Home / Youinspire / 4 แนวทางสู่ความสำเร็จในแบบ – เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์

Back

4 แนวทางสู่ความสำเร็จในแบบ – เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์

1 month ago

คงไม่เกินเลยไปนักหากเราจะยกตำแหน่งหนึ่งในคนไทยแห่งปี 2018 ให้แก่ เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์ เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทีมคอนซาโดเล ซัปโปโระและติดทีมยอดเยี่ยมประจำ ‘เจลีก’ ลีกสูงสุดของญี่ปุ่นและอันดับหนึ่งของเอเชีย 

 

เป็นเวลา 1 ปีกว่า นับจาก 20 มิถุนายน พ.ศ. 2560 วันเปิดตัวเจ ในฐานะนักเตะทีม คอนซาโดเล ซัปโปโระ ด้วยสัญญายืมตัวและลงเล่นเลก 2 ของศึกเจลีก (ที่เทียบเท่าการแบ่งครึ่งฤดูกาลแรก-หลัง) ผลงาน 16 นัด 0 ประตู ทำให้เจถูกแฟนบอลบางส่วนตั้งข้อกังขาว่า เพราะข้อด้อยเรื่องส่วนสูงและร่างกายไม่แข็งแกร่งพอปะทะนักเตะคู่แข่งได้

ทว่าผลงานในฤดูกาล 2018 ลงเล่น 30 จาก 34 นัด ยิงไป 8 ลูก พาทีมคอนซาโดเล ซัปโปโระ จบอันดับที่ 4 ของตาราง ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดตั้งแต่เล่นบนลีกสูงสุด  ส่งผลให้นอกเหนือจากรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรคอนซาโดเล ซัปโปโระจากการโหวตของเพื่อนร่วมทีมแล้ว ชนาธิปได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 11 ผู้เล่นจากการจัดทีมยอดเยี่ยมเจลีก ประจำฤดูกาล 2018 จากงาน J League Awards 2018   ขณะที่ในเมืองไทยเขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีจากงาน FA Thailand Awards 2018 ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย อีกทั้งยังติดโผ ‘ที่สุดแห่งปี’ ของ ‘สวนดุสิตโพล’    เป็นนักกีฬาชายที่ชื่นชอบมากที่สุด ด้วยคะแนนโหวต 48.79%     

และล่าสุดยิ่งกว่านั้นในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติ ชนาธิป สรงกระสินธ์ สามารถกลับมายิงประตูให้กับทีมชาติไทยชุดใหญ่อีกครั้ง  และกลายเป็นประตูชัยให้เอาชนะทีมชาติบาห์เรน ไป 0-1 ในศึกเอเชียนคัพ 2019 รอบสุดท้าย นัดที่ 2 ของกลุ่มเอ  เรียกว่าเป็นชัยชนะที่คืนทั้งความสุขและความหวังให้คนไทยทั้งประเทศกลับมามีลุ้นในการเข้ารอบต่อไปอีกครั้งเพื่อประกาศศักยภาพบอลไทยในระดับเอเชีย (ผลจะออกมาเป็นอย่างไรคืนนี้รู้กัน)

การเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือแบบนี้   เขาทำได้อย่างไรในเวลาเพียง 2 ปี? มีเรื่องน่าเรียนรู้และนำไปพัฒนาตัวเราเองต่อไปได้ไม่น้อยเช่นกัน

 

4 แนวทางสู่ความสำเร็จในแบบ 

เจ – ชนาธิป สรงกระสินธ์

1. รู้ตัวเอง

ฤดูกาลแรกของเจเป็นช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก เมืองซัปโปโระอยู่ที่เกาะฮอกไกโดทางเหนือของญี่ปุ่น ซึ่งอากาศเย็นตลอดปี ยามหนาวก็หนาวจัดหิมะตกหนา ลำพังสภาพอากาศก็เป็นอุปสรรคของเจแล้ว แต่วัฒนธรรมฟุตบอลที่ญี่ปุ่นนั้นกลับโหดหินกว่าสภาพอากาศนัก ที่นี่ซ้อมหนัก มีระบบเข้มงวด สมกับเป็นลีกที่แข็งแกร่งสุดในเอเชีย 

ยามไม่ได้ลงแข่งขัน เจมุ่งมั่น “ซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อม” เพื่อปรับตัวให้เข้ากับทีมโดยเร็วที่สุด ส่วนยามต้องนั่งรอโอกาสบนม้านั่งสำรองข้างสนาม เขาไม่ได้ปล่อยเวลาเสียเปล่า เจใช้ช่วงเวลานั้นเฝ้ามองเกมตลอดเวลา ฟุตบอลที่ญี่ปุ่นนั้นเล่นกันด้วยความเร็วและแม่นยำ คล้ายคลึงบอลลีกชั้นยอดทั้งในสเปนและอังกฤษ

คล้ายกันในทุกคน ระหว่างรอโอกาสจงอย่าเสียเปล่า ใช้เวลานั้นประเมินความสามารถตัวเอง ดูให้ถ้วนทั่วว่าเรามีจุดแข็งที่ตรงไหน มีจุดอ่อนตรงไหนต้องปรับปรุง ใช้เวลาระหว่างนั้นปรับปรุงแก้ไขจนสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าดีพอจะได้รับโอกาสดังกล่าว และต่อให้ได้รับโอกาสแล้ว ก็อย่าลืมกระบวนการประเมินนี้ซ้ำๆ ตรวจสอบปรับปรุงตัวเองเสมอ เหมือนที่ชนาธิปเคยให้สัมภาษณ์ไว้

=========

“ผมพย ายามทำงานหนักมากนะ   

การที่เราทำงานหนัก  ผลตอบรับมันจะดีเอง” 

=========


2. เรียนจากรุ่นใหญ่ 

คอนซาโดเล ซัปโปโระ มีนักเตะญี่ปุ่น  เกาหลี  และบราซิล แต่เจคือนักเตะไทยคนเดียวในทีม เขาต้องปรับตัวอย่างหนัก หนึ่งในวิธีการปรับตัวของเจคือการเรียนรู้จากบรรดา ‘รุ่นพี่’ นักเตะในทีมที่ล้วนประสบการณ์สูงล้น ได้แก่ ชินจิ โอโนะ ดาวดังอดีตทีมชาติญี่ปุ่นที่เคยค้าแข้งลีกฮอลแลนด์ 4 ฤดูกาล และจุนอิชิ อินาโมโตะ กองกลางที่เคยเล่นในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว เจเคยเผยว่าทั้งสองเป็นนักเตะรุ่นพี่ในทีมที่เขาให้ความเคารพและสนิทสนมมากที่สุด ได้เรียนรู้ทั้งในและนอกสนามอย่างมาก

‘ประสบการณ์’ คือสิ่งที่ซื้อหาไม่ได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ และได้รับการถ่ายทอดจากผู้ใหญ่หรือผู้มีประสบการณ์มากกว่าได้ การเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่นช่วยให้เราเรียนเร็วกว่าเดิม ทั้งข้อดีและข้อบกพร่องที่เราได้รับรู้มานั้น ช่วยให้เราเตรียมตัวรับมือสถานการณ์ต่างๆ ได้

 

3. ให้เครดิต ทีม

ทุกครั้งที่เจให้สัมภาษณ์สื่อญี่ปุ่นและสื่อต่างชาติถึงฟอร์มการเล่นของตัวเอง เขามักจะให้เครดิตเพื่อนร่วมทีมและโค้ชเสมอ แม้กระทั่งการได้รางวัลนักเตะแห่งปีของทีมและติดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของลีก เจก็ยังยกรางวัลให้แก่เพื่อนร่วมทีมและโค้ชเช่นเคย รวมถึงแฟนๆ ด้วย ทำให้เขายิ่งเป็นที่รักของทุกคนในสโมสรมากขึ้นไปอีก

ในสนามเขาคือนักฟุตบอลที่เล่นเพื่อทีมเสมอ คิดเร็ว ทำเร็ว ไม่เก็บบอลกับตัวไว้นาน เขามักเลือกจ่ายบอลให้เพื่อน – วิ่งหาช่องว่าง และใช้ความเร็วแทนจะเอาตัวเข้าปะทะด้วยร่างกายที่เสียเปรียบกว่า นอกสนามเขาคือคนที่ยิ้มเสมอให้แก่กล้องและแฟนบอลที่เฝ้ารอเขา ฮิโรคัตสึ มิคามิ (Hirokatsu Mikami) ผู้จัดการทั่วไปของสโมสร ถึงกับเคยเปรียบเจ ชนาธิปเป็น ‘ปรากฏการณ์’ ที่ไม่ใช่แค่ของสโมสรแห่งนี้เท่านั้น

“เขาเป็นปรากฏการณ์ของวงการฟุตบอลญี่ปุ่น แฟนบอลทีมอื่นๆ ก็ตื่นเต้นเฝ้ารอดูเขาลงสนาม เขาเหมือน ‘กัปตันซึบาสะ’ ในชีวิตจริง ทุกคนในสโมสรรักเขา ถ้าทีมไหนอยากได้ตัวเขาไป คุณก็ต้องซื้อทั้งสโมสรนี้ไปด้วย!”

การให้เครดิตเพื่อนร่วมงาน ทำให้สุดท้ายคุณจะไม่ใช่แค่ ‘คนทำงานที่ดี’ แต่คุณจะเป็น ‘คนทำงานที่ทุกคนรัก’ ลักษณะพิเศษนี้เป็นแต้มต่อให้ไม่ว่าต่อจากนี้ คุณจะก้าวเดินไปทางไหน จะมีแต่คนสนับสนุน หวังให้คุณก้าวไปสู่จุดที่ดีกว่าเสมอแน่นอน

 

 

4. ฝันให้ไกลเข้าไว้

หลังได้รับรางวัล สื่อมักถามเจ ชนาธิป ถึงคำถามซ้ำกันคำถามหนึ่ง นั่นคือ “เขาอยากไปค้าแข้งในลีกยุโรปหรือเปล่า?” ไม่ว่าจะอังกฤษ  เยอรมนี  อิตาลี หรือสเปน ล้วนเป็นจุดหมายปลายทางนักเตะชั้นยอดของเอเชียทั้งสิ้น

ชนาธิปเองก็มีฝันดังกล่าวเช่นกัน เขายอมรับในการให้สัมภาษณ์เสมอ แต่ก็มักถ่อมตัวแทบทุกครั้งเช่นกันว่า เขาเองก็เคยฝันถึงการเล่นในเจลีก และตอนนี้ก็เหมือนอยู่ในฝันแล้วเช่นกัน เขาจึงอยากจะโฟกัสที่นี่ ถึงตอนนี้เขายังไม่ถือว่าประสบความสำเร็จ และมองความสำเร็จของทีมต้องมาก่อนความสำเร็จส่วนตัว

การเปรียบให้เจลีกเป็น ‘ฝันที่ยังไม่สำเร็จนี้’ ทำให้เห็นว่า ชนาธิปให้คุณค่าและให้เกียรติกับปัจจุบัน แต่ก็ไม่ลืมที่จะเลี้ยงความฝันใหญ่ในการไปเล่นยุโรปเป็นเป้าหมายเอาไว้ในเชิงการพัฒนาตัวเอง เช่นเดียวกับเราที่อาจจะฝันทำงานในต่างประเทศหรือทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ใช่เพื่อเงินทองหรือชื่อเสียง

การทำงานในปัจจุบันจึงไม่ใช่ความ ‘สูญเปล่า’ หรือ ‘รอเวลา’ แต่เป็นไปเพื่อพัฒนาขีดความสามารถตัวเองให้ดีที่สุด และอาจจะดีกว่าที่ใครๆ เคยทำมาก็เป็นได้

เพื่อทำให้คนภายนอกเห็นว่า เรา ‘พร้อม’ แล้วที่จะก้าวออกไปจากที่นี่ในวันใดวันหนึ่งที่โอกาสทองมาถึง

 

ขอบคุณภาพจาก   Facebook Page: Changsuek

www.facebook.com/jleagueofficial.Thai

www.facebook.com/chanathip18

 

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

ชาญชนะ หอมทรัพย์

อาจารย์พิเศษด้านภาพยนตร์ แต่ก็สนใจสื่อทุกแขนง กีฬา ดนตรี หนังสือ และเกม รักการเขียนพอๆ กับการอ่าน และงานเขียนก็มีหลายแนวเช่นเดียวกันกับสิ่งที่อ่าน