Home / Youinspire / 5 บทเรียนจากงาน “Startup Thailand 2017”

Back

5 บทเรียนจากงาน “Startup Thailand 2017”

3 months ago

       เมื่อวันที่  6-8 กรกฎาคมที่ผ่านมา คนยุค millennials คงตื่นตาตื่นใจกับงาน exhibition ใหญ่ระดับประเทศอย่าง Startup Thailand 2017  ที่จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเป็นงานที่รวบรวมเหล่า Startup ทั่วไทย และความรู้ ประสบการณ์ที่คละคลุ้งทั่วทั้งงาน วันนี้ผมขอนำข้อมูล สาระต่าง ๆ ที่ได้ตกผลึกมาจากในงาน มาเล่าสู่กันฟังครับ

 

1.แนวคิด

แนวคิดของ Startup เป็นแนวคิดที่อยากจะแก้ไขปัญหาอะไรสักอย่างที่เกิดขึ้นบนโลก มี 2 ตัวอย่าง Startup ไทยที่น่าสนใจมาให้ดูกันครับ

– Seekster ที่แก้ไขปัญหาเรื่องการหาช่าง หรือแม่บ้านต่างๆเข้ามาทำงานให้กับคุณ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันที่หาแรงงานกลุ่มนี้ยาก  

– OOCA เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการปรึกษาทางจิตใจ ให้กับคนที่มีความเครียด คนที่เป็นโรคซึมเศร้า ได้ปรึกษากับนักจิตวิทยานัดหมายพบกันได้ตัวเป็นๆ หรือสามารถติดต่อพูดคุย Video call ได้อย่างทันท่วงที กับคนที่มีความรู้และให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้อง

ในขณะที่ SME อาจเริ่มต้นทำธุรกิจจากสินค้าที่มีอยู่แล้ว แต่ผลิตออกมาให้เพียงพอต่อความต้องการ

 

2.ความคิดสร้างสรรค์

มีไอเดีย Startup แปลกๆมากมายให้เราเห็นมากขึ้น โดยไอเดียเหล่านี้อาจจะเป็นการมองเห็นโอกาสที่น้อยคนนักมองเห็น หรือเป็นไอเดียที่หลายคนมองเห็นแต่ปรับพัฒนาให้มันเกิดขึ้นจริง  และดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะสามารถรับชมไอเดียแบบนี้ได้ใน 3 โซนคือ โซนที่เป็นการตั้งบูท โซนการแข่งขัน (Pitching) และโซนสัมมนา

ตัวอย่างไอเดียสร้างสรรค์

– KOOUP เป็นแอพพลิเคชั่นหาคู่ อารมณ์คล้ายๆ Tinder เลยครับแต่ปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมคนไทย โดยหยิบประเด็นเรื่องดวงที่สมพงศ์กันเข้ามาด้วย ไม่ธรรมดาเลยครับ ลองโหลดมาเล่นดู

 

บรรยากาศงาน Startup Thailand 2017 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์

 

3.Pitching

เนื่องจากผมไปในฐานะผู้แข่งขัน Pitching เลยอยากจะแชร์เรื่องที่กรรมการจะดูเป็นพิเศษหากคุณต้องการมาขอเงินทุน โดยมักมี เกณฑ์การคัดเลือก ดังนี้ครับ

1. ความคิดสร้างสรรค์
2. ความเป็นไปได้ทั้งทางธุรกิจและทางเทคโนโลยี
3. การใช้นวัตกรรม

และอีกหนึ่งประเด็นพิเศษ คือการทำการบ้านทำความรู้จักกรรรมการแต่ละท่านมาก่อนที่คุณจะมา Pitching จะช่วยได้เหมือนกันครับ

 

4.ความพร้อมของทีมงาน  

ความพร้อมของทีมงาน ทีมงานแต่ละคนต้องมีความสามารถที่คอยสนับสนุน และ support กัน โดยหลักๆแล้วควรจะมีคนที่โดดเด่น ด้านธุรกิจ ด้านเทคโนโลยี และด้านดีไซน์

 

5.Passion

เป็นสิ่งที่สำคัญมากขึ้น เพราะกว่า startup แต่ละเจ้าจะโตหรือออกสู่ตลาดได้นั้น ต้องใช้ระยะเวลาและเรี่ยวแรงไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้น Passion จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยไม่ใช่แค่ของคนที่เป็นผู้ก่อตั้งแต่ยังรวมถึงทีมงานแต่ละคนอีกด้วย เพราะการเลือกเข้ามาทำงานกับ Startup ที่อนาคตไม่แน่นอน ต้องอาศัยใจที่ใหญ่พอสมควร

สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้กับเหล่าคนรุ่นใหม่ที่อยากจะก้าวเข้ามาสู่วงการ Startup ให้อย่าหยุด อย่ายอมแพ้นะครับ ลงมือทำต่อไป   ปัจจุบันมีตัวช่วยมากมายจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน Startup ของคุณอาจจะจุดติดขึ้นมาเป็น Unicorn ก็ได้นะครับ

 

ภาพจาก http://www.startupthailand.org/

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

พรภวิษย์ ผ่องใส

วัยรุ่นยุคใหม่ ผู้หลงใหลเรื่องราวทางด้านธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาตัวเอง ชอบพบปะพูดคุยกับคนหลากหลายวงการ และมีฝันเล็ก ๆ ที่อยากจะทำโรงเรียน