Home / Youinspire / 4 เคล็ดลับสรรหา (และรักษา) พนักงานระดับหัวกะทิ
ของบริษัทแถบสแกนดิเนเวีย

Back

4 เคล็ดลับสรรหา (และรักษา) พนักงานระดับหัวกะทิ
ของบริษัทแถบสแกนดิเนเวีย

12 months ago

จากชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์ที่น้อยแต่ให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพ การให้ความสำคัญกับความสุขของคนในองค์กร ไปจนถึงอัตราการลาออกของพนักงานที่มีเพียง 1% …

เหตุผลเพียงแค่นี้ก็อาจพิสูจน์ให้ชวนค้นหาว่า…ทำไมนะ? บริษัทหลายแห่งในแถบสแกนดิเนเวียถึงค้นพบคำตอบของการมีพนักงานหัวกะทิอยู่ด้วยกันนานๆ  

บริษัทออกแบบและพัฒนานวัตกรรมของโลกสัญชาติฟินแลนด์อย่าง Reaktor https://www.reaktor.com เผยเคล็ดลับการคัดสรรและรักษาพนักงานชั้นดีและนี่คือเคล็ดลับ 4 อย่างที่พวกเราพบว่าสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกที่

 

4 เคล็ดลับของบริษัทในประเทศแถบสแกนดิเนเวียในการสรรหา (และรักษา) พนักงานระดับหัวกะทิ

                                                                                                                                                       ภาพ :  Unsplash.com

 

1. อย่าปล่อยให้หน้าที่ในการสัมภาษณ์เป็นของฝ่ายบุคคลแต่เพียงผู้เดียว

+สัมภาษณ์งานกันเป็นทีม

ในการคัดสรรบุคคลเข้าทำงานนั้น คุณจำเป็นที่จะต้องให้ผู้ที่จะต้องร่วมงานกับผู้เข้าสัมภาษณ์มาร่วมในกระบวนการคัดเลือกด้วย บริษัทในแถบนี้จะสัมภาษณ์พนักงานใหม่กันเป็นทีม ทุกคนล้วนมีประสบการณ์ในการสัมภาษณ์ และเมื่อพวกเราผสมผสานผู้สัมภาษณ์ที่หลากหลาย เราก็จะสามารถได้มุมมองที่สดใหม่และหลากหลายต่อผู้ที่เข้ามาสัมภาษณ์ด้วย

+สัมภาษณ์ข้ามแผนก

ตัวอย่างเช่นให้นักออกแบบลองสัมภาษณ์คนที่มาสมัครในตำแหน่งวิศวกร และให้วิศวกรสัมภาษณ์ผู้สมัครตำแหน่งนักออกแบบ ด้วยวิธีการนี้จะทำให้พวกเรามั่นใจได้ว่าพนักงานใหม่ที่ได้รับการคัดสรรเข้ามาจะสามารถทำงานร่วมกับพนักงานจากแผนกอื่นๆ ในบริษัทได้เป็นอย่างดี พวกเรายังพบว่าด้วยวิธีการนี้ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจมากมายระหว่างขั้นตอนการสัมภาษณ์อีกด้วย

 

ถ้าจะให้พูดอย่างเป็นกลางแล้ว วิธีการนี้อาจไม่เหมาะสมกับทุกคน แต่ที่ Reaktor พวกเรามีโครงสร้างองค์กรแบบแบนราบ และผลิตสินค้าดิจิตอลตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดกระบวนการ ซึ่งนั่นหมายถึงว่าพวกเราว่าจ้างบุคคลที่มีความสามารถในการทำงานทุกอย่างด้วยความแม่นยำ เมื่อมาถึงขั้นตอนของการตัดสินใจว่าจ้างงาน ทุกคนจึงมีสิทธิเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็นว่าใครสมควรเป็นผู้ได้รับคัดเลือกเข้าทำงาน  มันก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลในแผนกอื่นบ้างเกี่ยวกับผู้ที่เข้ามาสมัครงานในตำแหน่งที่พวกเขาจะต้องทำงานร่วมกัน แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในทีมเดียวกันก็ตาม

 

2. สร้างบรรยากาศในการสัมภาษณ์ให้เหมือนกับการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

พวกเราไม่เคยต้องการทำให้กระบวนการคัดสรรพนักงานใหม่เป็นเหมือนกับห้องสอบสวน ผู้จัดการฝ่ายคัดสรรบุคลากรมักจะมีแนวคิดและวิธีการที่ว่า  

“ตอนนี้เป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่คุณจะทำให้ฉันประทับใจ”

แต่แนวคิดนี้อาจทำให้เกิดความเกร็ง และไม่เป็นตัวของตัวเองได้ ผู้สัมภาษณ์ควรจะต้องปล่อยวางทิฐิและปฏิบัติต่อคู่สนทนาเหมือนกับว่าเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง

จากประสบการณ์ของเรา สไตล์การสัมภาษณ์ด้วยการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบไม่เป็นทางการจะช่วยลดความตึงเครียดได้ หากเรารู้สึกว่าผู้เข้าสัมภาษณ์มีวันที่ไม่ดีหรือตื่นตระหนกมากเกินไป พวกเรามักจะเชิญชวนให้พวกเขาเข้ามาสัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่ง ในวัฒนธรรมอเมริกันบ่อยครั้งที่ผู้สมัครงานได้รับโอกาสในการเข้าสัมภาษณ์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น มันอาจฟังดูไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนักในการให้โอกาสแก่ผู้สมัครงานหลายๆ ครั้ง แต่ว่าการอดทนรอนั้นมันกลับคุ้มเกินคุ้มในการว่าจ้างบุคคลที่มีความสามารถและจะอยู่กับบริษัทเป็นเวลานาน

 

3. จริงใจเกี่ยวกับข้อเสียของงาน

หลายๆ บริษัทต่างก็ต้องการนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีเกินจริงให้กับผู้ที่เข้ามาสมัครงาน แต่วิธีการนี้จะไม่ส่งผลดีกับทั้งสองฝ่ายในระยะยาว เมื่อพวกเราเปิดเผยความท้าทายที่พนักงานของเราต้องเจอในการทำงาน พวกเราจะสามารถสรรหาผู้ที่จะมีความสุข (และเติบโต) ไปกับความท้าทายเหล่านั้นได้

เรามักจะถามคำถามประเภท “อะไรที่ทำให้คุณรู้สึกประหม่า” หรือ “เพื่อนร่วมงานที่บริษัทเก่ามักจะพูดถึงคุณว่าอย่างไร” เพื่อที่จะให้ผู้เข้าสัมภาษณ์หยุดโกหกและเปิดเผยความจริงกับเรา พวกเราทำแม้กระทั่งว่าให้ผู้เข้าสัมภาษณ์เป็นฝ่ายสัมภาษณ์นายจ้างเลยด้วยซ้ำ และคำถามที่พวกเขาถามเราจะเป็นคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานเลยก็ได้

 

4. ลงทุนกับความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาวของพนักงานใหม่

พวกเรานำเอาวัฒนธรรมการทำงานแบบสแกนดิเนเวียมาประยุกต์ใช้กับออฟฟิศที่ตั้งอยู่ในนิวยอร์ก พนักงานทุกคนจะทำงานเป็นเวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน และทุกคนจะได้รับวันหยุดพักร้อน 4 สัปดาห์ต่อปี พวกเราต้องการให้พนักงานทุกคนพักผ่อนและใช้วันหยุดพักร้อนให้หมดในแต่ละปี พวกเราเชื่อว่าความสมดุลของชีวิตและการทำงานจะนำพาไปสู่ความสร้างสรรค์ ความสามารถในการทำงาน และความมั่นคงต่อองค์กร นี่เป็นกลยุทธ์ที่จะดึงดูดผู้คนที่ไม่เพียงแต่มีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาทำได้ดีในที่ทำงานเท่านั้น แต่ยังขยายกว้างไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวพวกเขาด้วย

 

และนี่คือสิ่งที่สร้างมาเพื่อพนักงานที่ยิ่งใหญ่ผู้ที่จะอยู่กับบริษัทของเราไปนานๆ

 

 

===========

Tips

1. เราต้องการให้พนักงานทุกคนพักผ่อนและใช้วันหยุดพักร้อนให้หมดในแต่ละปี พวกเราเชื่อว่าความสมดุลของชีวิตและการทำงานจะนำพาไปสู่ความสร้างสรรค์ ความสามารถในการทำงาน และความมั่นคงต่อองค์กร

2. ทุกคนจึงมีสิทธิเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็นว่าใครสมควรเป็นผู้ได้รับคัดเลือกเข้าทำงาน

3. บ่อยครั้งที่พวกเราจะถามคำถามประเภท “อะไรที่ทำให้คุณรู้สึกประหม่า” หรือ “เพื่อนร่วมงานที่บริษัทเก่ามักจะพูดถึงคุณว่าอย่างไร” เพื่อที่จะให้ผู้เข้าสัมภาษณ์หยุดโกหกและเปิดเผยความจริงกับเรา พวกเราทำแม้กระทั่งว่าให้ผู้เข้าสัมภาษณ์เป็นฝ่ายสัมภาษณ์นายจ้างเลยด้วยซ้ำ

===========

 

ที่มา : https://www.fastcompany.com 

Share this item