Home / Youinspire / “โครเอเชีย” ทีมเล็กๆ ที่มาไกล
ไม่ใช่แค่ม้ามืด แต่คือการวางแผนและเติบโต

Back

“โครเอเชีย” ทีมเล็กๆ ที่มาไกล
ไม่ใช่แค่ม้ามืด แต่คือการวางแผนและเติบโต

5 months ago

โครเอเชีย ทีมฟุตบอลฉายา “ตาหมากรุก”  กับผลงานสูงสุดที่ทำไว้จากสนามฟุตบอลโลก เคยคว้าอันดับ 3 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส  หลังจากที่ก่อนหน้านี้ 7 ปี ประเทศเล็กๆ ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ประกาศอิสรภาพ จากสาธารณรัฐในยูโกสลาเวีย และเผชิญความไม่สงบอยู่เสมอ

20  ปีผ่านไป ทีมชาติโครเอเชียพาธงชาติลายหมากรุกของเขามาโบกสะบัดอีกครั้งในสนามสนามลุจนีกี กรุงมอสโก   ในฐานะคู่ชิงชนะเลิศ  และสุดท้ายปลายทางแม้จะไปไม่ถึงขั้นได้ชูถ้วย  แต่ตำแหน่งรองแชมป์ที่ได้มานี่ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเอามากๆ  แล้วสำหรับทีมที่ไม่ได้ติดโผเต็งแชมป์มาตั้งแต่ต้น

บางคนว่านี่คือทีมม้ามืดจากยุโรป แต่สำหรับบางคนมองว่านี่คือการวางแผนอย่างเป็นระบบ และผลลัพธ์ที่มาถึงวันนี้ คือการเติบโตที่สุกงอมแล้วต่างหาก

มาดูกันสิว่า 20 ปี ในการพัฒนานักฟุตบอลของโครเอเชีย พวกเขามีอะไรเป็นไม้เด็ด

 

3 เคล็ดลับความสำเร็จ สูตรเด็ด “โครเอเชีย”

 

 

1. โครเอเชียให้ความสำคัญกับการสร้างนักฟุตบอลตั้งแต่รุ่นเยาวชน

สมาคมฟุตบอลของโครเอเชียวางยุทธศาสตร์และปลูกฝังแนวทางฟุตบอลภายในประเทศ ตั้งแต่ชุดเด็ก ชุดเยาวชน ไปจนถึงชุดใหญ่

“คุณต้องสร้างวิสัยทัศน์เดียวกันตั้งแต่อายุ 12 ปี”  โรมีโอ โจแซค หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของสมาคมฟุตบอลโครเอเชีย  เคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC อังกฤษ อาจกล่าวได้ว่า บอลของโครเอเซียมีการเติบโตในทิศทางเดียวกัน

 

2. วินัยที่แข็งแกร่ง ความเด็ดขาดของผู้นำ และความสำเร็จวัดกันที่ความอึด ความอดทน

ซลัตโก้ ดาลิช กุนซือวัย 51 ปี แสดงให้เราเห็นถึงความเด็ดขาดเมื่อวันที่คุมทีมและลุกขึ้นมาเป็นผู้นำ หลังจากที่ตัดสินใจส่งตัวกองหน้า นิโกล่า คาลินิช ออกจากทัพกลางคัน เหตุเพราะไม่ยอมลงสนามเป็นตัวสำรองในแมตช์แรกที่ชนะไนจีเรีย 2-0

“นี่เป็นการตัดสินใจที่ตึงเครียดมากที่สุดในชีวิตของผม การทำร้ายความรู้สึกนักเตะในทีมเป็นจุดอ่อนของผมเลย แต่ผมต้องตัดสินใจอย่างสงบ และทำในสิ่งที่ต้องทำ

“เราไม่ใช่ทีมที่เล่นสวยเหมือนสเปน โปรตุเกส อาร์เจนติน่า และเราไม่ใช่ตัวเต็ง สิ่งเดียวที่เรามี คือวินัยทีม และความเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่แพ้ใคร มันเป็นสิ่งที่เราจะใช้ต่อสู้กับทีมอื่นๆ ด้วย”

 ซลัตโก้ ดาลิช ผู้จัดการทีมชาติโครเอเชีย

ฟอร์มของ ชลัตโก้ ดาลิช โค้ชทีมตราหมากรุก ยังใช้ทักษะความเป็นผู้นำ หลอมรวมเค้นฟอร์มของนักเตะของเขามาให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ มากไปกว่านั้นฟุตบอลไม่ได้วัดศักยภาพที่ความพลิ้วและการทำแต้ม แต่ความอึด อดทนในสนามต่างหากคือเครื่องชี้วัด ในสถิติฟุตบอลโลกปี 2018 นี้ โครเอเชียต้องเล่นต่อเวลา 120 นาที ตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย  รอบ 8 ทีมสุดท้าย  รวมถึงรอบรองชนะเลิศ และเขาจะต้องโดนคู่แข่งยิงนำก่อนทุกนัด

“เรามีนักเตะ 2 คนที่ต้องลงเล่นในสภาพที่หมดแรงเหมือนกับว่าพวกเขาเหลือแค่ขาข้างเดียวที่พอขยับไหว ในช่วงต่อเวลาพิเศษไม่มีใครที่อยากโดนเปลี่ยนตัวเลย มันแสดงให้เห็นถึงบุคลิกของเรา และมันทำให้ผมภูมิใจมากๆ ไม่มีใครยอมแพ้เลย” โค้ชโครเอเชีย กล่าวถึงลูกทีมของเขาหลังจากที่ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์มาได้

ลูกา โมดริช กัปตันทีมชาติโครเอเชีย หนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่นำทีมมาจนถึงรองแชมป์ 

และได้รับ รางวัล “นักเตะยอดเยี่ยมของฟุตบอลโลก 2018”  หรือ    Adidas Golden Ball Award  ไปครอง

 

3. โครเอเชียนำเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์

บริษัท STATS ผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเก็บข้อมูล และประมวลผลด้านการกีฬาได้ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จของทีมชาติโครเอเชียว่า ทีมตราหมากรุกได้ใช้ STATS Edge ซอฟต์แวร์ด้าน AI ร่วมกับ Machine Learning มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการเล่นของทีมอื่นๆ และนำมาสรุปเป็นข้อมูลให้ทราบครบทุกด้าน อาทิ สถิติของผู้เล่นแต่ละคนตำแหน่งการเล่นหรือการวิ่ง ลักษณะการเปิดบอล รวมถึงแผนการเล่น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมิติใหม่ของวงการกีฬา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้นำทีมโครเอเซียมีวิสัยทัศน์ที่เปิดกว้าง และให้ความสำคัญกับ Data Investment

 

 

ที่มาข้อมูล :

https://www.stats.com/edge/

https://news.siamphone.com/news-36983.html

http://www.komchadluek.net/news/sport/334492

https://www.bbc.com/thai/international-44817746

http://www.siamsport.co.th/worldcup2018/news/view/80403

 

CR : ภาพประกอบทั้งหมด

https://www.fifa.com/worldcup/

http://hns-cff.hr

 

 

Share this item