Home / Youinspire / วิธีพัฒนาความเป็นผู้นำแบบ Step by Step
โดย เธมส์นที สุวรรณพลาย

Back

วิธีพัฒนาความเป็นผู้นำแบบ Step by Step
โดย เธมส์นที สุวรรณพลาย

11 months ago

 

ถ้าจะให้ผมหยิบยกทักษะใดทักษะหนึ่งที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้าอย่างมีนัยสำคัญขึ้นมา ผมจะหยิบยกทักษะที่ชื่อว่า “ความเป็นผู้นำ”

 

ถ้าคุณเคยอ่านหนังสือสามก๊ก ตำราพิชัยสงคราม หรือหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นผู้นำหลายๆเล่ม คุณจะพบว่าแก่นของทักษะความเป็นผู้นำนั้นไม่ได้ต่างกันมาก มันประกอบขึ้นจากการฝึกทักษะสำคัญ 4 อย่างคือ

1. เก่งคิด

2. เก่งตน

3. เก่งงาน

4. เก่งคน

ซึ่งผมจัดเรียงลำดับตามกระบวนการทางการฝึกฝนที่ควรจะเป็นมาให้ อยากรู้ว่าทำไม?…มา ผมจะเล่าให้ฟัง

 

#1 #เก่งคิด

 

ความเชื่อติดตัวของผมคือ “จุดเริ่มต้นของความสำเร็จอยู่ที่วิธีคิด”

และมันก็ไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่คือความจริง

ถ้าคุณไปถามคนที่ศึกษาด้านจิตวิทยาความสำเร็จ เขาจะเล่าหลักการสร้างผลลัพธ์หลักการหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักในระดับสากลทั่วไป หลักการนั้นมีชื่อว่า #TFAR ซึ่งเป็นตัวย่อของคำภาษาอังกฤษ 4 คำ คือ

 

Thought (ความคิด) –> Feeling (ความรู้สึก) –> Action (การกระทำ) –> Result (ผลลัพธ์)

 

อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ เมื่อคุณคิด คุณจะมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น เมื่อคุณมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น คุณจะตัดสินใจลงมือทำหรือไม่ทำบางอย่างตามความคิดและความรู้สึกนั้น (การไม่ทำคือการทำอย่างหนึ่ง) แน่นอนว่ามันเลยก่อให้เกิดผลลัพธ์ตามสิ่งที่คุณเลือกทำหรือไม่ทำ

จะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ จะนำคนอื่นได้ ต้องเริ่มจากการมีกระบวนการความคิด มี Mindset ตั้งต้นที่เอื้อต่อความก้าวหน้า (Growth Mindset) เรียกง่ายๆ ว่า “ต้องนำตัวเองให้ได้ก่อน ถึงจะไปนำชาวบ้านชาวช่องเขาได้”  ถ้าแค่นี้ยังทำไม่ได้ จะไปนำใครให้ดีได้ยังไง จริงไหม?

จริงๆ หลักการคิดมันมีเยอะมาก จะพิมพ์ใน post นี้ก็คงจะยาวเกินไป เอาเป็นว่าจบเรื่องการคิดไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน

 

#2 #เก่งตน

 

เมื่อคิดเป็นแล้วก็ต้องหัดเข้าใจตัวเองให้มากขึ้น เราอยู่ในโลกที่มีแต่คนมาป่าวประกาศบอกว่าสิ่งนั้นดี สิ่งนี้ดี เออ มันดีทุกอย่างนั่นแหละ ทุกสายอาชีพ ทุกงาน มันมีคนประสบความสำเร็จในเส้นทางของมันหมด

แต่คนที่ทำแบบนั้นได้ เขาต้องมีความเข้าใจในตัวเองสูงด้วย เขามักตอบตัวเองได้ว่า เป้าหมายของเขาคืออะไร เขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มีจุดเด่นตรงไหน ห่วยตรงไหน เมื่อเข้าใจตัวเอง จึงจะสามาถเลือกวางกลยุทธ์การพัฒนาตัวเองให้เหมาะกับเป้าหมายชีวิตที่เขาต้องการได้

พอพูดถึงเป้าหมายชีวิต ก็อย่าเอาแต่กระวนกระวายถามตัวเองว่า “ฉันรักที่จะทำอะไร” อย่างเดียว

ความรักในสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ดี การค้นพบสิ่งที่ตัวเองรักเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า “ไม่ได้ทำในสิ่งที่รัก จะทำให้ชีวิตดีไม่ได้”

ความรักในสิ่งที่ทำเป็นแค่หนึ่งในปัจจัยของการประสบความสำเร็จเท่านั้น (มันยังมีทั้ง การทำสิ่งนั้นได้ดี การทำสิ่งที่ช่วยเหลือโลกได้ และสุดท้ายคือการทำในสิ่งที่มีคนจ่ายเงินให้คุณ เมื่อรวมกับการทำสิ่งที่รักเข้าไป คนญี่ปุ่นเรียกจุดร่วมของ 4 สิ่งนี้ว่า “คุณค่าของชีวิต” หรือ “อิคิไก”)

วนกลับมาที่เรื่องเก่งตน หลายครั้งเราคิดว่าเรารู้จักตัวเองดี คนอื่นอย่ามายุ่ง เอ็งไม่เข้าใจข้าหรอก ผมจะบอกว่านั่นคือความคิดที่ผิดถนัด นั่นคืออีโก้ คุณกำลังยอมให้อีโก้มาปิดโอกาสในการทำความรู้จักตัวเองให้มากขึ้น

คนที่เก่งตนกลับเป็นคนที่เปิดใจยอมรับ “Feedback” จากผู้อื่นได้มากมาย ถามคนอื่นเสมอว่า “ฉันต้องปรับปรุงอะไร” “ฉันห่วยตรงไหน” “มีอะไรที่ฉันยังทำได้ไม่ดี”

การจะเป็นคนเปิดใจยอมรับ Feedback แบบนี้ได้ แน่นอนว่าคุณต้องมีความคิดในระดับของ Growth Mindset ที่เอื้อต่อการเติบโตของตัวเองให้ได้ซะก่อน

 

#3 #เก่งงาน

 

เมื่อคุณเก่งตน เมื่อคุณรู้จักตัวเอง คุณจะรู้วิธีสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่นตามแบบฉบับของคุณ คุณจะเล่นในเกมที่ตัวเองถนัด แสดงความสามารถในเวลาที่ควรแสดง รู้ว่าอะไรคือจุดเด่น จุดขายของคุณ

ถ้าว่ากันตามหลักการ 5 levels of leadership ของ John Maxwell ผู้นำที่นำคนอื่นได้ด้วยความสามารถถือเป็นผู้นำที่อยู่ในระดับที่ 3 คือคนจะเริ่มเชื่อคุณเพราะคุณแสดงศักยภาพออกมาโดยใช้ผลลัพธ์เป็นตัวพูดแทน

แต่แค่นั้นไม่พอที่จะทำให้คุณเป็นผู้นำที่ดีได้หรอกนะ

 

(Note : ระดับที่ 1. คือ นำด้วยตำแหน่ง  2. คือ นำด้วยความสัมพันธ์  3. คือ นำด้วยความสามารถ  4. คือ นำด้วยความเคารพ เชื่อใจจากคนที่เขาพัฒนาให้มีความสามารถ และ 5. คือระดับมีไฟใต้เท้า เลเวล 99 สร้างผลลัพธ์หมู่มาก แค่เดินมาก็สร้างกำลังใจให้คนได้โดยไม่ต้องพูดต้องจาอะไรเลย)

 

#4 #เก่งคน

 

ไม่มีงานใหญ่ไหนสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว จะสร้างงานใหญ่ได้ คุณต้องมีทีมงานที่มีศักยภาพมาร่วมด้วยช่วยกันเสมอ นั่นคือสาเหตุว่าทำไมคุณถึงต้องเก่งคน

ผู้นำจะยกระดับของตัวเองขึ้นมาก็ต่อเมื่อเขามีความสามารถมากพอที่จะพัฒนาทีมงานของเขาให้เก่งขึ้นได้ ความผิดพลาดใหญ่หลวงเรื่องการบริหารคนที่เกิดขึ้นในหลายครั้งคือ “เราตัดสินเขาตามมาตรฐานของเรา”

มีประโยคเด็ดประโยคหนึ่งซึ่งผมเคยได้ยินแล้วรู้สึกว่ามันเจ๋งมาก ประโยคนั้นบอกไว้ว่า

“ถ้าคุณตัดสินความสามารถของปลาจากการปีนต้นไม้ มันจะคิดว่าตัวมันไม่มีความสามารถไปตลอดชีวิต”

 

จะบริหารคนได้ คุณต้องมีความสามารถที่จะยอมรับในความแตกต่าง มีความเห็นอกเห็นใจ มองเขาในแบบที่เขาเป็น ไม่ใช่ในแบบที่คุณอยากให้เป็น เมื่อมองเขาในแบบที่เขาเป็น คุณจะค้นพบข้อดีบางอย่างในตัวเขาที่เอามาพัฒนาให้เขาเป็นตัวเองใน Version ที่ดีขึ้นได้เสมอ เมื่อมองเขาในแบบที่เขาเป็น คุณจะค้นพบว่า ข้อด้อย ที่คุณใช้อคติมองนั้น แท้จริงแล้วอาจเป็น “ข้อดีที่ถูกวางไว้ผิดที่” ก็เป็นไปได้

มีความหวังในตัวผู้คน อย่าเพิ่งตัดสินใครว่าเขาไม่ได้เรื่อง ทุกคนมีความสามารถในแบบของตัวเองเสมอ คุณแค่ต้องเป็นคนที่หาสิ่งนั้นให้เจอ แล้วพัฒนาเขาให้เติบโตขึ้นมาในแบบที่เขาเป็น

การเข้าใจความแตกต่าง ไม่ Stereotype ผู้คน จะสามารถทำให้คุณ Put the right man, on the right job ได้

นี่คือศาสตร์ที่ยากที่สุดของผู้นำ การบริหารคนที่ดี!

 

————————-

 

ลองเอาไปปรับใช้กันดูครับ เชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน

ชอบก็แชร์นะ ยินดีมากๆครับ : )

 

#เธมส์thinkต่าง #เปลี่ยนงานประจำธรรมดาเป็นวิชาสร้างชีวิต

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

เธมส์นที สุวรรณพลาย

วิศวกรกลายพันธุ์ ที่รักการสร้างแรงบันดาลใจ เธมส์จบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ2 จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่เปลี่ยนสายไปทำงานในด้านการตลาด และพัฒนาธุรกิจที่ตัวเองชื่นชอบมากว่า 6 ปี ปัจจุบันเขาเป็นหัวหน้าทีมที่ดูแลในด้านการวางกลยุทธ์สินค้าทั้งหมด ในบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้นำตลาดของกลุ่มธุรกิจนั้นๆ