Home / Youinspire / 5 ความจริงที่นักจิตวิทยาค้นพบ จากการตามติดชีวิตเด็กอัจฉริยะ

Back

5 ความจริงที่นักจิตวิทยาค้นพบ จากการตามติดชีวิตเด็กอัจฉริยะ

5 days ago

การตามติดชีวิตเด็กอัจฉริยะเป็นพันๆ  คนกว่า 45 ปีที่ผ่านมา ของนักจิตวิทยาจาก Study of Mathematically Precocious Youth (การศึกษากลุ่มเด็กที่มีความสามารถทางคณิตศาสตร์มากกว่าคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน) หรือ SMPY ในปี 1971 เพื่อติดตามเด็กที่ฉลาดและมีพรสวรรค์ที่สุดในอเมริกาจำนวน 5,000 คน จากบรรดานักเรียนทั้งหมด ทดสอบเด็กๆ เหล่านี้ด้วยข้อสอบ SAT ซึ่งเป็นข้อสอบสำหรับเข้ามหาวิทยาลัย และข้อสอบทดสอบสติปัญญาอื่นๆ

หลังจากนั้น นักวิจัยจึงเริ่มต้นศึกษาปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น วิธีการยื่นรับสมัครเข้ามหาวิทยาลัย และเป้าหมายทางหน้าที่การงานในอนาคต

นับเป็นการใช้เวลานานที่สุดในประวัติศาสตร์ และทำให้ค้นพบสิ่งที่น่าสนใจบางอย่างเกี่ยวกับการเลี้ยงดูบรรดาเด็กๆ เหล่านี้

 

+ แม้จะไอคิวดีแค่ไหน เด็กก็ต้องการการดึงศักยภาพจากครู
แม้กระทั่งเด็กที่มีไอคิว (IQ) เป็นเลิศ ก็ต้องการครูอาจารย์ที่จะช่วยให้พวกเขาดึงศักยภาพที่มีออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่พวกเขาพบว่าเด็กที่มีพรสวรรค์มากที่สุดเลือกที่จะศึกษาจนจบปริญญาโทและปริญญาเอก และมีผลงานที่จะได้รับการจดสิทธิบัตรมากกว่าเด็กทั่วไป และพวกเขายังมักจะเป็นหนึ่งในท็อป 5 ของผู้ที่ทำรายได้สูงสุดด้วย

 

+ แม้เป็นเด็กอัจฉริยะ ก็อาจจะไม่ได้รับความเอาใจใส่ที่มากพอ

ปัญหาก็คือบรรดาเด็กเก่งเหล่านี้มักจะได้รับการเอาใจใส่ค่อนข้างน้อยจากเหล่าครูอาจารย์ ที่อาจจะคิดเอาเองกว่าบรรดาเด็กเหล่านี้มีศักยภาพในตัวเองและได้ดึงออกมาใช้อย่างเต็มที่แล้ว เมื่อนักวิจัยของ SMPY ได้สังเกตถึงความเอาใจใส่ที่ครูอาจารย์มีให้กับบรรดาเด็กๆ พวกเขาพบว่าเวลาส่วนใหญ่ของอาจารย์จะถูกใช้ไปกับการช่วยเหลือบรรดาเด็กนักเรียนที่ยังตามหลังเพื่อนๆ เพื่อให้พัฒนาขึ้นมาอยู่ในระดับมาตรฐานของชั้นเรียน

 

+ การเรียนแบบลัดชั้นเรียนเป็นสิ่งที่ดี เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของตัวเองออกมาใช้

เมื่อนักวิจัยเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มของเด็กที่มีพรสววรค์ที่ไม่ได้ลัดชั้นเรียน กับเด็กๆ ที่ได้ลัดชั้นไปเรียนในระดับที่สูงกว่า พวกเขาพบว่า กลุ่มนักเรียนที่ได้ลัดชั้นเรียนมีโอกาสมากกว่าเด็กที่ไม่ได้ลัดชั้นเรียนถึง 60% ที่จะจบระดับปริญญาเอกและได้รับการจดสิทธิบัตร นอกจากนั้น ยังมีโอกาสมากกว่าถึง 2 เท่าที่พวกเขาจะเรียนจบในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์

 

+ เด็กฉลาดจะคิดเป็นภาพ

เด็กฉลาด ไม่เพียงมีความสามารถในการจดจำ เช่น ชื่อหรือวันที่ได้เท่านั้น แต่ SMPY ได้ค้นพบสิ่งที่เหมือนๆ กันจากการวิเคราะห์และการติดตามผลมากมายว่าเด็กที่ฉลาดที่สุดบางคนมีความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial Reasoning) หรือการคิดเป็นภาพ ความสามารถในการรับรู้ตำแหน่งของสิ่งต่างๆ เช่น พื้นที่ ที่ว่าง สถานที่ เวลา และมองเห็นความเชื่อมโยงต่างๆ วาดเป็นภาพในใจและถ่ายทอดให้ผู้อื่นออกมารับรู้ได้

 

+ เด็กฉลาดจะมี Growth Mindset

นักวิจัยได้พบว่าคนที่ประสบความสำเร็จมีแนวโน้มที่จะมี Growth  Mindset กรอบความคิดแบบเติบโต หรือความคิดว่า  “พวกเขาสามารถเรียนรู้และเก่งขึ้นได้หากพวกเขามีความพยายาม”  ซึ่งเป็นสิ่งตรงข้ามกับ Fixed  Mindset หรือการคิดว่าพวกเขาจะมีความสามารถหรือความฉลาดอยู่เท่าเดิม

คนที่มี Growth Mindset พวกเขาจะมองตัวเองว่ามีความสามารถในการปรับตัวได้ง่าย เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป พวกเขาจะสามารถปรับตัวและเติบโตขึ้นได้ นั่นก็คือพวกเขาจะไม่ยอมหยุดนิ่งอยู่กับที่

นักวิจัยค้นพบว่าสัญญาณบ่งชัดแรกเริ่มของความสามารถทางปัญญา (Intellectual Abilities) ในเด็กๆ คือ พวกเขาจะสามารถทำนายว่าตนเองจะมีศักยภาพดีแค่ไหนในอนาคต

 

นี่ล่ะ คือความจริงของอัจฉริยะที่สังเกตและค้นพบได้ตั้งแต่วัยเด็ก  

 

ที่มา : www.businessinsider.com 

Share this item