Home / Youinspire / 6 เทคนิคเริ่มงานทุกวันด้วยใจที่เป็นสุข

Back

6 เทคนิคเริ่มงานทุกวันด้วยใจที่เป็นสุข

9 months ago

 แน่ล่ะว่าทุกๆ คนอยากทำงานด้วยความสุขสดชื่นตลอดทั้งวัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไรในกิจวัตรการทำงานของเหล่าคนเมืองทั้งหลาย ไหนจะต้องเผชิญสารพันปัญหา รถติด ฝนตกตอนเช้า เจ้านายทวงงาน ลูกค้าโทร.มาคอมเพลน เอกสารที่ส่งไปวันก่อนผิดพลาด ขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานในที่ประชุม ฯลฯ แต่ความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นก่อนสำหรับผู้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี

 

ลองทำตามคำแนะนำข้างล่างนี้ ก่อนจะเริ่มต้นวันทำงานอย่างเปี่ยมสุขไปทั้งวัน

 

1. จดลิสต์สิ่งที่ต้องทำก่อนเข้านอนและเช็กลิสต์ก่อนออกจากบ้านวันรุ่งขึ้น

วิธีนี้จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในสิ่งที่จะทำในแต่ละวันได้ง่ายดายขึ้น ไม่หลงลืมสิ่งสำคัญต่างๆ แนะนำให้จดแบบเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำ โดยให้สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ข้างต้นเสมอ อย่าลืมจดว่าต้องนำสิ่งสำคัญใดๆ ติดตัวไปด้วย จะได้ไม่หลงลืม วิธีนี้ช่วยให้คุณจัดการตนเองได้ดี (ยกเว้นคุณจะมีเลขาส่วนตัวคอยเตือนอยู่แล้ว)  

 

2. ดูพยากรณ์อากาศและประกาศจราจรของวันรุ่งขึ้น

คุณอาจจะงงว่ามันสำคัญจนต้องดูด้วยหรือ แม้คุณจะไม่ได้ทำงาน Outdoor อย่างมัคคุเทศก์หรือโปรกอล์ฟ แต่คุณก็ยังต้องเดินทางไปออฟฟิศหรือไปพบปะลูกค้า คู่ค้าธุรกิจ การรู้สภาพอากาศล่วงหน้าจะช่วยให้การเดินทางของคุณเกิดความติดขัดน้อยลง หากรู้ว่าฝนจะตกคุณก็จะได้เผื่อเวลาการเดินทางเพิ่มขึ้น เตรียมร่ม เตรียมชุดกันฝนให้เรียบร้อย อย่าลืมว่าในโลกธุรกิจการไปพบลูกค้าสายเพียงครึ่งนาทีก็อาจส่งผลต่อธุรกิจของคุณได้ ส่วนประกาศจราจรนั้น หากมีงานรับปริญญา มีงานคอนเสิร์ตใดๆ ที่อาจทำให้การจราจรติดขัด คุณจะได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางได้โดยไม่เสียเวลา

 

3. ตื่นให้เช้าขึ้นกว่าเดิมสัก 15 นาที

เปลี่ยนพฤติกรรมสุดเร่งรีบยามเช้าเป็นการเริ่มต้นวันแบบสบายๆ อาบน้ำด้วยความสดชื่น ผ่อนคลาย ไม่ต้องรีบลนลาน จากที่เคยดื่มกาแฟดำเพียงแก้วเดียวแบบรีบๆ คุณอาจมีเวลาเพิ่มสำหรับสลัดผักจานเล็กๆ หรือแซนด์วิชไข่ดาวสักชิ้น ซึ่งนั่นจะส่งผลดีต่อร่างกายและสมองในการเริ่มต้นวัน เมื่อร่างกายพร้อม สมองก็พร้อมในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และการเดินทางไปถึงที่ทำงานเร็วขึ้นกว่าปกติสัก 5 – 10 นาที ก็จะทำให้คุณพร้อมเริ่มงานได้แบบไม่ลนลาน

 

4. หลีกเลี่ยงการรับข่าวสารด้านลบมากเกินไปในตอนเช้า

มีผลวิจัยจำนวนไม่น้อยกล่าวถึงการเสพข่าวด้านลบในตอนเช้าจะทำให้จิตใจของคุณหดหู่และห่อเหี่ยวไปเกือบครึ่งค่อนวัน ไม่ว่าจะเป็นข่าวจากหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ หรือข่าวในโลกออนไลน์ ลองเลือกอ่านและดูข่าวที่เป็นเรื่องดีงามผสมปนเปไปกับข่าวร้ายๆ ที่เห็น จะช่วยให้จรรโลงใจมากขึ้น นอกจากข่าวฆาตกรรม ข่าวคอร์รัปชั่นต่างๆ การนินทาเพื่อนร่วมงานก็ถือเป็นข่าวสารด้านลบเช่นกันนะ ท่องไว้ไม่ควรฟังและไม่ควรเป็นผู้เริ่มเปิดวงนินทา

 

5. เรียกสมาธิให้มีความจดจ่อกับการทำงาน

ลองทำสมาธิสัก 10 นาที ก่อนเริ่มงาน วิธีนี้จะช่วยให้คุณจดจ่ออยู่กับการงานที่ทำได้อย่างยาวนานขึ้น (หากไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ลองหลับตา ผ่อนคลายและท่องในใจว่าวันนี้ฉันจะตั้งใจทำงาน) และเมื่อมีสมาธิ ย่อมเกิดสติตามมา แล้วคุณจะพบว่าการงานเดินหน้ามากกว่าที่เคยเป็น ตัดเรื่องวุ่นวายทั้งหลายในชีวิตออกไปก่อน ไม่ว่าจะทะเลาะกับแฟน เพื่อนไม่ยอมคืนเงิน ลูกชายเกเร ทั้งหมดนี้เอาไว้แก้ปัญหาหลังเลิกงาน การแยกเวลาการทำงานกับการใช้ชีวิตอย่างเป็นสัดส่วนจะทำให้คุณแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ  

 

6. ทำงานในทุกวันอย่างเต็มที่

เมื่อคุณทำงานในแต่ละวันอย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ย่อมออกมาดี แม้จะมีข้อผิดพลาดบ้างแต่อย่างน้อยก็จะตอบตัวเองได้ว่า “ไม่เป็นไร ฉันทำอย่างเต็มที่แล้ว” ไม่ต้องเสียใจภายหลังว่า “น่าจะตั้งใจทำมากกว่านั้น” ถึงแม้เจ้านายอาจจะมองไม่เห็นว่าคุณเต็มที่แค่ไหน แต่คุณย่อมเห็นตนเองจริงไหม แล้วคุณก็จะภูมิใจถึงคุณค่าในตัวเอง

นี่แหละความสุขจากการทำงานอย่างแท้จริง

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

Hima in the rain

อดีตนักเรียนศิลปะที่หลงรักการอ่าน ชื่นชอบการเขียน เพียรฝึกทำอาหาร สนใจใคร่รู้เรื่องราวต่างๆ รอบตัว การใช้ชีวิต กิน ดื่ม เที่ยว ระบบการศึกษาในสังคม เรื่องราวปฏิสัมพันธ์ของผู้คนทั้งในโลกยุคเก่าและโลกยุคใหม่อันมีเสน่ห์ที่แตกต่างแต่สามารถเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าถึงซึ่งกันและกัน