Home / Youinspire / 5 เหตุผลที่ควร “ตั้งเป้าหมายใหญ่” ในปีใหม่นี้

Back

5 เหตุผลที่ควร “ตั้งเป้าหมายใหญ่” ในปีใหม่นี้

3 weeks ago

ปีเก่ากำลังจะหมดไป  ปีใหม่กำลังจะเข้ามา  นี่น่าจะเป็นช่วงเวลาทองของหลายๆ คนที่จะใช้โอกาสนี้ทบทวนสิ่งที่ผ่านมา และวางแผนไปถึงสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นในปีต่อไป  ซึ่งตอนนี้แหละจะเป็นช่วงเวลาที่หลายคนเริ่มหันมาปักหมุด  “ตั้งเป้าหมาย” สำหรับปีหน้า หรือที่เราเรียกติดปากว่า “New Year Resulotions”    

และสำหรับปีใหม่ 2019 นี้  เราอยากขอให้ทุกคนลืมเป้าจิ๊บ เป้าจ้อย เป้าน้อย เป้าสั้นกันไปก่อน   แล้วชวนให้หันมาลองตั้งเป้าแบบยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร และ “คิดใหญ่”  กันดูบ้าง

อย่าเพิ่งกลัวว่าฝันใหญ่แล้วจะไปไม่ถึง แล้วจะยิ่งรู้สึกเฟล  เพราะเอาเข้าจริงเราไม่มีทางรู้ขีดจำกัดศักยภาพหรือความสามารถที่แท้จริงในตัวเราหรอกว่ามีอยู่มากแค่ไหนจนกว่าจะได้ลองทดสอบมัน จนสำเร็จ  และเชื่อเถอะว่าการ “Think Big”  นั้น จะทำให้ชีวิตในปีใหม่ของคุณกลายเป็นเรื่องสนุกอย่างคาดไม่ถึงทันที  

เพราะนี่คือ 5 เหตุผลยืนยันว่าทำไมคนเราต้องตั้งเป้าหมายให้ยิ่งใหญ่ไว้ก่อน  เพื่อให้ชีวิตที่ทั้งสนุกและทั้งสำเร็จยิ่งขึ้น

 

 5 เหตุผลที่ควร  “ตั้งเป้าหมายใหญ่”  ในปีใหม่นี้

 

1. เราจะตื่นเต้นกับมัน ถ้าเรายอมให้ตัวเองได้ฝัน

เมื่อไรที่เราลองหยุดคิดว่าชีวิตจะเป็นอย่างไรนะ ถ้าเราบรรลุเป้าหมายสูงสูดแล้วจริงๆ  ที่แน่ๆ เลยคือเราคงตื่นเต้น  และความรู้สึกตื่นเต้นนี่แหละที่จะผลักให้เราลงมือทำกระทั่งมันเป็นไปได้  ถ้าเราใช้ชีวิตทุกวันภายใต้อิทธิพลของฝันใหญ่ เราก็จะยุ่งวุ่นวายกับการเดินหน้าไล่ตามฝัน โดยไม่ต้องกังวลว่าจริงๆ แล้วต้องทำยังไงถึงจะบรรลุเป้านั้น แล้วนั่นจะพาเราเข้าสู่โหมดใหม่ของการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เปลี่ยนเราเป็นคนใหม่ที่ไม่เคยเสียใจกับตัวเอง หรือใช้เวลาหมดไปกับการมัวแต่คิดว่า  “รู้อย่างนี้นะ”  เพราะเรากำลังยุ่งอยู่กับการไล่ล่าความฝันที่เราเชื่อว่ามันเป็นไปได้

 

2. เป้าหมายใหญ่จะช่วยพัฒนาตัวเองในระยะยาว

เป้าใหญ่จะขยายวิสัยทัศน์ของเราเองในการปูทางไปสู่จุดหมาย  ซึ่งวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้นนี้จะทำให้เราพบความจริงว่าต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอะไรบ้างเพื่อให้บรรลุเป้าได้สำเร็จ  นั่นหมายความว่าระบบเดิมที่ใช้อยู่ (ทั้งในการทำธุรกิจและเรื่องชีวิต ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร) ไม่ได้ส่งเสริมให้เราไปถึงเป้าหมายที่ใหญ่กว่านี้  ดังนั้น การตั้งเป้าใหญ่จึงเป็นโอกาสดีให้เราได้เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง ซึ่งจะส่งผลทางบวกในระยะยาว (ทั้งในแง่วางรากฐานธุรกิจหรือพัฒนาชีวิตตัวเอง)  และพาเราไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าในที่สุด    

 

3. เป้าหมายใหญ่จะทำให้เราไม่วอกแวกระหว่างทาง

เมื่อเราคิดใหญ่ เราจะรู้ว่าทุกนาทีมีความหมาย และต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในแต่ละวัน  เราจะไม่มัวเปลืองเวลามานั่งสงสารตัวเอง หรือทำอะไรที่เปลืองเวลาโดยเปล่าประโยชน์   และผลที่ได้รับแน่นอนจากการตั้งเป้าใหญ่แบบนี้ก็คือเราจะอยู่ปัจจุบันมากกว่าที่เคยเป็น  ชัดเจนว่าไม่มีอะไรที่จะทำให้เรายอมผ่อนปรนกับเป้าหมาย  โดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่มักดึงเวลาและสมาธิเราได้ง่ายๆ  ดังนั้น เพื่อที่จะก้าวสู่เป้าหมายใหญ่ได้สำเร็จเราต้องไม่ผ่อนปรนหรือเขวไปกับสิ่งที่ไม่ใช่ในระหว่างทาง

 

4. เป้าหมายใหญ่จะทำให้รู้จักตัวตนและข้อเสียของตัวเอง

เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่จะทำให้เราได้เจอความจริง ถ้าเริ่มต้นด้วยความเชื่อว่าฝันใหญ่นั้นเป็นไปได้ (แบบที่พี่ตูน บอดี้สแลมพูดไว้บ่อยๆ)  เราก็ต้องตั้งคำถามต่อไปว่า  แล้วมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร คำถามนี้จะนำไปเจอความจริงชัดเจนว่าเราต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง และต้องหาอุปนิสัยแย่ๆ  ของตัวเองให้เจอถ้าเป้าที่ตั้งเป็นเรื่องส่วนตัว หรืออาจเป็นเรื่องระบบหรือกระบวนการที่ยังบกพร่องอยู่หากเป้าหมายนั้นเป็นเรื่องธุรกิจ   เราจะกลายเป็นคนกล้าผู้ทรงประสิทธิภาพทันทีถ้ารู้จักแสดงความรับผิดชอบในตัวเอง  อย่าลืมเปิดใจมองหาข้อบกพร่องจากภายใน เพราะเมื่อไรที่เราเซ็ตเป้าหมายใหญ่ เราต้องย้อนกลับมาที่ตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกในการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง

 

5. เป้าหมายใหญ่จะทำให้เราแกร่งขึ้น

 ในจำนวนข้อดีทั้งหมดของการตั้งเป้าหมายยิ่งใหญ่  ผลที่จะเห็นได้ชัดและมีประโยชน์ที่สุดเลยก็คือการเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง เพราะถ้าเราทำตามฝันด้วยหัวใจจริงๆ  ก็เท่ากับเราสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ตัวเองโดยปริยาย เราจะกลายเป็นคนที่คิดบวกมากขึ้น   การจัดระบบและวางแผนเพื่อเดินตามเป้าก็จะมีประโยชน์แน่นอนในอนาคต   เป้าหมายทำให้เราสามารถใช้ชีวิตแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่า ทั้งยังมีเวลาเป็นของตัวเองมากขึ้น จนในที่สุดเราก็จะกลายเป็นคนที่สามารถเปลี่ยนตัวเองจากภายในได้อย่างแท้จริง 

และตราบเท่าที่ยังทำพฤติกรรมแบบนี้อย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็จะเห็นผลเองว่าเราได้ทำสิ่งเหลือเชื่อสำเร็จแล้ว  นั่นก็คือการเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนที่ทั้งแข็งแกร่งและเปี่ยมพลัง

 

 เรียบเรียงจาก : www.lifehack.org  โดย  Ryan Clements    

Share this item