกและกลายเป็นกำแพงทำให้คนคนนั้นชะล่าใจ และสูญเสียแรงกระตุ้นที่จะพัฒนาตนเองต่อไป เช่น เด็กคนหนึ่งที่ตลอดการเรียนชั้นมัธยมถูกมองว่าเป็นเด็กที่ฉลาดและสามารถสอบเข้าเรียนต่อในระดับวิทยาลัยได้อย่างง่ายๆ พวกเขาเหล่านั้นก็จะหยุดที่จะพัฒนาทักษะรวมไปถึงการเรียนรู้ต่อสิ่งใหม่ๆ เพราะพวกเขาเหล่านั้นคิดว่าพวกเขานั้นฉลาดเหนือคนอื่นแล้ว การเรียนในระดับวิทยาลัยจึงเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับพวกเขา เพราะเขาจะไม่รู้สึกทุกข์ร้อนในการเรียนรู้ทักษะใดๆ เลย และเขาอาจจะต้องเสียดายในโอกาสนั้นภายหลัง เพียงเพราะคำว่า คุณคือคนเก่ง

ในทางกลับกัน สำหรับคนที่ถูกย้ำเสมอๆ ว่าพวกเขาไม่ได้เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์หรือมีความสามารถ ก็อาจจะทำให้พวกเขาเหล่านั้นไม่มีความกล้าและล้มเลิกที่จะไล่ตามความฝันของพวกเขาได้เช่นกัน

ดังนั้น เราไม่ควรตีค่าว่า ใคร “มี” หรือ “ไม่มี” พรสวรรค์ นี่คือพลังของกระจกแห่งภาพลักษณ์ที่คนอื่นตีค่า แต่สิ่งสำคัญมากกว่า คือการวัดที่การกระทำของเราเอง

 

ทำอย่างไรถึงจะสามารถพัฒนาทักษะเฉพาะตัวของเราได้

เพราะการขยันทำงานหนักนั้นคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จโดยแท้จริง โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ให้ทำตามเพียงสามขั้นตอนเท่านั้น

 

1. ถามตัวเองว่าสนใจอะไร หรือชอบอะไรมากที่สุด

คุณคิดถึงอะไรบ่อยที่สุด แคร์อะไรมากที่สุด ชอบทำอะไรในยามว่าง อะไรที่ทำให้คุณรู้สึกพึงพอใจมีความสุข ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้จะใช่หรือเปล่า ให้ลองหากิจกรรมใหม่ๆ ทำหรือพูดถึงเรื่องอะไรใหม่ๆ บ้าง

 

2. ลงมือทำกิจกรรมนั้นๆ เพื่อสร้างทักษะของคุณให้แข็งแกร่งขึ้นมา

ถ้าคุณค้นพบแล้วว่า คุณชื่นชอบงานศิลปะ ให้เลือกระดับกลางๆ และค้นหาแหล่งข้อมูลหรือแหล่งที่จะช่วยให้คุณได้พัฒนาทักษะดังกล่าวแบบเฉพาะเจาะจง คุณอาจจะไปเรียนเพิ่ม หาคนคอยให้คำปรึกษาหรือแนะนำ ค้นหาอะไรก็ตามที่จะช่วยสอนให้คุณได้เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

การฝึกซ้อมและฝึกฝนนั้นคือเพื่อนของคุณ ยิ่งทำยิ่งฝึกเท่าไร มันก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น!

 

3. ทำให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับคำวิจารณ์จากหลายๆ แหล่ง

ปล่อยให้คนอื่นบอกเราบ้างว่าทำอะไรออกมาแล้วดี อะไรที่ยังต้องการการปรับปรุง เหล่าคนที่ประสบความสำเร็จนั้นไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้ และพวกเขาจะยอมรับฟังคำวิจารณ์ของคนอื่นเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาตัวเอง และอย่าได้หยุดที่จะขยันทำงานอย่างหนัก!

มันไม่สำคัญว่าคนอื่นจะมองว่าเรามีพรสวรรค์หรือไม่ สิ่งที่สำคัญก็คือ คุณมีความพยายามและความตั้งใจที่จะทำมันออกมามากน้อยขนาดไหนต่างหาก

 

เชื่อในชิ้นงาน และเชื่อมั่นในตัวเอง

เมื่อไรก็ตามที่คุณคิดได้แล้วว่า ความขยันนั้นคือสิ่งที่จำเป็นจริงๆ คุณจะรู้สึกปลอดโปร่งที่จะได้ไล่ตามความฝันของตัวเอง ต่อให้ใครมาบอกว่าคุณไม่มีพรสวรรค์หรือความสามารถทักษะใดๆ แต่ถ้าคุณรู้จักตัวเองดีพอ แล้วเลือกเดินในเส้นทางที่คุณให้ความสนใจ ต่อยอดไปให้ถึงที่สุด ใครก็ไม่สามารถประเมินคุณได้ว่าคุณไม่ประสบความสำเร็จ

และต่อให้ใครที่เคยมาบอกว่าคุณเป็นคนที่มี “ความสามารถ” หรือ “พรสวรรค์” จงอย่าลืมว่าทุกอย่างล้วนมาจากความพยายามอย่างหนักของเราต่างหาก

 

ที่มาข้อมูล : https://www.lifehack.org

Share this item