Home / Youinspire / มองเป้าหมายมาก่อน เก็บงานยุ่งไว้ทีหลัง

Back

มองเป้าหมายมาก่อน เก็บงานยุ่งไว้ทีหลัง

10 months ago

เช็กลิสต์สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณยุ่งได้ดังนี้

  • เลิกงานไม่ตรงเวลา (เพราะงานที่คั่งค้างยังมีอีกเพียบ)
  • ไม่มีเวลาไปเจอเพื่อนฝูง
  • ไม่มีเวลาให้กับการดูแลตัวเอง  (ออกกำลังกาย ทำผม ช้อปปิ้ง อ่านหนังสือเล่มโปรด หรือกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณต้องการลงทุนให้กับคุณค่าในตัวเอง)
  • คุณมักมีคำติดปากว่า “ฉันยุ่งอยู่” เป็นประจำ

ถ้าคุณมีคุณสมบัติดังกล่าว 3 ใน 4 ข้อ นั่นแปลว่า คุณเข้าข่ายเป็นคน ‘ยุ่ง’ แล้วล่ะ

 

แล้วจะทำอย่างไรดี ถ้าไม่อยากเป็นคนยุ่ง?

เทคนิคง่ายๆ ในการกลายเป็นคนไม่ยุ่ง นั่นคือในแต่ละวันให้คุณมองเป้าหมายมาเป็นอันดับแรกก่อน งานจุกจิก งานชนิดเตะตัดขาคุณ ให้เอาไว้ทำทีหลัง

นั่นเพราะว่าหากคุณเป็นคนที่ดูยุ่ง  ในทางจิตวิทยานั้น คำว่า “ยุ่ง” ไม่ได้แปลว่า คุณกำลังทำในสิ่งที่มีความหมาย Tom Rath  ผู้เขียนเรื่อง Are You Fully Charged ? ได้นิยามความยุ่งเอาไว้ว่า  

“ความยุ่งเหมือนหนูกำลังถีบจักร ตลอดเวลาที่หนูถีบจักรไป 12 ชั่วโมง นั่นไม่ได้หมายความว่า หนูตัวนั้นเดินหน้าไปไหน กลับกัน มันก็ยังคงอยู่ในวงล้อเดิมๆ วนแล้ววนอีก”

หนึ่งในอุปสรรคที่เข้ามา “เตะตัดขา” ให้คุณวิ่งไปไม่ถึงเป้าหมายแต่ละวันสักที   อาทิ

  • การเช็กอีเมล
  • การตอบข้อความ ทุกๆ เวลาที่เสียงดังของข้อความเข้าแจ้งเตือน (มีงานวิจัยโดยมหาวิทยาลัยบริทิช โคลัมเบีย ในปี 2015 พบกว่า คนเราจะเครียดน้อยลงหากลดจำนวนครั้งที่เราเช็กอีเมลในแต่ละวันให้น้อยลง)
  • การประชุม (ที่หลายครั้งหาข้อสรุปไม่ได้ หรือไร้ agenda แน่นอน )
  • การเผลอใจ ไม่โฟกัส (มีงานวิจัย ผู้ใช้สมาร์ทโฟนชาวอเมริกัน 15,000 คน พบว่า แต่ละคนมีการสไลด์ปลดล็อกหน้าจอถึง 110 ครั้งต่อวัน )
  • เรา Multitasking ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ต่อวันมากเกินไป

 

เอาล่ะ เรามีเทคนิคชวนคุณมามองเป้าหมาย และหาวิธีจัดการกับเรื่องหยุมหยิมที่กวนใจ กวนเวลาของคุณ โดยเริ่มต้นตั้งคำถามดังนี้

 

1. คุณจะทำอย่างไร ให้ตัวเองทำงานให้เร็วกว่านี้ได้

ถ้าปัจจุบัน คุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำงานหลายๆ อย่างเกินไปในเวลาเดียวกัน ให้ลองตั้งคำถามง่ายๆ ว่า คุณทำช้าเกินไป จนงานมันไหลมาวนครบรอบ หรือ คุณทำหลายๆ อย่างมากเกินไป จนไม่สามารถโฟกัสและจบงานนั้นๆ ได้

และหาคำตอบให้ได้ว่า ที่งานช้า ช้าที่คน หรือช้าที่ระบบ และจงแก้ไขในจุดนั้น และหาเคล็ดลับในการพัฒนาตัวเองเพื่อปลดล็อกข้อนี้ให้ได้

 

2. คุณจะมอบหมาย และส่งต่องานนี้ เพื่อพัฒนาคนอื่นต่อไปอย่างไร

ลองมองหางานที่คุณทำได้ดีอยู่แล้ว หรืองานที่เป็น กิจวัตร Routine ของคุณ แล้วส่งต่อให้คนอื่นในทีมทำ อาจจะเริ่มต้นด้วยการแบ่งงานบางส่วนให้ทดลองทำก็ได้

การมอบหมายงาน เป็นอีกหนึ่งทางลัดที่จะช่วยให้คุณ นำเวลานั้น ไปทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่า อย่าลืมว่าคุณไม่ควรต้องยอมทำงานเล็กๆ น้อยๆ แทนที่จะได้ทำงานที่ใหญ่กว่า และมีเป้าหมายสำคัญ

 

3. คุณจะสร้างระบบอะไรได้บ้าง เพื่อลดเวลา

เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ ลองสร้างระบบเพื่อลดขั้นตอนการทำซ้ำ หรือการใช้เวลาเกินความจำเป็นของงานบางงาน  เช่น ลองกำหนดช่วงเวลาที่แน่นอนในแต่ละวันในการให้เวลากับอีเมล ตอบจดหมาย ประชุม เตรียมงาน หรือแม้แต่นำเครื่องมือทางไอที มาเป็นตัวช่วยลดเวลา

 

เป้าหมายของงานในแต่ละวันก็เหมือนเส้นชัย ลองเล่นเกมง่ายๆ กับตัวเองดูว่า วันนี้คุณเดินไปถึงเป้าหมายเล็กๆ ที่ตั้งไว้ในแต่ละวันแล้วหรือยัง อย่าปล่อยให้สิ่งรบกวนเล็กๆ น้อยเข้ามาขัดจังหวะสมาธิและความตั้งใจของคุณ

 

 

 ข้อมูลจากหนังสือ :

 “ได้เวลาชาร์จพลัง Are You Fully Charged ?”  โดย Tom Rath (แปลโดย รสลินน์ ทวีกิตติกุล) สำนักพิมพ์ Open Worlds

  “เปลี่ยนงานประจำธรรมดา เป็นวิชาสร้างชีวิต” โดย เธมส์นที สุวรรณพลาย (เธมส์) สำนักพิมพ์  You2morrow

 

Share this item