Home / Youinspire / 5 แรงบันดาลใจจาก ลูก้า โมดริช
นักเตะยอดเยี่ยมโลกแห่งปี 2018

Back

5 แรงบันดาลใจจาก ลูก้า โมดริช
นักเตะยอดเยี่ยมโลกแห่งปี 2018

4 weeks ago

====================================

“ผมไม่เคยมีแต้มต่อ   ไม่เคยมีอะไรพิเศษ

นอกเหนือจากการทำงานหนักเท่านั้น” 

ลูก้า โมดริช

นักฟุตบอลอาชีพ สโมสรเรอัล มาดริด / ทีมชาติโครเอเชีย

====================================

 

ในวัย 33 ปี จะมีนักเตะสักกี่คนที่เพิ่งคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลกมาครองเป็นครั้งแรก

ในวัย 33 ปี จะมีนักเตะสักกี่คนที่ลำพังเขาคนเดียวก็พาชาติเล็กๆ ซึ่งมีอายุไม่กี่สิบปี ทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เป็นหนแรก

ลูก้า โมดริช (Luka Modrić)  คือนักเตะคนนั้น  เขาเอาชนะทั้งคริสเตียโน่ โรนัลโด  โมฮัมเหม็ด ซาล่า และลิโอเนล เมสซี่ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมโลกแห่งปี 2018 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยผลงานพาทีมเรอัล มาดริด คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และพาทีมชาติโครเอเชียเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นหนแรกในประวัติศาสตร์

 

                                                                                                                                                ภาพจาก : twitter.com @lukamodric10

 

และนี่คือ 5 แง่คิดชีวิตที่เราเรียนรู้จากโมดริช

 

1. เริ่มต้นที่ติดลบ ไม่ได้หมายความว่าหมดโอกาส

คุณเคยเห็นสนามฟุตบอลที่มีระเบิดลงแทนที่จะเป็นฝนหรือเปล่า?

นั่นแหละคือสนามฟุตบอลที่เด็กชายโมดริชต้องวิ่งเล่น ผลจากการที่ครอบครัวเขาลี้ภัยสงครามไปอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อ Zadar เมืองห่างจากบ้านเกิดเขา 60 กิโลเมตร ที่แม้จะห่างไกลจากบ้านเกิดที่เต็มไปด้วยสงคราม แต่ผลกระทบก็ยังตกถึงเด็กชายโมดริชอยู่ดี

โทมิสลาส บาซิช โค้ชคนแรกๆ ในชีวิตโมดริช ที่ฝึกสอนเขาให้แก่ทีมฟุตบอลประจำเมือง Zadar เล่าว่าบ่อยครั้งที่เวลาซ้อม เด็กชายโมดริชและเพื่อนๆ จะต้อง  “วิ่งหลบหนีลูกระเบิดที่ร่วงลงใกล้ๆ บริเวณสนามซ้อมกันยังกับห่าฝน พวกเด็กๆ ต้องวิ่งแข่งกันไปหลุมหลบภัย พวกเขาไม่ได้มองเป็นเรื่องสนุกหรอก แต่ฟุตบอลเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาหลีกหนีความจริงของสงครามอันโหดร้ายในขณะนั้นได้”

โดยเฉพาะโมดริช ที่ปู่ของเขาเสียชีวิตอย่างทารุณได้รับลูกหลงจากสงครามภายในประเทศยูโกสลาเวียเดิมในยุคดังกล่าว ก่อนจะแยกประเทศเป็นโครเอเชียในเวลาต่อมา

 

2. มีจุดอ่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพัฒนาไม่ได้

เทียบกับนักฟุตบอลยุโรปทั่วไป ลูก้า โมดริช ถือเป็นนักเตะร่างเล็ก ด้วยความสูง 5 ฟุต 9 นิ้ว (175 เซนติเมตร) เทียบกับนักเตะทั่วไปที่สูง 6 ฟุต (185 เซนติเมตร) โมดริช เสียเปรียบทั้งเรื่องแรงปะทะและพละกำลังมากพอสมควร ยิ่งเมื่อเขาต้องเล่นในแดนกลางที่ต้องเจอคู่ปรับร่างสูงใหญ่กว่าแทบทั้งนั้น  

โจซิป บาจโล (Josip Bajlo) อดีตผู้บริหารสโมสรท้องถิ่นที่เคยเห็นโมดริชในวัยเด็ก เล่าย้อนความหลังว่า ตอนนั้นเขาเห็นโมดริชเฝ้าแต่   “เตะบอลคนเดียวทั้งวันไปทั่วลานจอดรถโรงแรม เขาตัวเล็กและผอมมาก ผอมกว่าเด็กอายุรุ่นๆ เดียวกันด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีบางสิ่งที่พิเศษกว่าคนอื่น”

สิ่งที่ทำให้โมดริชเอาชนะคู่ต่อสู้ในสนามได้ตั้งแต่นั้นมา คือทักษะการครองบอล การจ่ายบอล ความฉลาด และการรู้จักเอาตัวรอดในพื้นที่แคบ ทั้งหมดเกิดขึ้นจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก ผสมกับประสบการณ์ชีวิตที่ทำให้ต้องคิดเอาตัวรอดตลอดเวลา

 

3. ใช้คำสบประมาทเป็นพลัง

พอเริ่มต้นอาชีพค้าแข้ง ชีวิตเขาก็พลิกผันเรื่อยมาจากเล่นในโครเอเชีย ได้มีโอกาสย้ายมาเล่นในอังกฤษในทีม ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สร้างชื่อจนเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก จนยักษ์ใหญ่แห่งสเปนอย่างทีมเรอัล มาดริด ทุ่มซื้อตัวไปร่วมทีม ใช้เวลาหลายปีสั่งสมชื่อเสียงกระทั่งเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีสุดในโลก

แต่เวทีที่โมดริชเปล่งประกายที่สุด คือฟุตบอลโลก 2018 ที่เขาพาทีมชาติโครเอเชียทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยเฉพาะการหักปากกาเซียนเอาชนะทีมชาติอังกฤษไปได้ 2-1 ทั้งๆ ที่ถูกนำก่อนตั้งแต่ 5 นาทีแรก

สำหรับโมดริช จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่เขาใช้คำสบประมาทจากสื่ออังกฤษ ที่ดูถูกเขาและเพื่อนร่วมทีมว่าแก่เกินจะวิ่งไหว และยังต้องเล่นต่อเวลาพิเศษมาถึง 2 รอบ คงจะไร้เรี่ยวแรงไม่อาจสู้ทีมอังกฤษที่หนุ่มแน่นและสดกว่าได้แน่นอน

“เราอยากพิสูจน์ให้เห็นว่าเราไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาพูด เราคุมเกมได้หมด เหนือกว่าทั้งทักษะและพละกำลังอย่างเห็นได้ชัด คุณรู้ไหมว่าพวกเขาทำอะไรพลาดลงไป? พวกเขาคุยโตโอ้อวดมากเกินไป ทั้งสื่อและนักวิจารณ์ทั้งหมดในอังกฤษนั่นแหละ  พวกเขาดูถูกเราเกินไป เราอ่านและฟังทุกๆ คำพูด แล้วคุยกันในทีมว่า

‘คอยดูเถอะ จะเล่นให้เห็นว่าใครกันแน่ที่เจ๋งกว่ากัน’…”

 

                                                                                                                                                 ภาพจาก : twitter.com @lukamodric10

 

4. ไม่หลงระเริงกับความสำเร็จ

ล่าสุดโมดริชเพิ่งได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของโลกไปครอง เอาชนะทั้ง คริสติอาโน่ โรนัลโด อดีตเพื่อนร่วมทีม และลิโอเนล เมสซี่ สองนักเตะที่ผลัดกันคว้ารางวัลนี้กันอยู่ 2 คนติดต่อกันมาสิบปีเต็มลงได้สำเร็จ!

รางวัลนี้ทำให้ผมสัมผัสได้จริงๆ ว่ามีคนเห็นคุณค่าในตัวผม หลังจากได้แชมป์มามากมาย ทั้งแชมป์ลีกและยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก พาทีมชาติเล็กๆ อย่างโครเอเชียเข้าชิงฟุตบอลโลก แต่นี่เป็นรางวัลสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า คุณค่าของฟุตบอลไม่ได้ตัดสินกันด้วยการทำประตูอย่างเดียวเท่านั้น

“คุณค่าของรางวัลนี้สำหรับผมจึงเป็นทั้งเกียรติยศ และรางวัลตอบแทนการทำงานหนักมาตลอดและยาวนาน ผมไม่เคยมีแต้มต่อ ไม่เคยมีอะไรพิเศษ นอกเหนือจากการทำงานหนักเท่านั้น” 

 

5. หาบาลานซ์ชีวิตให้เจอ

สำหรับโมดริช บาลานซ์ของชีวิตเขามีแค่สองสิ่งเท่านั้น คือฟุตบอลและครอบครัว เขาทำงานหนักในสนาม ไม่ปริปากบ่น ไม่ย่อท้อ ไม่สนใจชื่อเสียงหรือการต้องเป็นข่าวรายวัน สิ่งที่โมดริชสนใจคือผลงานในสนามของทีมมาก่อนเสมอ  เปรียบกับคนทั่วไปแล้ว ก็ไม่ต่างจากคนที่ทำงานหนัก ใส่ใจในทุกรายละเอียด และมองภาพกว้างในการทำงาน มากกว่าจะมองที่ตัวเองก่อนเสมอ

“ผมมองตัวเองเป็นแค่นักฟุตบอลคนหนึ่งเสมอ ผมลงไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ผมไม่ใช่ดาราหรือนายแบบอะไรเทือกนั้น”

แต่มีแค่สิ่งเดียวที่สำคัญกับเขาเหนือกว่างาน นั่นก็คือ ‘ครอบครัว’ โมดริชแต่งงานเมื่อปี 2010 ปัจจุบันมีลูก 2 คน แต่เขายังติดต่อกับพ่อแม่และพี่น้องอยู่เสมอ

“ผมคุยกับพวกเขาทุกวัน ไม่มีวันไหนที่เราไม่ได้คุยกัน …ทั้งหมดนั้นก็แค่ผมอยากทำให้ชีวิตครอบครัวผมมันดีที่สุด เหมือนที่ผมทำได้ในสนามฟุตบอลครับ”

 

 

 

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

ชาญชนะ หอมทรัพย์

อาจารย์พิเศษด้านภาพยนตร์ แต่ก็สนใจสื่อทุกแขนง กีฬา ดนตรี หนังสือ และเกม รักการเขียนพอๆ กับการอ่าน และงานเขียนก็มีหลายแนวเช่นเดียวกันกับสิ่งที่อ่าน