Home / Youinspire / ภาวะผู้นำ vs ความสามารถในการจัดการ : (1)
ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเหล่าผู้นำและเหล่าผู้จัดการ

Back

ภาวะผู้นำ vs ความสามารถในการจัดการ : (1)
ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเหล่าผู้นำและเหล่าผู้จัดการ

8 months ago

การเป็นผู้จัดการที่ยอดเยี่ยมนั้นไม่ได้แปลว่าเขาจะคนนั้นจะกลายเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง และบางครั้งเราเองก็ต้องยอมรับว่า ผู้นำที่จิตใจดีแข็งแกร่งก็อาจสอบตกคุณสมบัติของนักจัดการได้เช่นกัน

จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเรียนรู้ และลับคมทักษะทั้งสองด้าน ระหว่างภาวะของการเป็นผู้นำ และความสามารถในการจัดการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งเพื่อองค์กร และเพื่อแบรนด์ของคุณ

 

โลกสองใบนี้ต่างกันอย่างไร 

อะไรคือ “ภาวะผู้นำ” และ “ความสามารถในการจัดการ”

 

1. ให้ความสนใจกับเป้าหมายและวิสัยทัศน์ VS  ให้ความสนใจกับชิ้นงาน

ผู้นำ : ผู้นำนั้นจะให้ความสนใจไปที่เป้าหมายและทัศนวิสัยของบริษัท พวกเขาจะมองทุกอย่างเป็นภาพรวมใหญ่ๆ และมักจะหาแนวทางใหม่ๆ ที่จะช่วยทำให้สิ่งที่เห็นนั้นเป็นจริงขึ้นมา เมื่อผู้นำลองทำอะไรใหม่ๆ พวกเขามักจะยึดความคิดของพวกเขาเอาไว้กับเป้าหมายของบริษัทเป็นหลัก

ผู้จัดการ : ผู้จัดการนั้นคือผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องของหน้าที่และการงาน ขณะที่พวกเขาคิดห่วงในวิสัยทัศน์ขององค์กร งานของพวกเขาก็คือการยึดติดกับนโยบาย เพราะผู้จัดการนั้นจะต้องทำตามความคิดของเหล่าผู้นำองค์กรให้สำเร็จลุล่วง

 

2. ขาย VS บอก

ผู้นำ :  เหล่าผู้นำนั้นมักจะอยู่ในจุดที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมต่างๆ พวกเขาต้องคอยโน้มน้าวคนอื่นๆ ให้เชื่อว่าความคิดของเขานั้นมันต้องไปได้กว้างไกล

ผู้จัดการ : ในทางกลับกัน ผู้จัดการนั้นไม่จำเป็นต้องขายความคิดของตัวเองให้ใคร เพราะบทบาทของพวกเขานั้นคือการบังคับให้ทำตามนโยบาย ถ้าหากมีใครก็ตามที่ก้าวออกไปนอกจากกรอบที่ตั้งเอาไว้ เขาเหล่านี้ก็สามารถตามกลับมาให้เข้ารูปเข้ารอย

 

3. พร้อมรับความเสี่ยง VS ความเสี่ยงน้อย

ผู้นำ : ทุกครั้งที่ริเริ่มจะทำอะไรใหม่ๆ คุณก็ต้องพร้อมที่จะรับความเสี่ยงที่จะตามมาด้วย ซึ่งเหล่าผู้นำนั้นจะต้องรับความเสี่ยงกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะพวกเขามักจะผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ผู้จัดการ : ส่วนผู้จัดการนั้นจะถูกจัดให้อยู่ในที่ๆ ทำให้เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด พวกเขาจะต้องทำให้แน่ใจว่าพนักงานนั้นทำในสิ่งที่ทางบริษัทมอบหมายให้ทำ

 

4. การกระตุ้น VS การชี้แนะ

ผู้นำ : เส้นแบ่งระหว่างการเป็นผู้นำกับผู้จัดการนั้นอาจจะแยกออกได้ยากในจุดนี้  ขึ้นอยู่กับว่าหน้าที่ของผู้จัดการที่ได้รับมอบหมายนั้นคืออะไร แต่ท้ายที่สุด เหล่าผู้นำก็มักจะกระตุ้นบรรดาพนักงานให้พยายามคิดออกนอกกรอบเพื่อมองให้เห็นภาพใหญ่ๆ ในมุมกว้าง

ผู้จัดการ : ผู้จัดการนั้นอาจจะดูไม่ต่างจากเหล่าผู้นำเท่าไรนัก บางครั้งเขาอาจพูดกระตุ้นลูกน้องของตัวเองบ้าง แต่หน้าที่หลักๆ ของพวกเขาก็คือการชี้แนะว่างานต่างๆ ควรจะต้องทำอย่างไร และทำออกมาในรูปแบบไหนเพื่อให้มันสมบูรณ์แบบ เขาอาจจะเป็นคนที่คุณต้องหันไปพึ่งยามที่ต้องการจะทำงานออกมาให้ดูดีที่สุดนั่นเอง

 

5. สวนกะแส VS ไหลไปกับกระแส

ผู้นำ : ผู้นำนั้นจะต้องหาทางใหม่ๆ ที่ท้าทายในปัจจุบันเพื่อไม่ให้บริษัทหรือองค์กรของตนนั้นต้องพบกับสภาวะเศรษฐกิจซบเซา เขาเขาทดลองทำอะไรใหม่ๆ  เพื่อให้ผลลัพธ์ของมันออกมาให้ดีกว่า

ผู้จัดการ : ผู้จัดการนั้นกลับเลือกที่จะอยู่กับสถานภาพปัจจุบัน  เพียงแต่จะทำงานออกมาให้ดีที่สุด ตามความคิดของเหล่าผู้นำของตน  เพราะผู้จัดการคือผู้ที่พร้อมจัดการตามแนวทางที่วางไว้แล้ว

 

6. การกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจ VS การเห็นดีเห็นชอบ

ผู้นำ : เมื่อคุณได้ลองทำในสิ่งใหม่ๆ ความเสี่ยงของคุณก็จะยิ่งสูงขึ้น ซึ่งเหล่าผู้นำนั้นจะต้องมีแรงบันดาลใจคอยกระตุ้นอยู่เสมอ และพวกเขาเองก็ต้องคอยกระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ไปด้วย พวกเขายึดมั่นในวิสัยทัศน์ขององค์กร ไม่ว่าจะทำอะไร และเมื่อทางองค์กรมีวิสัยทัศน์ที่ดี มีความแข็งแกร่ง เหล่าผู้นำก็จะสามารถนำมาใช้กระตุ้นทีมงานพนักงานของตนเองได้ด้วย

ผู้จัดการ : ในขณะที่บทบาทของผู้จัดการ เมื่อเวลาที่คุณต้องคอยจัดการคนอื่นๆ หน้าที่หลักของคุณก็คือ มองดูการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชาและตัดสินใจว่าพวกเขาเหล่านั้นจะต้องทำอย่างไรให้ได้ตรงตามมาตรฐานของบริษัทที่ถูกตั้งขึ้นมา

 

7. การแหกกฎ VS  การทำตามกฎ

ผู้นำ : ผู้นำนั้นจะต้องตัดสินใจทำอะไรด้วยความรวดเร็ว บางครั้งก็อาจจะต้องทำอะไรที่มันแหกฎไปบ้างเพื่อจะได้ไปต่อ แม้ว่ากฎนั้นอาจจะแข็งไม่ยืดหยุ่นให้เกิดสิ่งใหม่ ซึ่งหมายความว่า ผู้นำเหล่านั้นมักจะเป็นฝ่ายยืดหยุ่นกฎที่ว่านั้นเสียเอง แต่เมื่อไรที่ทางองค์กรหรือบริษัทย่ำแย่ ผู้ที่เป็นผู้นำก็จะเพิกเฉยต่อกฎที่ว่านั้นไปเลย

ผู้จัดการ : แต่ถ้าผู้จัดการยังต้องการจะรักษาตำแหน่งหน้าที่การงานเอาไว้ พวกเขาจะต้องทำตามกฎที่ว่านั้นอย่างเคร่งครัด การทำอะไรนอกเหนือจากกฎที่เบื้องบนสร้างขึ้นมา อาจจะมีผลต่อหน้าที่การงานของตนเองรวมไปถึงตำแหน่ง ซึ่งอาจจะทำให้บริษัทอ่อนแอลงนั่นเอง

 

8. กระตุ้นให้เกิดความเชื่อใจ VS คาดหวังกับการควบคุม

ผู้นำ : เวลาที่มีใครมาพูดแนะนำในสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย คุณก็จะรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจที่มีต่อคนๆ นั้นเพิ่มมากขึ้น ผู้นำที่แข็งแกร่งนั้นจะได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากความสามารถในการนำพาผู้คนไปยังจุดที่ไม่มีใครเคยไปถึงได้

ผู้จัดการ : ส่วนอำนาจในการสั่งการของผู้จัดการนั้น จะหมายถึงความสามารถในการควบคุมทุกอย่างโดยสมบูรณ์ พนักงานบางคนก็ไม่จำเป็นต้องมีความชอบ หรือเชื่อใจในผู้จัดการของคุณเมื่อถูกสั่งว่าควรจะทำอะไร เพราะหน้าที่ของผู้จัดการนั้น คือการควบคุมลูกน้องให้ทำงานออกมาให้ดีที่สุดนั่นเอง

 

9. การสนับสนุนความคิด VS การมอบหมายหน้าที่

ผู้นำ : ผู้ที่เป็นผู้นำนั้นประสบความสำเร็จจากการทำให้เกิดการพัฒนาโดยทดลองทำอะไรใหม่ๆ พวกเขาสนับสนุนให้เกิดความคิดใหม่ๆ โดยอิสระ เพราะสิ่งเหล่านี้คือการสนับสนุนเป้าหมายของพวกเขาที่ได้ตั้งเป้าเอาไว้ พวกเขารู้ว่าถ้ายิ่งกระตุ้นคนให้คิดนอกกรอบได้มากเท่าไร มันก็จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม และสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาได้มากขึ้นเท่านั้น

ผู้จัดการ : ส่วนผู้จัดการนั้นไม่สามารถกระตุ้นให้มีความคิดนอกกรอบได้ เพราะพวกเขาไม่สามารถเติมเต็มความคาดหวังของบริษัทหรือองค์กรได้ การบอกใครว่าควรจะทำอย่างไรหรือทำอะไรคือเส้นทางที่พวกเขาจะต้องทำให้มีความแน่ใจว่า ผู้ใต้บังคับบัญชานั้นจะต้องทำทุกอย่างออกมาตามที่เบื้องบนได้คาดหวังเอาไว้ นั่นเอง

 

แล้วการมีภาวะผู้นำ ดีกว่าความสามารถในการจัดการรึเปล่า ?

(หรือในทางกลับกัน ความสามารถในการจัดการดีกว่าการมีภาวะผู้นำรึเปล่า) ?

ความแตกต่างระหว่างทั้งสองนั้นมีอยู่เพียงไม่กี่อย่าง แต่ทั้งการมีภาวะผู้นำและทักษะในการจัดการนั้นต่างก็มี ‘ความสัมพันธ์’ เป็นคีย์เวิร์ดนั่นเอง

ผู้นำนั้นคือ ผู้ที่ยอมรับความเสี่ยง สร้างนวัตกรรม ผู้เปลี่ยนทิศทางของเกม

ส่วนผู้จัดการนั้นคือผู้ที่คอยรักษา และปฏิบัติตามรวมถึงรักษาสภาวะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ซึ่งมันไม่ได้หมายความว่าอะไรดีกว่าอะไร

ไม่ว่าบริษัทไหนๆ ต่างก็ต้องการผู้จัดการ และผู้นำกันทั้งนั้น การขาดทักษะในการบริหารจัดการจะทำให้บริษัทและองค์กรย่ำแย่ และอาจไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ ในขณะเดียวกัน หากขาดผู้ที่มีภาวะผู้นำก็จะไม่มีใครคอยชี้ทาง และทำให้เหล่าพนักงานไม่มีเป้าหมาย ขาดแรงกระตุ้น

ผู้นำและผู้จัดการอาจะยืนอยู่คนละฝั่งของความคิดถ้าพูดถึงในเรื่องของการบริหารงาน  แต่พวกเขาก็จัดว่าอยู่ในทีมเดียวกัน ผู้นำอาจมีมุมมองและความคิดที่กว้างไกลและยิ่งใหญ่ได้ แต่หากขาดผู้จัดการที่จะคอยสนับสนุนและทำให้บรรลุเป้าแล้ว วิสัยทัศน์ดังกล่าวก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้

ไม่มีบทบาทใดสำคัญไปน้อยกว่ากัน และที่สำคัญแบรนด์หรือองค์กรของคุณก็จำเป็นต้องวางหมากไว้สำหรับ 2 บทบาทนี้

 

 ที่มา: https://www.lifehack.org

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

กัลป์ ยิ้มพวง

ชื่นชอบการอ่านและเขียนเป็นชีวิตจิตใจ มีความสนใจในเรื่องของภาษา และรับงานแปลบทความเป็นงานเสริม มีงานอดิเรกคือการเขียนนิยาย นามปากกา Zeritherlyn