Home / Youinspire / 12 สิ่งที่ควร ลด ละ เลิก ก่อนเข้านอน เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

Back

12 สิ่งที่ควร ลด ละ เลิก ก่อนเข้านอน เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

3 months ago

ในขณะที่หลายๆ คนมุ่งโฟกัสกับ วินัยและกิจวัตรยามเช้า – Morning Habits

แต่รู้ไหมว่า คนที่ประสบความสำเร็จ เขาโฟกัสล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงเวลาก่อนเข้านอนเลยล่ะ  (เข้าทำนอง เริ่มก่อน พร้อมกว่า)

ในกิจวัตรของคนที่ประสบความสำเร็จ  ช่วงเวลาก่อนเข้านอนนั้นต้องนับว่าเป็นเวลาไพรม์ไทม์เลยทีเดียว   ถ้า อย่างนั้นมาดูกันว่า  พวกเขา ลด ละ เลิก และเริ่มต้นทำอะไร ก่อนหัวถึงหมอน

 

1. คิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ช่างจดช่างจำ และอยากทำ อยากพัฒนาในสิ่งต่างๆ  ให้ดีขึ้น

แน่นอนว่าก่อนหัวถึงหมอน  จึงต้องทบทวนตัวเองทั้งทางด้านความรู้สึก กายภาพ และความคิด

หากนึกไม่ออกว่าจะทบทวนอะไร ก็ลองถามตัวเองง่ายๆ  “เกิดอะไรขึ้นบ้างวันนี้?” “ งานเป็นอย่างไร?” “ อะไรคือสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ในวันนี้ และพรุ่งนี้คุณจะพัฒนามันอย่างไร?”

คำถามง่ายๆ เหล่านี้ คือจุดเริ่มต้นที่นำคุณไปสู่พรุ่งนี้ที่ดีกว่า  

 

2. จดบันทึก

สมองและจิตใจของมนุษย์ควรทำหน้าที่ขบคิด ไม่ได้มีหน้าที่ไว้จดจำ

ดังนั้นการหาสมุดไดอารี่จดบันทึกทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ก็จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คุณมองเห็นและประเมินตัวเองได้

วันนี้คิดอะไร ความรู้สึกด้านบวก ด้านลบ และสิ่งที่อยากจะลงมือทำ

การจดบันทึกเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทำให้คุณโฟกัสไปถึงเป้าหมาย และทำให้คุณเห็นพัฒนาการของตัวเอง ที่สำคัญเมื่อจดแล้วก็หมั่นอ่านและทบทวนตัวเองด้วยล่ะ

 

3. วางแผนถึงวันพรุ่งนี้

อย่ารอให้ต้องทำตอนเช้า (เพราะช่วงเช้าสมองคนมีพลังมากกว่านั้นมาก)

การวางแผนสามารถทำได้ตั้งแต่คืนก่อนหน้า จัดลำดับความสำคัญ สิ่งที่ต้องทำพรุ่งนี้ 1, 2, 3 อะไรด่วน อะไรไม่ด่วน เพื่อที่เมื่อคุณลืมตาตื่นขึ้นมาปุ๊บ ก็ลุยตามสเต็ปได้เลย

 

4. ชำระกายให้ใสสะอาด

อาบน้ำหรือยัง  ใช้คลีนซิ่งบำรุงผิวหน้าเรียบร้อยหรือยัง  ห้องหับห้องนอนสะอาด ปูเตียงนุ่มสะอาดเตรียมนอนหรือยัง  การปรับสิ่งแวดล้อมรอบตัวคุณ รวมถึงตัวคุณให้สะอาด ก็ถือเป็นการเคลียร์ตัวเองก่อนเข้านอน

 

5. คิดหรือยัง พรุ่งนี้จะแต่งอะไร

ทำไมประธานาธิบดี และ CEO หลายคนชอบใส่เสื้อผ้าแบบเดิมๆ ตลอดนะ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยูนิฟอร์มสีดำเรียบเท่แบบสตีฟ จ็อบส์ หรือเชิ้ตแบบพี่มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก

สิ่งเหล่านี้เรียกว่า Decision Fatigue   ซึ่งความเหนื่อยล้าในการตัดสินใจ คือภาวะทางจิตวิทยาที่ประสิทธิภาพการทำงานของคนลดลงจากการที่วันหนึ่งมีเรื่องตัดสินใจมากเกินไป  เรื่องนี้เกิดขึ้นแม้กระทั่ง วันนี้กินอะไรดี? เลิกงานไปไหนดี?   

ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่อยากจะแต่งตัวด้วยยูนิฟอร์มแบบสตีฟ จ็อบส์ และพี่มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก

คืนนี้ก็เตรียมตัวได้เลยว่า พรุ่งนี้จะใส่อะไร  รีดผ้าเรียบร้อยเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง  พร้อมตั้งแต่คืนนี้ พรุ่งนี้จะได้เริ่มต้นวันใหม่แบบสวยๆ หล่อๆ เริ่ดๆ เชิดๆ

 

6. ช่วงเวลาแห่งสมาธิ

ช่วงเวลากลางคืนที่เงียบสงัด เป็นช่วงเวลาที่คุณจะได้อยู่กับตนเอง สำรวจความรู้สึก และสิ่งรอบข้างของคุณ ตัดขาดสิ่งรบกวนรอบข้าง เพราะคงไม่มีใครติดต่อคุณแล้วยามดึก งดตอบอีเมลลูกค้า สื่อสารทางไลน์กับหัวหน้างาน เพราะนี่คือเวลาคุณภาพที่คุณควรจะได้อยู่กับตัวเอง

การฝึกฝนสมาธิ อาจเริ่มจากช่วงเวลากลางคืนก่อนเข้านอน รุ่งขึ้นก็ยังสามารถฝึกฝนที่จะมีสมาธิจดจ่อ และทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้นานขึ้น เช่น เคี้ยวให้ช้า จบงานตรงหน้าให้ได้ยาวขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลลัพธ์ด้านบวกที่สร้างวินัยดีๆ ให้แก่คุณ

 

7. อยู่กับคนที่คุณรัก

นี่คือช่วงเวลาที่คุณควรตักตวงพลังให้มากที่สุด จากคนรัก คู่สามีภรรยา ลูกน้อย เพื่อนสนิท หรือแม้แต่คุณพ่อคุณแม่ และคนในครอบครัว

 

8. อ่าน

การอ่านเป็นคุณสมบัติที่จะพัฒนาคุณให้เป็นคนที่ดีขึ้น การอ่านถือเป็นกิจกรรมที่จะทำให้คุณ Shut Down ทางร่างกาย ไม่ต้องสื่อสารกับใคร และใช้สมาธิจดจ่อกับตัวเอง

คนที่ประสบความสำเร็จอย่างบิล เกตส์  หรือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เป็นมนุษย์นักอ่าน และเขาเชื่อว่าการอ่านทำให้เขาพัฒนาความจำ และโฟกัสได้ดียิ่งขึ้น

 

9. ตั้งนาฬิกาปลุก ในช่วงเวลาที่คุณอยากตื่น

อย่าเป็นมนุษย์ที่ต้องกดปุ่ม Snooze ในทุกเช้าเลย

ถ้าเมื่อใดที่คุณเลื่อนเวลาตั้งปลุกเป็นเวลา 30 นาที ติดต่อกันทั้งปี นั่นหมายความว่า คุณกำลังสูญเสียเวลาที่ไร้ค่าไปแล้ว 1 สัปดาห์  กับการ “ขอนอนต่ออีกหน่อยเหอะนะ”

 

10. ตัดขาดจากเครื่องใช้ไฟฟ้า และสื่อรบกวน

แสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์ จะส่งผลให้ฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอล หลั่งเพิ่มมากขึ้น  และจะทำให้ร่างกายของคุณตื่นตัวมากเกินไป   แล้วมันควรหรือที่จะปล่อยให้เกิดสิ่งนี้กับร่างกายเรา  เพราะอย่าลืมว่า…นี่คือเวลาเข้านอนนะ! 

 

11. ปรับแสงไฟให้ลดลง

ควรเป็นช่วงเวลาที่คุณได้เตรียมพร้อมเพื่อพักผ่อนเต็มที่ อาจหาโคมไฟวอร์มไลท์ปรับไว้ข้างเตียง รูดม่านปิดแสงรบกวนทั้งหมด เพื่อให้ร่างกายเรียนรู้และจดจำว่า ได้เวลาเข้านอน พักผ่อนเต็มที่

 

12. เข้านอนให้เร็วและตรงเวลา

อย่าเผลอใจไปกับซีรีส์เรื่องโปรด ถ้านี่ถึงเวลาที่คุณต้องเข้านอนแล้ว การเข้านอนแต่หัวค่ำ จะทำให้คุณฟื้นฟูตัวเองได้ดีเยี่ยม นอนเพียงพอ สมองก็มีประสิทธิภาพในการทำงาน พร้อมลุยกับวันพรุ่งนี้ที่ไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้าง

 

เราเป็นกำลังใจให้คุณนอนหลับฝันดี

 

 ที่มา : https://www.productiveandfree.com 

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

Mrs. Fuchsia

คนทำนิตยสารที่มีความสนใจในการทำธุรกิจ นอกจากจะขีดๆ เขียนๆ บทความแล้ว เธอยังทำธุรกิจเล็กๆ ในวงการ Wedding Design อีกด้วย เวลาว่างชอบชวนเพื่อนสนิทมาจัดเวิร์กช็อปงานคราฟต์ ชอบสนทนากับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และโปรดปรานภาพยนตร์จาก Netflix