Home / Youinspire / 3 เทรนด์แห่งความท้าทาย เมื่อ SMEs คิดจะสู้กับคู่แข่งในปี 2018 นี้

Back

3 เทรนด์แห่งความท้าทาย เมื่อ SMEs คิดจะสู้กับคู่แข่งในปี 2018 นี้

10 months ago

เช็กลิสต์ความท้าทายในฐานะผู้ประกอบการแห่งปี 2018 และนี่คือสิ่งที่เราต้องเจอ

  • พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เราต้องเร็ว ด่วน พร้อม
  • เราซื้อขายกันผ่านเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น
  • วงจรสินค้าที่สั้นลง เก่าไปใหม่มา ใครล่ะจะยืนระยะได้นานกว่ากัน

ถ้ายังไม่รีบปรับตัว และหากลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ เราอาจจะช้ากว่าคู่แข่งได้

เว็บไซต์ www.prachachat.net คอลัมน์ Smart SMEs โดย สยาม ประสิทธิศิริกุล บมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้สรุปความท้าทายและสิ่งที่ผู้ประกอบการควรปรับตัวสำหรับปี 2018 นี้  เว็บไซต์ you2morrow ขอนำไอเดียมาฝากกัน

 

 

1.ยุคพร้อมเพย์ และ QR code

“เจ้าของธุรกิจควรเร่งปรับตัวและนำพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค”

สังเกตว่าตลาดนัดของสาวออฟฟิศ ร้านกาแฟ ตลาดนัดจตุจักร หรือแม้แต่สตรีทฟู้ดที่เยาวราช บรรดาเจ้าของธุรกิจต่างเริ่มทำพร้อมเพย์ และ QR code มาใช้กันอย่างแพร่หลาย เบื้องต้นเป็นเพราะต้องการให้บริการนักท่องเที่ยวจีนที่ไม่นิยมพกเงินสด แต่สังคม Cashless ก็เริ่มเข้ามาในกลุ่มลูกค้าชาวไทยแล้วล่ะ ข้อดีคือ ไม่ต้องพกเงินสด แค่มีมือถือเครื่องเดียวก็สามารถซื้อสินค้า บริการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เสียค่าธรรมเนียมน้อย ลดการจัดการเงินสดที่ต้องถือไว้ที่ตัว ทำให้มีความปลอดภัย เจ้าของธุรกิจควรเร่งปรับตัวและนำพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคมาตอบโจทย์ให้สอดคล้อง

 

2. รู้ใจลูกค้า

“การรีวิวสินค้าและให้บริการนับเป็น ‘อำนาจ’สำคัญของลูกค้า”

ว่ากันว่ายุคนี้เราแข่งขันกันที่ความเร็ว เพราะเทคโนโลยีทำให้เวลาการตัดสินใจของลูกค้าสั้นลง ราคาสินค้าเปลี่ยนได้ตลอด  ที่สำคัญการรีวิวสินค้าและให้บริการนับเป็น ‘อำนาจ’ สำคัญของลูกค้า ในฐานะผู้ประกอบการ วิธีที่จะรู้ใจลูกค้าและเอาชนะด่านนี้ให้ได้ คือการให้ความสำคัญในการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า หากคุณมีเฟซบุ๊กแฟนเพจ ก็สามารถเก็บข้อมูลเบื้องต้นจากสถิติหลังบ้านได้ เพื่อให้เห็นการใช้ชีวิต ความสนใจ และปัจจัยการซื้อสินค้า ลองการปรับราคาสินค้าตามดีมานด์ในแต่ละฤดูการขาย ก็เป็นอีกหนึ่งการปรับตัวเพื่อรู้จัก รู้ใจ และรู้ทันลูกค้าของคุณ

 

3. อย่าลืมเหลียวมองพนักงานในองค์กร

“ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพพนักงานให้มากเท่าๆ กับคุณภาพสินค้า”

เทคโนโลยีทำให้การทำงานของคนเปลี่ยนแปลง โดยการทำงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะมากนักจะถูกแทนด้วยเทคโนโลยี หรือระบบอัตโนมัติ แล้วพนักงานในองค์กรล่ะ จะถูกนำไปวางไว้ที่ตรงไหน

คนก็ยังเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร และงานที่สำคัญที่ยังต้องขับเคลื่อนด้วยคนได้(Soft Skill) เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การสื่อสาร ทักษะการแก้ปัญหา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ คีย์เวิร์ดสำคัญของข้อนี้คือ “ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพพนักงานให้มากเท่าๆ กับคุณภาพสินค้า” เพราะคุณภาพของพนักงานคือจุดเริ่มต้นของการเติบโตขององค์กร

 

เพราะยุคนี้ใครปรับตัวก่อนได้เปรียบ เหลียวซ้ายแลขวาได้เวลาปรับตัวแล้วล่ะ

 

เรียบเรียงจาก : https://www.prachachat.net

Share this item