Home / Youinspire / นักเตะสร้างแรงบันดาลใจ ในสนาม World Cup 2018 : 3. ลิโอเนล เมสซี

Back

นักเตะสร้างแรงบันดาลใจ ในสนาม World Cup 2018 : 3. ลิโอเนล เมสซี

3 weeks ago

 ฟุตบอลโลกเปรียบเหมือนสนามแห่งความฝันที่นักเตะอาชีพทุกคนต่างมุ่งหวังอยากมีโอกาสได้ลงสัมผัสเพื่อเป็นความภูมิใจหนึ่งในชีวิต  อีกทั้งยังเป็นการพิสูจน์ฝีมือตัวเองในอีกระดับขั้นที่นอกเหนือไปจากความสำเร็จในการเล่นกับสโมสรอาชีพ    และแน่นอนทีเดียวว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จนั้นย่อมไม่ได้มาเพียงเพราะโชคช่วย  หน้าตาดีก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้กลายเป็นที่รักของแฟนบอล 

แต่เพราะพวกเขามีความฝัน ผ่านการฝึกฝน ตั้งใจ มีวินัย ใส่เต็มเสมอกับทุกเรื่อง พวกเขาจึงก้าวมาถึงจุดนี้ได้

ฟุตบอลโลก 2018  คราวนี้ you2morrow  จึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักนักเตะตัวท็อปสุดฮ็อตที่ไม่ใช่เพียงมีดีทั้งหน้าตาและฝีมือ  หากยังมีเรื่องราวและวิธีคิดที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้ด้วย  

 

3

============================ 

 Lionel Messi

ทีมชาติ: อาร์เจนตินา

อายุ: 32 ปี

==============================

 

 

ถ้าเทพนิยายมีจริง ชีวิตของ “ลิโอเนล เมสซี” ก็เกือบใกล้เคียงกับคำนิยามนั้น

จากเด็กที่ฮอร์โมนการเติบโตมีปัญหา ตัวเล็กกว่าเพื่อนร่วมรุ่น และถูกกลั่นแกล้งเสมอ กลายมาเป็นนักเตะหมายเลข 1 ของโลกมาเกือบสองทศวรรษ

ปี 2000 เป็นปีที่ยากลำบากของเมสซี่และครอบครัว อาร์เจนตินาเจอวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เมสซี่อายุเพียง 13 ยังสูงไม่ถึง 130 เซนติเมตร และต้องฉีดยากระตุ้นฮอร์โมนทุกวัน ลำพังค่ายาเดือนละ 1,300 ดอลลาร์ ก็หนักหนาเกินกว่าครอบครัวและทุกสโมสรในอาร์เจนตินาจะกล้าจ่ายสำหรับเด็กอายุ 13    แต่ถ้าเขาไม่ได้รับยาครบจำนวน ก็อาจไม่โตกว่านั้นอีกเลยชั่วชีวิต

ไม่มีใครคาดคิดว่าโอกาสแห่งชีวิตจะมาถึงเมื่อ บาร์เซโลนา สโมสรยักษ์ใหญ่ของสเปนเรียกตัวเขาไปทดสอบฝีเท้า และแค่ลงสนามไปไม่ถึง 10 นาที คาลอส เรซัค ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของทีมก็จับเมสซีเซ็นสัญญาทันที พร้อมจ่ายค่ายาฮอร์โมน  หางานให้พ่อของเมสซีที่สเปน  ส่วนแม่และพี่น้องเขายังอยู่ที่อาร์เจนตินา  

 

“ช่วงนั้นมันยากสำหรับผมจริงๆ ผมเพิ่งทิ้งทุกอย่างจากอาร์เจนตินามาเริ่มต้นใหม่ที่นี่ ต้องซ้อมทุกวันและปีหนึ่งๆ ผมมีโอกาสกลับอาร์เจนตินาแค่ 1 หรือ 2 ครั้งเอง สำหรับเด็กอายุ 13 ตอนนั้นมันยากจริงๆ”

 

บาร์เซโลนามอบชีวิตใหม่ให้ เขาเติบโตตามปกติ มีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง เคราด ปิเก้ คอยปกป้องเขาจากพวกกลั่นแกล้ง

เมสซียังซ้อมหนักทุกวัน หนึ่งในเคล็ดลับคือเดาะผลส้มและลูกเทนนิส เขาเดาะทั้งคู่ได้กว่า 100 ครั้ง จนเมื่อขึ้นชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2004 ถึงทุกวันนี้ เมสซีคว้าแชมป์ทุกรายการให้ทีม ได้ทุกรางวัลส่วนตัวเท่าที่สุดยอดนักเตะของโลกจะพึงได้

 

“สำหรับผม

ฟุตบอลต้องการความเสียสละพอๆ กับความอัจฉริยะ  

“ผมตั้งเป้าทุกปีไปที่การพาทีมคว้าแชมป์เป็นอันดับแรก

ทุกๆ ประตูที่ยิงได้ผมหวังให้ทีมชนะ ไม่ใช่หวังให้ตัวเองได้รับคำชม

รางวัลส่วนตัวไว้ทีหลัง ทีมต้องมาก่อนเสมอ”

 

แม้จะเป็นที่รักในบาร์เซโลนาเพียงใด แต่ในทีมชาติเมสซีถูกวิจารณ์หนักเสมอ เมื่อต้องแบกความหวังของคนทั้งชาติ ในการพาอาร์เจนตินาเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 3  โอกาสที่ใกล้เคียงสุดคือการพาทีมพ่ายเยอรมันในรอบชิงเมื่อปี 2014 และปีนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของเมสซี หลัง 2 ปีก่อนเขาเคยประกาศอำลาทีมชาติมาแล้ว ก่อนกลับมาเข็นทีมเข้ารอบสุดท้ายหวุดหวิด

 

“ผมรู้ว่ามีความกดดันอยู่ในทุกๆ เกม แต่มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไปนี่ บ่อยครั้งที่ผมใช้ความกดดันพวกนั้นเป็นพลังทำให้ผมโชว์ฟอร์มออกมาได้ ยิ่งกดดันแล้วถ้ายังเล่นได้ดี ผมจะมีความสุขเหมือนเมื่อครั้งเตะบอลกับเพื่อนๆ ข้างถนนสมัยเด็ก

“แต่ถ้าวันไหนผมรู้สึกว่าไม่มีความสุขกับฟุตบอลอีกแล้ว …ผมจะเลิก ผมจะแขวนสตั๊ดทันที”

 

 

“el mudo” (The mute one) หรือ “เจ้าใบ้”  เป็นฉายาที่เพื่อนๆ ในทีมตั้งให้เมสซี นั่นเพราะเขาใช้ฝีเท้าทำงานมากกว่าพูด

สำหรับฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้แม้เมสซีจะไม่สามารถพาความหวังของทีมและคนทั้งประเทศให้ไปถึงฝันในการเป็นแชมป์โลกได้  แต่สิ่งที่เขาได้ทำให้เราเห็นมาตลอดทุกนัด  ความพยายามก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตนเองไปแบบทุ่มเทสุดพลังไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น  ก็ทำให้พอเข้าใจได้แล้วว่าเพราะอะไรแฟนบอลจึงยังรักและเชื่อมั่นในตัวเขาเสมอมา      

 และถึงนาทีนี้ฉายา “อัจฉริยะลูกหนัง” ก็ยังเหมาะสมกับเขาอยู่ดี    

 

เครดิตภาพทั้งหมดจาก : 

 twitter.com @WeAreMessi  / Messi.com

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

ชาญชนะ หอมทรัพย์

อาจารย์พิเศษด้านภาพยนตร์ แต่ก็สนใจสื่อทุกแขนง กีฬา ดนตรี หนังสือ และเกม รักการเขียนพอๆ กับการอ่าน และงานเขียนก็มีหลายแนวเช่นเดียวกันกับสิ่งที่อ่าน