Home / Youinspire / 8 วิธีระบายความเครียดแบบหนุ่มสาวออฟฟิศที่คิดบวก

Back

8 วิธีระบายความเครียดแบบหนุ่มสาวออฟฟิศที่คิดบวก

8 months ago

ในการทำงานแต่ละวัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าพนักงานออฟฟิศทั้งหลายมักต้องเผชิญกับความเครียดอยู่บ่อยๆ บางคนเจอเรื่องเครียดๆ ทุกวัน แต่บางคนแย่กว่าที่ต้องเผชิญความเครียดแทบจะทุกชั่วโมงในทุกวัน ไหนจะเจ้านายด่า ลูกน้องลา ลูกค้าเอาแต่ใจ ใครๆ ก็รุมสั่งงาน ฯลฯ

 

ลองมาบำบัดความเครียดในแต่ละวันไม่ให้สะสมด้วยวิธีเหล่านี้ดูสิ  รับรองว่าความเครียดของคุณจะบรรเทาเบาบางลงไปได้เยอะทีเดียว  

 

1. ยิ้มเข้าไว้

เราไม่ได้บอกให้คุณไปยิ้มหน้าซื่อหน้าใสให้หัวหน้าที่กำลังหัวร้อนและพ่นไฟใส่คุณอยู่หรอกนะ แต่ในทีนี้เราอยากให้คุณยิ้มให้ตัวเองเพื่อเป็นกำลังใจว่าคุณจะผ่านมันไปได้ หลังจากนั้นก็ค่อยๆ คิดหาวิธีแก้ไขปัญหาทีละขั้นตอน หรือถ้ามีเพื่อนร่วมงานที่กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกัน การยิ้มให้กันจะช่วยเพิ่มกำลังใจให้กันและชะลอความเครียดให้ลดน้อยลง แต่ต้องเป็นยิ้มที่จริงใจนะ การแสยะยิ้มหรือยิ้มเยาะก็อาจทำให้สถานการณ์กลับตาลปัตรได้เช่นกัน

 

2. เพิ่มความสดชื่นด้วยน้ำเย็นหรือน้ำผลไม้

ในเวลาที่เกิดความเครียดสะสม อุณหภูมิในร่างกายมักสูงขึ้น การดื่มน้ำเย็นหรือน้ำผลไม้สักเล็กน้อยจะช่วยให้ร่างกายปรับอุณหภูมิให้เย็นลง พร้อมความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แนะนำให้ค่อยๆ จิบทีละนิด เมื่อสมองปลอดโปร่งแล้ว ลองคิดทบทวนปัญหาและลองแก้ไขกับความเครียดนั้นดู

 

3. มีสมุดโน้ตหรือสมุดวาดเขียนบนโต๊ะทำงาน

เทคนิคนี้ดูง่ายดาย แต่เชื่อไหมว่ามันได้ผลดีมาก เวลาที่คุณกำลังโกรธ เครียดหรือไม่พอใจ ลองเขียนระบายลงในสมุดโน้ตดู อย่าเพิ่งบ่นระบายความไม่ชอบใจในงานหรือที่ทำงานลงโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ไทม์ไลน์ ทั้งหลาย ลองเขียนลงในสมุดเล่มนี้ดูก่อน หรือบางคนอาจจะใช้วิธีรีแลกซ์ตัวเองด้วยการขีดเส้น วาดรูป เพื่อเป็นการระบายความรู้สึกก็ได้เช่นกัน เมื่อผ่านไปสักพักเชื่อเถอะว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้น แต่มันควรเป็นสมุดลับที่หัวหน้า เจ้านาย หรือคู่แข่งในที่ทำงานจะไม่มีวันบังเอิญเจอด้วยนะ

 

4. ตั้งรูปคนรักหรือดาราที่ชื่นชอบบนโต๊ะทำงาน

อาจฟังดูไม่น่าเชื่อถือ แต่เวลาที่กำลังเครียด เมื่อมองเห็นรูปคนรัก คนที่ชอบ ก็สามารถช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ บางคนอาจจะใช้เป็นรูปลูก รูปพ่อแม่ หรือแม้แต่รูปดาราศิลปินที่ชื่นชอบก็ยังได้ อาจจะลองปรินท์ข้อความให้กำลังใจมาแปะไว้ข้างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการต่อสู้กับงานด้วยก็ดี หรือถ้าเขินในการวางรูปบนโต๊ะ แจกันดอกไม้สดสีสวยๆ เล็กๆ ก็ช่วยให้คุณคลายความเครียดได้เช่นกันเมื่อมองมันบ่อยๆ  

 

5. ลุกออกไปเดินผ่อนคลาย

หลังการประชุมอันยาวนานหรือชั่วโมงพรีเซนต์ที่ต้องลุ้นหนักๆ ตั้งแต่เช้าตรู่ การออกไปเดินผ่อนคลายให้ไกลจากห้องประชุมหรือโต๊ะทำงานเป็นเรื่องที่ควรทำ อาจจะไปหากาแฟดื่มสักแก้ว หรือยืดเส้นยืดสายผ่อนคลายสายตาด้วยการมองต้นไม้ใบหญ้าแถวๆ นั้นพร้อมการยืดเส้นยืดสาย เพียง 15 – 20 นาที ก็จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นแบบทันตา ในระหว่างนั้นก็ไม่ควรเอาเรื่องในการประชุมมาถกเถียงกันต่อ

 

6. ไปออกกำลังกายหลังเลิกงาน

การออกกำลังกายนั้นช่วยระบายความเครียดได้ดี เพราะช่วยเพิ่มระดับของสารเคมีในสมองหรือสารสื่อประสาทที่ปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น อย่างเช่น เอนดอร์ฟิน (Endorphins) ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดฮอร์โมนความเครียด และมีผลให้จิตใจสงบขึ้น บางบริษัทมีฟิตเนสหรือห้องออกกำลังกายเอาไว้ให้พนักงานได้ใช้ อย่าลืมลองไปใช้บริการดู นอกจากจะได้ระบายความเครียด ร่างกายแข็งแรง รูปร่างดีขึ้น คุณอาจจะได้พบเพื่อนใหม่ (ต่างหน่วยงานหรือแผนก) ที่ถูกใจก็เป็นได้

 

7. ไปคาราโอเกะหลังเลิกงาน

การสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานหลังเลิกงานก็เป็นอีกวิธีในการระบายความเครียด แต่การสังสรรค์ที่พากันไปนั่งดื่มแอลกอฮอล์ไม่หยุดหย่อนนั้นไม่ใช่ทางออกที่ดีนักเมื่อเทียบกับการร้องคาราโอเกะ การร้องเพลงนั้นเป็นการช่วยระบายความเครียดได้ดีอีกทางหนึ่ง จะร้องเดี่ยว ร้องเป็นหมู่คณะ ก็ได้ผลลัพธ์ดีเช่นกัน (จะออกลีลาการเต้นประกอบด้วยยิ่งดี) แค่ระวังว่าหากตะเบ็งร้องมากไปวันรุ่งขึ้นคุณอาจไม่มีเสียงในการไปทำงาน

 

8. หาพื้นที่ปลอดคนในออฟฟิศแล้วตะโกนออกมา

หากทำตามที่แนะนำมาแล้วทุกข้อก็ยังคงเครียดมากๆ อยู่ ลองมองหาพื้นที่ที่ปราศจากคน เช่น ห้องเก็บของ โกดังเก็บของ ลานจอดรถกว้างๆ ของออฟฟิศ เลือกเวลาที่ไม่มีคนอยู่ แล้วตะโกนระบายออกมาให้สุดเสียง เพียง 1 – 2 นาที เชื่อเถอะมันช่วยลดความเครียดได้ดีจริงๆ อาจจะเป็นคำที่อยู่ในใจลึกๆ อย่างเช่น เบื่อ โธ่เว้ย โอ๊ย ฯลฯ แต่ก็นั่นแหละต้องมั่นใจจริงๆ ว่าเวลานั้นไม่มีใครอยู่แถวนั้นนะ

Jennifer Wider ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสตรีเคยกล่าวไว้ว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่จะตะโกนออกมาดังๆ เพื่อปลดปล่อยอารมณ์และระบายความอัดอั้นตันใจ

 

ลองเลือกวิธีที่เหมาะสมกับคุณดู อย่าปล่อยให้ความเครียดสะสม เพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภัยต่างๆ ตามมา หรืออาจก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ในระยะยาว

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

Hima in the rain

อดีตนักเรียนศิลปะที่หลงรักการอ่าน ชื่นชอบการเขียน เพียรฝึกทำอาหาร สนใจใคร่รู้เรื่องราวต่างๆ รอบตัว การใช้ชีวิต กิน ดื่ม เที่ยว ระบบการศึกษาในสังคม เรื่องราวปฏิสัมพันธ์ของผู้คนทั้งในโลกยุคเก่าและโลกยุคใหม่อันมีเสน่ห์ที่แตกต่างแต่สามารถเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าถึงซึ่งกันและกัน