Home / Youinspire / พนักงานออฟฟิศคิดจะออม LTF หรือ RMF ดีนะ

Back

พนักงานออฟฟิศคิดจะออม LTF หรือ RMF ดีนะ

10 months ago

เป็นมนุษย์เงินเดือนมาหลายปี  แต่ก็ยังไม่มีเงินเก็บเป็นก้อนเสียที

นี่อาจเป็นความในใจของใครหลายคนอยู่ใช่ไหม แถมบางคนสุขภาพทางการเงินก็ย่ำแย่  แค่จะใช้ให้พอแบบเดือนชนเดือนยังยาก ไม่รู้ทำไมเงินมันปลิวออกจากกระเป๋าสตางค์ง่ายดายเหลือเกิน แถมหนี้สินก็ดูจะพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ อีกต่างหาก จะฝากเงินไว้ในบัญชีธนาคารเพียงทางเดียว ดอกเบี้ยก็น้อยนิดเหลือเกิน 

อย่าปล่อยให้ชีวิตเผชิญกับวิกฤติการเงินจนปวดหัว ลองมองหาตัวช่วยในการออมเงินกันดูดีกว่า

ในเมื่อเราต้องเสียภาษีอยู่แล้วทุกปี ลองเริ่มจากการวางแผนภาษีโดยใช้กองทุนมาช่วย ซึ่งแบ่งเบาภาระทางการเงินได้  มีให้เลือกทั้งการออมและการลงทุนที่น่าสนใจ อย่างการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF ที่นอกจากจะนำเงินทุนมาหักลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังมีผลตอบแทนที่งอกเงยในอนาคตอีกต่างหาก

แต่หลายคนอาจจะยังงงอยู่ว่าสองกองทุนที่ว่านี้แตกต่างกันอย่างไร มาทำความเข้าใจกันก่อน

 

LTF คืออะไร?

การลงทุนหุ้นผูกพันในระยะสั้น 7 ปี จะซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกปี สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ 15 เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน 500,000 บาท กองทุนรูปแบบนี้เหมาะสำหรับคนชอบความเสี่ยงและคาดหวังเรื่องผลตอบแทน

 

RMF คืออะไร?

การลงทุนหุ้นที่มีระยะผูกพันยาว ต้องซื้อทุกปีจนกว่าคุณจะมีอายุครบ 55 ปี สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ 15 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่หลายคนทำร่วมกับบริษัทที่ทำงานอยู่ก็นับว่าอยู่ในรูปแบบ RMF เช่นกัน มองภาพง่ายๆ ว่าเป็นการออมและลงทุนเพื่อการเกษียณก็ว่าได้ หลายๆ กองทุนมีความเสี่ยงต่ำ เพราะเป็นรูปแบบลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ ตราสารหนี้ภาคสถาบันการเงิน และตราสารหนี้เอกชนชั้นดี

 

แล้วจะเลือกซื้อกองไหนดีล่ะ?

เพราะปัจจุบันมีกองทุนให้เลือกออมและลงทุนหลากหลายเจ้า คงเป็นเรื่องยากที่จะเปรียบเทียบว่าเจ้าไหนดีกว่าเจ้าไหนแค่ไหน ต้องพิจารณาดูจากไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของคุณเองเป็นหลัก และตัวคุณเองสามารถรับมือกับความเสี่ยงได้ในระดับใด มีเงินหมุนเวียนเพียงพอแค่ไหน

 

=====================

TIPS

=====================

3 หลักการเลือกซื้อกองทุนเบื้องต้นที่ควรรู้

 

1. สำรวจตัวเองให้แน่ใจก่อน

อย่างน้อยคุณควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนในใจว่าที่ลงทุนนี้เพื่ออะไร สามารถรับมือกับความเสี่ยงได้ในระดับไหน ถ้าไม่ชอบเสี่ยงมากอาจจะเลือกแบบไม่มีความเสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนน้อย แต่ถ้าอยากได้มากกว่าการลดหย่อนภาษี การลงทุนที่เสี่ยงดูบ้าง หวังในเรื่องผลตอบแทนก็จะมีกองทุนให้เลือกง่ายขึ้นอีก

2.ทำความรู้จักกองทุน

กองทุน LTF แต่ละกองทุนนั้นมีนโยบายในการลงทุน นโยบายการเลือกหุ้นเข้าพอร์ต ความเสี่ยง ความผันผวนและผลตอบแทนแตกต่างกันไป บางกองทุนเน้นหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลาง ในขณะที่บางกองทุนเหมาะสำหรับอุตสาหกรรมและหุ้นขนาดใหญ่ คุณจึงต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อนตัดสินใจ และเลือกกองทุนที่ตรงกับเป้าหมายความต้องการได้มากที่สุด

3. พิจารณาจากผลการดำเนินงานย้อนหลัง

ถึงแม้ข้อนี้จะไม่ได้เป็นการการันตีว่ากองทุนนี้จะเป็นอย่างไรในอนาคต แต่อย่างน้อยคุณจะได้รู้ข้อมูลประวัติ ผลงานของกองทุน ทำความรู้จักการบริหารจัดการกองทุนได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่คุณหาเองนั้นจะครบถ้วนดีหรือไม่ ลองดูจากการจัดอันดับของหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดอันดับผลตอบแทนเหล่านี้ดู www.morningstarthailand.com ซึ่งจะทำให้คุณได้รู้จักบริษัทที่มีพื้นฐานดี ผลประกอบการดี จ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง เหมาะแก่การลงทุนทั้งหลาย หรือหากมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและคุณต้องการที่ปรึกษาก็จะช่วยให้ความกระจ่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

หลังจากนี้หากคุณตัดสินใจจะเลือกกองทุนไหนอย่าลืมว่า การลงทุนมีความเสี่ยงอยู่เสมอ ต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เงื่อนไขของผลตอบแทนและระยะเวลาในการลงทุนร่วมด้วยเสมอ เพื่อสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้นและเติบโตไปตามเป้าหมายที่หวังในระยะยาว

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

Hima in the rain

อดีตนักเรียนศิลปะที่หลงรักการอ่าน ชื่นชอบการเขียน เพียรฝึกทำอาหาร สนใจใคร่รู้เรื่องราวต่างๆ รอบตัว การใช้ชีวิต กิน ดื่ม เที่ยว ระบบการศึกษาในสังคม เรื่องราวปฏิสัมพันธ์ของผู้คนทั้งในโลกยุคเก่าและโลกยุคใหม่อันมีเสน่ห์ที่แตกต่างแต่สามารถเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าถึงซึ่งกันและกัน