Home / Youinspire / ‘เด็กใหม่’ (2018) ไปฝึกงาน
9 สิ่งนี้อย่าทำ…โนะ

Back

‘เด็กใหม่’ (2018) ไปฝึกงาน
9 สิ่งนี้อย่าทำ…โนะ

1 week ago

‘เด็กใหม่’   ที่เรากำลังพูดถึงนี้ หมายถึง ‘เด็กฝึกงาน’   ซึ่งก็มีทั้งเด็กฝึกงานที่ยังเป็นนิสิต นักศึกษาที่จำเป็นต้องมาฝึกงานเพื่อเก็บหน่วยกิตให้ครบจบหลักสูตรในการเรียนและเตรียมความพร้อมสู่โลกแห่งการทำงานในอนาคต รวมถึงเด็กฝึกงานที่ตั้งใจมาลองทำงานเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และค้นหาสิ่งที่ชอบและใช่ในด้านอาชีพโดยไม่เกี่ยวกับการเก็บหน่วยกิตการเรียนใดๆ  

 

และในการฝึกงานโดยทั่วไป ทางองค์กรหรือบริษัทอาจไม่ได้มีเบื้ยเลี้ยงหรือค่าตอบแทนให้เหมือนการเป็นพนักงานประจำ นอกจากวิชาความรู้จากรุ่นพี่ในที่ทำงานมอบให้สู่รุ่นน้อง บางครั้งการเจอหัวหน้าดุหรือเฮี้ยบหน่อย หรือการต้องทำตามกฎระเบียบต่างๆ ขององค์กร ก็อาจทำให้เด็กฝึกงานหลายคนท้อแท้หรือไม่มีแรงใจมุ่งมั่นที่จะฝึกงานแบบจริงจัง ฝึกงานแบบขอไปที ให้ผ่านไปในแต่ละวัน ทำให้เสียเวลาทั้งตัวเด็กฝึกงานเอง พนักงานที่ดูแล และองค์กรบริษัทที่รับเข้ามาฝึกงาน เพราะที่จริงแล้วการฝึกงานคือการเปิดโอกาสต่างๆ มากมายให้กับชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความรู้ที่หาไม่ได้จากห้องเรียน สังคมใหม่ๆ คอนเนกชั่นที่จะต่อยอดด้านอาชีพ

 

เพื่อการเป็นเด็กฝึกงานยุคใหม่ 2018 ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของทุกออฟฟิศ ลองมาดูหน่อยว่าพฤติกรรมแบบไหนที่เด็กฝึกงานไม่ควรทำ 

 

9 สิ่งอย่าทำ ถ้าเป็น ‘เด็กใหม่’   ฝึกงานในออฟฟิศ

 

1. อย่าอ้างว่าหน้าตึง มันดึงเอง

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ใช่คนที่เฟรนด์ลี่อะไรมากนัก แต่การเข้าไปสู่สังคมใหม่ๆ ที่เราเป็นคนอายุน้อยกว่า รอยยิ้มบนใบหน้าจะช่วยเพิ่มความน่าเอ็นดู น่าคบหาสมาคมได้มากกว่า พนักงานออฟฟิศจำนวนมากเต็มใจที่จะสอนวิชาต่างๆ ให้เด็กฝึกงานที่ดูมีมนุษยสัมพันธ์ดีและยิ้มแย้มแจ่มใส

 

2. อย่าลืมเรื่องมารยาทและกาลเทศะเสมอ

คำว่า “สวัสดี” “ขอบคุณ” และ “ขอโทษ” เป็นคำพูดพื้นฐานที่แสดงออกถึงความมีมารยาทที่ควรทำ นอกจากนี้เรื่องของกาลเทศะก็มีความสำคัญ ควรทำตามกฎระเบียบขององค์กรและบริษัทเหมือนพนักงานคนอื่นๆ แม้คุณจะเป็นเพียงเด็กฝึกงาน เช่น กฎของพนักงานคือมีเวลาช่วงพักตามที่กำหนด คุณก็ควรจะพักในช่วงเวลานั้นเช่นเดียวกับพนักงานคนอื่นๆ มีเด็กฝึกงานหลายๆ คน คิดเองว่าเป็นแค่เด็กฝึกงานอยากจะเดินเข้าเดินออกไปไหนมาไหนตอนไหนก็ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ รวมถึงการจับกลุ่มนั่งเมาท์นินทาก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ดูไม่ดี โดยเฉพาะการไปฝึกงานพร้อมกันกับเพื่อนหลายๆ คนในที่เดียวกัน (หักห้ามใจกันหน่อยนะขาเมาท์) เรื่องมารยาทการแต่งกายก็เช่นกัน แม้องค์กรที่คุณไปฝึกงานจะไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ แต่การแต่งตัวตามสบายจนเกินไปก็อาจดูไม่ดีนัก จงดูความเหมาะสมเป็นหลัก (รองเท้าแตะ สายเดี่ยว ชุดสั้นจุ๊ดจู๋ เก็บเข้าตู้ไปก่อน)

 

3. อย่านำข้อมูลขององค์กรหรือบริษัทไปเปิดเผยกับผู้อื่นหรือในสื่อโซเชียล

โดยเฉพาะหากข้อมูลนั้นเป็นเรื่องสำคัญทางธุรกิจที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายตามมาในภายหลัง (แม้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวก็ไม่ถือเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลอย่างแท้จริงนะ) นี่รวมถึงการบ่นระบายความรู้สึกไม่ดีต่อองค์หรือบริษัทในพื้นที่โซเชียลด้วยเช่นกัน

 

4. อย่าปากหนักนิ่งเฉยในการถาม หากไม่เข้าใจเนื้องานที่ได้รับมอบหมาย

พนักงานหรือหัวหน้าที่ดูแลหลายคนไว้ใจให้เด็กฝึกงานได้ลองทำงานจริงๆ แต่ถ้าคุณยังไม่มั่นใจในสิ่งที่จะต้องทำ ควรศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนลงมือทำ และจะดีที่สุด หากจะสอบถามรายละเอียดต่างๆ ให้เข้าใจดีจากผู้ที่มอบหมายงาน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันและป้องกันการผิดพลาดของงานที่อาจเกิดขึ้น 

 

5. อย่าลืมพกพาความกระตือรือร้นมาด้วย

ระหว่างเด็กฝึกงานที่ดูขยันขันแข็งกับเด็กฝึกงานที่เอื่อยเฉื่อย ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม คุณคิดว่าองค์กรหรือบริษัทจะต้องการคนแบบไหนมากกว่ากัน

 

6. อย่าลืมเรื่องการตรงต่อเวลา

ในการฝึกงานให้เปรียบเสมือนเป็นการทำงานจริงๆ ของคุณ ในเรื่องธุรกิจการค้าและงานต่างๆ การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก แม้คุณจะเป็นคนที่เก่งกาจ ฉลาดเฉลียว แต่หากว่าคุณไม่ให้ความสำคัญกับเวลาของคนอื่นเลย หนทางก้าวหน้าในการทำงานของคุณคงไปได้ไม่ไกลอย่างแน่นอน และอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้อีกด้วย

 

7. อย่าหว่านเสน่ห์เชิงชู้สาวตั้งแต่เริ่มฝึกงาน

เราไม่ได้บอกว่าการมีความรักในที่ทำงานเป็นสิ่งผิด แต่สิ่งสำคัญที่อยากให้โฟกัสสำหรับเด็กฝึกงานคือการตั้งใจเข้ามาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ความรู้และทักษะวิชาชีพเป็นลำดับแรก นอกเหนือจากนั้นเป็นเรื่องของมิตรภาพในที่ทำงานที่ควรวางตัวให้เหมาะสม ยิ่งการเป็นเด็กฝึกงานอาจทำให้เป็นที่จับตาจากผู้ใหญ่หลายๆ คนในการประเมินผล บางคนมองกันไปมองกันมา จนไม่เป็นอันทำงานก็มี

 

8. อย่ามือเบาหยิบเอาสิ่งของของบริษัทไปเป็นของตัวเอง

เป็นเรื่องที่อาจดูเกินจริง แต่มีเด็กฝึกงานหลายคนที่เผลอหยิบสิ่งของของบริษัทติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ในสำนักงาน ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของบริษัท แม้จะเป็นสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณคิดว่าไม่เห็นจะเป็นไร คงไม่มีใครใช้แล้ว ไม่ใช่ของแพงสักหน่อย แต่ก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ ยิ่งเป็นของมีค่า หากถูกจับได้ก็เท่ากับคดีลักขโมยเลยเชียวนะ นอกเสียจากว่ามีหัวหน้าหรือรุ่นพี่พนักงานมอบให้ด้วยความถูกต้องหรือในวาระโอกาสพิเศษ ซึ่งนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง (หากมอบให้ด้วยความถูกใจส่วนตัวก็ต้องพิจารณาดีๆ ด้วยนะ)

 

9. อย่าลืมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการฝึกงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ข้อนี้คือข้อที่สำคัญที่สุด ถือเป็นหัวใจของการฝึกงานเลยก็ว่าได้ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือน แต่คุณควรทำมันให้ดีที่สุด อย่าดูถูกในสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ทำ จงมีความสุขในงานที่ต้องทำ แม้มันจะดูเป็นงานเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าคุณใส่ใจและใช้เวลาให้คุ้มค่า นอกจากการได้เก็บเกี่ยวความรู้จากองค์กรแล้ว มันยังเป็นอีกหนึ่งบททดสอบด้วยว่าคุณพร้อมที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพแล้วหรือยัง

 

 

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

Hima in the rain

อดีตนักเรียนศิลปะที่หลงรักการอ่าน ชื่นชอบการเขียน เพียรฝึกทำอาหาร สนใจใคร่รู้เรื่องราวต่างๆ รอบตัว การใช้ชีวิต กิน ดื่ม เที่ยว ระบบการศึกษาในสังคม เรื่องราวปฏิสัมพันธ์ของผู้คนทั้งในโลกยุคเก่าและโลกยุคใหม่อันมีเสน่ห์ที่แตกต่างแต่สามารถเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าถึงซึ่งกันและกัน