Home / Youinspire / ‘พ่อ’ สอนงาน

Back

‘พ่อ’ สอนงาน

2 months ago

สำหรับคนทำงานที่รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ   หากให้ลองมองหาใครสักคนที่ถือเป็นต้นแบบของการทำงาน  เป็นแรงบันดาลใจด้านความมุ่งมั่น ทุ่มเท และเพียรพยายาม   คำตอบนั้นก็คงแน่ชัดมีเพียงหนึ่งเดียว  ได้แก่  ในหลวงรัชกาลที่ 9   พระผู้ทรงสอนงานและแนวทางการดำเนินชีวิตให้แก่ปวงชนชาวไทยเสมอมา 

13 ตุลาคม    เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร     ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้   you2morrow จึงขอน้อมนำพระราชดำริและพระราชดำรัสของพระองค์ท่านกลับมาทบทวนอีกครั้ง   เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานของคนวัยทำงานทุกคน

 

 

=========

ทำงานเป็นทีม

=========

“…การทำงานใหญ่ๆ ทุกอย่าง ต้องการเวลามากกว่าจะทำสำเร็จ ผู้ที่เริ่มโครงการอาจทำไม่สำเร็จโดยตลอดด้วยตนเองก็ได้ ต้องมีผู้อื่นรับทำต่อไป ดังนั้น ไม่ควรยกเอาเรื่องใครเป็นผู้เริ่มงาน ใครเป็นผู้รับช่วงงานขึ้นเป็นข้อสำคัญ จะต้องถือผลสำเร็จที่จะเกิดจากงานเป็นใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งอื่น…”

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยศิลปากร  วันที่ 14 ตุลาคม  พ.ศ. 2514

 

 

=========

ความรู้คืออาวุธ

=========

 “…ความเข้มแข็งในจิตใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องฝึกฝนแต่เล็ก เพราะว่าต่อไปถ้ามีชีวิตที่ลำบาก  ไปประสบอุปสรรคใดๆ  ถ้าไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความรู้ ไม่มีทางที่จะผ่านอุปสรรคนั้นได้ เพราะว่าถ้าไปเจออุปสรรคอะไร ก็ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยเราได้ แต่ถ้ามีความรู้ มีอัธยาศัยที่ดี และมีความเข้มแข็ง ในกายในใจ ก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ นั้นได้…”

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร

พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิต วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2518

 

 

=========

อุปสรรคมีไว้ฝ่าฟัน

=========

“…ในการดำเนินชีวิตและการประกอบกิจการงาน ย่อมจะต้องมีปัญหาต่างๆ เป็นอุปสรรคขัดขวางความสำเร็จอยู่เสมอ ยากที่ผู้ใดหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะหลีกเลี่ยงพ้นได้ คนก็มีปัญหาของคน สังคมก็มีปัญหาของสังคม ประเทศก็มีปัญหาของประเทศ แม้กระทั่งโลกก็มีปัญหาของโลก ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตและกิจการงานจึงเป็นเรื่องธรรมดา ข้อสำคัญเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น จะต้องแก้ไขให้ลุล่วงไปโดยไม่ชักช้า ผู้ใดมีสติปัญญาคิดได้ดี ปฏิบัติได้ถูก ผู้นั้นก็มีหวังบรรลุถึงเป้าหมาย มีความสำเร็จสูง ถ้าเป็นตรงกันข้าม ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จสมหวังได้…”

 พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันพุธที่ 31 กรกฎาคม  พ.ศ. 2539

 

 

=========

ใส่ใจลงในงาน

=========

“…งานทุกอย่างมีบุคคลซึ่งมีชีวิตจิตใจ มีความนึกคิดเป็นผู้กระทำ ถ้าผู้ทำมีจิตใจไม่พร้อมจะทำงาน เช่น ไม่ศรัทธาในงาน ไม่สนใจผูกพันกับงาน ผลงานที่ทำก็ย่อมบกพร่อง ไม่คงที่ ต่อเมื่อผู้ปฏิบัติมีศรัทธา เข้าใจซึ้งถึงประโยชน์ของงาน พร้อมใจและพอใจที่จะขวนขวายปฏิบัติงานโดยเต็มกำลังความสามารถ งานจึงจะดำเนินไปได้โดยราบรื่น และบรรลุผลตามที่มุ่งหมาย”

 พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2536

 

 

=========

รู้อะไรไม่สู้…รู้จักตนเอง

=========

“…การรู้จักประมาณตน ได้แก่ การรู้จักและยอมรับว่าตนเองมีภูมิปัญญาและความสามารถด้านไหน เพียงใด และควรจะทำงานด้านไหน อย่างไร การรู้จักประมาณตนนี้ จะทำให้คนเรารู้จักใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ได้ถูกต้อง เหมาะสมกับงาน และได้ประโยชน์สูงสุดเต็มตามประสิทธิภาพ ทั้งยังทำให้รู้จักขวนขวายศึกษาหาความรู้ และเพิ่มพูนประสบการณ์อยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงส่งเสริมศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองให้ยิ่งสูงขึ้น…”

  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร  

พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีพระราชทานปริญญาบัต รจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2541

 

 

Share this item