Home / Youinspire / วิธีอยู่ให้เป็นในที่ทำงานที่กำลังเปลี่ยนเจน

Back

วิธีอยู่ให้เป็นในที่ทำงานที่กำลังเปลี่ยนเจน

4 weeks ago

คุณรู้สึกอยู่หรือเปล่าว่าเพื่อนร่วมงานที่ออฟฟิศของคุณมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ?   

เราขอแนะนำกลยุทธ์ที่จะช่วยให้ลูกจ้างรุ่นเก๋าสามารถอยู่กับปัจจุบันและมีคุณค่า เมื่อในที่ทำงานมีแต่คนที่อายุน้อยกว่าและไฮเทคกว่าเรามากขึ้นเรื่อยๆ

 

ทุกวันนี้ดูเหมือนลูกจ้างอายุมากนับล้าน ๆ คนกำลังจะถูกดิสรัปต์ (Disrupt) ในยุคดิจิทัล  ขณะที่พนักงานอายุน้อยซึ่งเข้าใจความเป็นดิจิทัลดูจะเป็นที่ต้องการมากกว่า  ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มเทคโนโลยี  บันเทิง ค้าปลีก และวงการสื่อ  เมื่อพนักงานวัย 40 ขึ้นไปมีแผนจะยืดอายุเกษียณของพวกเขาออกไปให้นานขึ้นจนถึงช่วงกลาง 60    ด้วยตัวเลขอายุที่เพิ่มขึ้นจึงจำเป็นต้องช่วยยืนยันคุณค่าของพวกเขาต่อนายจ้างโดยด่วน

คำถามหลักที่ลูกจ้างอายุมากต้องเจอคือ นายจ้างของคุณจะจ้างคุณอีกครั้งด้วยทักษะเท่าที่คุณมีตอนนี้หรือไม่?

ซึ่งหากอยากจะได้รับคำตอบว่า “ใช่”   ก็แปลว่าจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อจะช่วยให้ทักษะของคุณยังสดใหม่ มีทัศนคติที่ดี และมีสไตล์เฉพาะตัวที่ทันสมัย    เพราะคงสายเกินไปหากจะรอให้บริษัทถูกซื้อกิจการหรือมาถึงช่วงเลย์ออฟคนออกแล้วค่อยเริ่มขยับตัวทำอะไร

 “คุณไม่สามารถรอให้ขวานตกลงมาก่อนถึงจะค่อยหนีได้หรอก”  Judith Gerberg ผู้ฝึกสอนนักบริหารแห่งเมืองนิวยอร์กกล่าว

 

และนี่คือ  3 เทคนิคที่จะช่วยให้เหล่าซีเนียร์อยู่รอดได้ในองค์กรที่มีแต่คนอายุน้อยกว่า

 

1. ออกจากคอมฟอร์ตโซน แล้วเรียนรู้จากคนรุ่นใหม่

การเชื่อมสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานอายุน้อยกว่า และแสดงออกถึงความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นทำ  จะสามารถช่วยให้คุณเดินเคียงข้างไปกับการเปลี่ยนแปลงได้ Ellis Chase กล่าว  เขาคือที่ปรึกษาด้านการจัดการอาชีพในนิวยอร์กและนักเขียน

 

“คุณต้องออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง แล้วคุยกับเหล่าคนรุ่นใหม่ไฟแรงพวกนั้น  ถามพวกเขาว่า ฉันอยากเรียนรู้พวกนี้จังเลย  พอมีเวลาสอนฉันสักครึ่งชั่วโมงได้ไหม?  เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าว”    Chase แนะนำ

 

Jeff Fuerst อายุ 52 ปี ใช้เวลา 8 ปีในช่วงวัย 40 ของเขาในฐานะผู้บริหารสินค้าคงคลังที่ Sears Holding Corp. บริษัทค้าปลีกที่กำลังประสบปัญหาในขณะนั้น  เพื่อช่วยฟื้นฟูกิจการให้กลับมาดีอีกครั้ง เขาอยู่ข้างเดียวกับเทคโนโลยีและช่วยเริ่มโปรแกรมทำงานที่บ้าน เพื่อจูงใจผู้สมัครงานรุ่นใหม่ ๆ  ในขณะที่ Sears ยังคงทยอยปิดสาขาอย่างต่อเนื่อง เขายังรักษาคอนเนกชั่นกับผู้คนในอุตสาหกรรมนี้ด้วยการเข้าร่วมประชุมกลุ่มของกลุ่มวิชาชีพ

ในระหว่างเปลี่ยนผ่านที่เกิดจากหนึ่งในคู่ค้าเหล่านั้น   Fuerst ออกจาก Sears ในสามปีต่อมาเพื่อมารับตำแหน่งรองประธานอาวุโสที่  Integrated Merchandising Systems (IMS) บริษัทตัวแทนด้านการค้าและการตลาด ที่นี่เขาได้เรียนรู้เทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซและการตลาดดิจิทัล  และนับตั้งแต่นั้นเขาก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่โลจิสติก

“ถ้าเขาไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้เร็วพอ มันจะเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะอยู่ต่อไปได้”  Fuerst กล่าว

 

2. สร้างคอนเนกชั่นและพร้อมร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานทุกระดับ

การสร้างความเชื่อมโยงและร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานในทุกระดับถือเป็นทักษะการเอาตัวรอดที่สำคัญ   ทำให้แน่ใจว่า…

“คุณมีใครสักคนที่จะพูดว่า  ‘ไม่นะ เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก ฉันเคยทำงานร่วมกับเขา’  เมื่อชื่อของคุณถูกเสนอในที่ประชุมให้ปลดออก”    Gerberg กล่าว

หากบริษัทของคุณกำลังจะถูกซื้อกิจการ การมีเพื่อนอยู่ในองค์กรยังสามารถช่วยให้คุณมีโอกาสที่จะได้โอนย้ายไปยังตำแหน่งหน้าที่ใหม่ในแผนกอื่นๆ ได้อีกด้วย

Karen Alber อายุ 54 ปี พัฒนาทักษะและสร้างรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ระหว่างที่อยู่กับบริษัทอาหารและเครื่องดื่มสามแห่งในช่วง 15 ปีหลัง เผชิญผลจากการลดต้นทุนและปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ และเธอลาออกด้วยความสมัครใจในทุกครั้ง เธอมีใบรับรองในสายงานที่ยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำเมื่อเธอจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในช่วงปี 1980 นั่นก็คือ สาขาการบริหารห่วงโซ่อุปทาน

เธอเข้าร่วมกับกลุ่มวิชาชีพและได้กล่าวในระหว่างการประชุม “บางครั้งฉันก็คิดนะว่า ‘จริงเหรอ? นี่ฉันกำลังอยู่บนเครื่องบินและกำลังไปเข้าร่วมประชุมจริง ๆ เหรอ?’ ”  Alber กล่าว “แต่สุดท้ายฉันก็มาอยู่ดี” เธอลงคอร์สการเป็นโค้ชเพราะเธอชอบที่จะได้สอนพนักงานอายุน้อย

เธอยังอาสาร่วมกับโครงการภายใน ซึ่งรวมไปถึงการเป็นทีมงานที่ช่วยปรับปรุงวิธีการทำงานด้วย บางครั้งเธอก็กังวลว่า

“หากฉันยังร่วมกับทีมนี้ต่อไป ฉันจะได้งานของฉันกลับมายังไง?”  

 แต่เธอก็ได้เรียนรู้ทักษะที่มีค่าซึ่งรวมถึงการบริหารทีมที่แต่ละคนมาจากต่างหน้าที่กัน และกระจายงานที่เธอไม่สามารถทำเองได้ให้คนอื่นๆ  และสุดท้ายก็ช่วยให้เธอได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่สารสนเทศ

“มันกลายเป็นแบรนด์ของเธอไปแล้ว” Amy Ruppert ผู้ฝึกสอนนักบริหารซึ่งทำงานร่วมกับคุณ Alber อยู่หลายปีกล่าว “คนรู้ว่า ‘คุณสามารถโยน Karen Alber เข้าไปอยู่กับอะไรก็ได้ เธอจะสามารถจัดการมันได้’” เมื่อสองปีที่แล้ว  Alber วางแผนร่วมกับ  Ruppert ในการที่จะออกจากงานอย่างสมัครใจ เพื่อร่วมก่อตั้ง Integreship Group บริษัทฝึกสอนความเป็นผู้นำในชิคาโก

“คนจำนวนมากมักเผชิญอุปสรรคทางจิตวิทยาที่จะเรียนรู้งานหรือทักษะใหม่ๆ”  Andy Molinsky ศาสตราจารย์ด้านพฤติกรรมองค์กรแห่ง Brandeis University และผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนกล่าว พนักงานที่อายุมากกว่าอาจรู้สึกไม่พอใจกับการที่จะต้องปรับตัวหลังจากที่พวกเขาทำงานมานานหลายทศวรรษ   หรือพวกเขาอาจจะคิดว่า  “นี่มันไม่ใช่ตัวฉันเลย” ดร. Molinsky กล่าว

 

3. พัฒนาบุคลิกและสไตล์ของตัวเอง

หนึ่งในวิธีจัดการกับอุปสรรคในใจเพื่อที่จะก้าวออกไปสู่ดินแดนใหม่ๆ   คือการพัฒนาในการรับรู้เป้าหมาย  ความเชื่อที่จะสร้างความพยายามนั้นสำคัญสำหรับเหตุผลที่คุณให้ค่ากับมันมากๆ  ซึ่งคนอื่น ๆ อาจจะใช้วิธีบิดหรือปรับวิธีการที่จะก้าวเข้าไปรับบทบาทหน้าที่ใหม่ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกสะดวกสบายมากขึ้น

วิธีหนึ่งที่จะทำสิ่งนี้คือ พัฒนาบุคลิกและสไตล์ของตัวเอง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องไปรื้อทั้งตู้เสื้อผ้า หรือเปลี่ยนรูปลักษณ์ของคุณเพื่อที่จะพยายามให้ดูฮิปพอๆ กับเพื่อนร่วมงานเด็ก ๆ  

“หากคุณอยู่ในวัย 30 แล้วมีหนวดเคราบางๆ มันอาจจะดูแมนดี แต่หากคุณอยู่ในวัย  70 แล้วมีหนวดเคราหงอกๆ  มันจะดูเหมือนคนจรจัดเสียมากกว่า”  Peter Cappelli ศาสตราจารย์ด้านบริหารแห่ง  Wharton School และผู้เขียน “การบริหารพนักงานอายุมาก” กล่าว

ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ในนิวยอร์ก  Amanda Sanders แนะนำว่าให้เลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่สะท้อนแฟชั่นยุคปัจจุบัน แต่ให้แน่ใจว่ามันดูดีสำหรับคุณ  

ผู้ชายสามารถปรับลุคให้ดูทันสมัยขึ้นด้วยกางเกงเข้ารูป รองเท้าหนังแบบสายคาดคู่แทนที่จะเป็นแบบผูกเชือก  กับแว่นสายตาที่ดูร่วมสมัย  ขณะที่แอปเปิลวอตช์ก็บอกได้ว่าคนใส่เป็นคนไฮเทค  “แต่หากคนอายุมากใส่  มันกลับดูเหมือนพวกเขาพยายามจะดูเด็กลงเสียมากกว่า”   Sander กล่าว ทางเลือกที่ดีกว่าอาจจะเป็นนาฬิกาข้อมือแบบคลาสสิกสายหนัง    

ผู้หญิงควรสลัดทิ้งลุคที่ตกยุคอย่างการสวมเสื้อสเวตเตอร์ถักคร่ำครึทับชุดเดรส   น่าจะดีกว่าถ้าเปลี่ยนมาสวมแจ็กเก็ตหนังหรือสเวตเตอร์แบบยาวไม่เท่ากัน  Sanders กล่าว

คนที่ผมเริ่มบางลงสามารถสร้างสีสันด้วยการทำไฮไลท์เพื่อช่วยให้ดูลึกและหนาขึ้น   ผมหงอกไม่ใช่เรื่องแย่  หากคนนั้นยังดูแข็งแรงและมีสไตล์ร่วมสมัย    Sanders กล่าว  

“ให้สวมใส่อายุของคุณราวกับมันคือเหรียญกล้าหาญ หากคุณเชื่อในมัน พวกเขาก็จะเชื่อในมันเช่นกัน”

 

ถ้าลองปรับตัวซะตั้งแต่วันนี้   ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอีกต่อไปกับอายุที่น้อยลงเรื่อยๆ ของเพื่อนร่วมงาน   เพราะคุณเองก็จะเนียนอยู่ในกลุ่มนั้นได้  ต่างกันก็แค่คุณไม่ได้ดูอายุน้อยด้วยวัย  แต่มันเป็นเพราะหัวใจที่  “Young at Heart” ของคุณเอง

 

ที่มา : The Wall Street Journal

 

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

ทศพล สุวรรณสุต

นักเขียน/นักแปลพาร์ตไทม์ สนใจในการใช้ชีวิตให้มีความสุขใน 6 มิติ สุขภาพ อาชีพการงาน การเงิน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น การพัฒนาตัวเอง และการแบ่งปันให้ส่วนรวม