Home / Youinspire / 9 สมการสำเร็จ ของ ตูน Bodyslam

Back

9 สมการสำเร็จ ของ ตูน Bodyslam

2 months ago

นาทีนี้ประเทศไทยไม่มีใครรู้จักศิลปินร็อกระดับไอคอน  ที่คนทุกเพศทุกวัยพร้อมใจกันเรียกเขาว่า  “พี่ตูน”

นาทีนี้เชื่อว่าหลายคนควักกระเป๋ากันไปเรียบร้อยแล้วเพื่อร่วมสมทบทุน  “การวิ่ง”  ระดับสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ของเขา จากเบตง-แม่สาย   กับโครงการ  “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ”

……….

นอกเหนือจากเป็นตัวอย่างที่ดีมากของการลงมือทำในแบบที่ตนเองเชื่อ และทำอะไรก็ต้องไปให้สุดจริงๆ     

สิ่งที่น่าสนใจมากคือ…

อะไรทำให้คนคนหนึ่งลุกขึ้นมาทำสิ่งดีๆ  แล้วสามารถที่จะดึงดูดความร่วมมือจากคนทั้งประเทศได้ในระดับสร้างประวัติศาสตร์

อะไรคือปัจจัยที่พาคนที่มีฝันในเส้นทางดนตรี ให้ก้าวมายืนอยู่ในทำเนียบแถวหน้าของคนสำเร็จและยืนระยะอยู่ได้นาน    

……….

ครั้งหนึ่งในงานเทศกาลความรู้  FIVE FEST เปลี่ยนคุณให้เป็น TOP 5”   เราเคยได้ฟัง  อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ   “ตูน  Bodyslam”     ถ่ายทอดแนวคิดที่ทำให้เขาเป็นตัวเขาได้อย่างทุกวันนี้    

และนั่นทำให้เราเข้าใจทันทีว่า การที่คนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้    ไม่มีคำว่าบังเอิญ  ไม่ใช่เรื่องที่จะมองกันแค่เผินๆ ว่า “ฟลุกว่ะ”   หากจะมีก็แต่ความพยายามอย่างสุดกำลัง เดินหน้าทำตามฝัน  มุ่งมั่นไปตามหนทางที่เชื่อ ทุ่มเทเพื่อสิ่งที่รัก   ไม่ถอย ไม่ท้อ ที่ทำให้ก้าวมาถึงวันนี้ได้

 

และนี่คือการถอดสูตรชีวิตที่สำเร็จของไอคอนสตาร์ออกมาเป็น 

  “9 สมการสู่ความสำเร็จ” ของ “ตูน  Bodyslam”  

 
สมการ # 1
ทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุข
                
จากเส้นทางที่ผ่านมา ผมตั้งต้นจากการที่เรามีความสุขกับการร้องเพลง แค่ได้ยินเสียงตัวเอง ได้ร้องเพลง แค่นั้นก็คือความสุขแล้ว  
                  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรัก ความฝัน   มันเดินทางไปสู่การให้ความสุขทุกคนได้ ให้พลังใจทุกคนได้ ซึ่งตรงนี้เป็นภาพที่ผมไม่ได้คิดตั้งแต่แรก ไม่ได้คิดว่า  จะต้องมีคนมาดูคอนเสิร์ตเราเป็นร้อยคนพันคน  ผมคิดแค่ว่าทำเพื่อให้ตัวเองมีความสุขก่อน

 

สมการ #2
อย่าลืมใส่ความสนุกลงไปในสิ่งที่ทำ
    

                ผมเคยลองนั่งคิดคำนวณจากเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วว่าอะไรที่พาเรามาอยู่ตรงจุดนี้ในตอนนี้   สุดท้ายแล้วผมก็ไปเจอสมการที่สำคัญคือ   ไม่ว่าเราจะทำอะไร ต้องมีความสนุก”   

                เพราะฉะนั้น  อย่าลืมใส่ความสนุกลงไปในทุกสิ่งที่ทำ ถ้าไม่สนุกนะจบเลย   เราต้องทำอะไรที่เรามีความสุข  ไม่เดือดร้อนใคร มีแรงบันดาลใจในการที่จะทำสิ่งนั้น ไม่ว่าเราจะเจอปัญหาอะไรก็ตาม แต่เรายังยืนยันที่จะทำแบบนี้ต่อไป    

    

สมการ #3
ก่อนจะออกนอกกรอบได้  ต้องรู้ก่อนว่าในกรอบมีอะไรอยู่
 
           
ผมโชคดีที่ผมเรียนจบปริญญาตรี  ทั้งที่ผมรักดนตรีมากเลย อาจจะเป็นเพราะพ่อแม่ผมก็ได้ ที่เราเห็นว่าเขาลำบาก บ้านอยู่ต่างจังหวัด สุพรรณบุรี ต้องหาเงินส่งผมเรียนที่กรุงเทพฯ  จึงถือเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำให้สำเร็จ   ต้องพยายามประคับประคองความฝันกับความจริงให้มันไปด้วยกันให้ได้

             หลายๆ คนคิดอยากที่จะออกนอกกรอบ อยากจะคิดนอกกรอบ อยากจะทำอะไรที่แตกต่าง แต่หลายคนยังไม่รู้เลยว่าในกรอบจริงๆ มันมีอะไรบ้าง สิ่งที่ตัวเองคิดบางทีมันอาจอยู่ในกรอบที่เราไม่รู้    ผมคิดว่าการเรียนตามระบบมันทำให้เราเรียนรู้การอยู่ในกรอบให้ถ่องแท้  มันทำให้ในเวลาต่อไปถ้าเราจะคิดอะไรที่มันสร้างสรรค์มากขึ้น เราจะได้รู้ว่าสิ่งที่เราคิดน่ะแตกต่างจริงๆ หรือเปล่า เราจำเป็นที่จะต้องรู้ก่อนว่าโลกนี้เป็นยังไง  มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง 
 

สมการ #4

อย่าหยุดเรียนรู้

            เพราะโลกเรากว้างขึ้น สิ่งสำคัญที่จะเป็นประตูบานแรกของเราในการเปิดไปสู่โลกกว้างคือภาษา  ตอนนี้ผมก็ยังเรียนภาษาอยู่ตลอดเพื่อฝึกสมอง  เพราะเวลาทัวร์เล่นคอนเสิร์ต เราใช้แรงมากกว่าสมอง  พอเราออกมาจากมหาวิทยาลัย เราไม่มีโอกาสได้ทดสอบตัวเองอีกเลย ไม่มีใครมาบังคับให้เราต้องทำการบ้าน ให้เราต้องไปสอบ ไม่มีคนมาตัดเกรดว่าเราผ่านมั้ย
           สุดท้ายเราต่างหากที่ต้องสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาตัดเกรดตัวเองว่าช่วงนี้เราเป็นยังไง เพื่อให้ชีวิตมีกรอบให้เดินบ้าง ไม่มีอิสระจนเกินไป

 

สมการ #5
รอวัดความสำเร็จของคนจากตอนที่คนนั้นจากไปแล้วดีกว่า
 

                ผมดีใจนะครับที่คนให้เกียรติผม บอกว่าผมประสบความสำเร็จ เป็นแรงบันดาลใจให้คนได้ ผมรู้สึกเหนือความคาดหมายมาก  แต่ความจริงแล้วผมรู้สึกว่า  เฮ้ย! อย่าเพิ่งวัดเราตอนนี้ได้มั้ย รอเราตายก่อน ผมเชื่ออย่างนี้จริงๆ และด้วยความเชื่อนี้  ผมจึงพยายามที่สุดที่จะทำให้ดีในทุกวัน 
                 ฉะนั้น ก้าวจากนี้ต่อไปนี่มันท้าทายผมมากเลย    เพราะถ้าคิดว่าวันนี้เรา “สำเร็จ” แล้ว และใช้ชีวิตที่เหลืออย่างประมาท  โอกาส “พลาด” ก็อาจเกิดขึ้นได้

 

สมการ #6
อาชีพในฝัน สักวันมันต้องกลายเป็นงานประจำ

           
อาชีพในฝันของทุกคน ไม่ว่าคุณจะฝันอยากทำอาชีพนักร้อง นักดนตรี นักแสดง  หมอ นักฟุตบอล ฯลฯ    สุดท้ายเมื่อเราได้ทำแล้ว มันก็จะมาถึงจุดหนึ่งที่อาชีพในฝันกลายเป็นงานประจำ

             มันจะมีคำว่า “ต้องทำ”   เข้ามา  ทุกอาชีพต้องเจอ ไม่เว้นแม้แต่อาชีพในฝัน  
             เมื่อวันนั้นมาถึง ผมคิดว่ามันง่ายที่จะเดินออกไปเลย   แต่ในเมื่อก็นี่มันเป็นอาชีพที่เราอยากทำที่สุดไม่ใช่เหรอ  แล้วทำไมเราไม่อดทน  ทำไมเราถึงยอมแพ้กับอะไรก็ไม่รู้ที่ถาโถมเข้ามา
              เพราะฉะนั้นในเมื่องานนี้มันเป็นถึงอาชีพในฝันของเรา และเราได้เข้าไปทำสำเร็จแล้ว  ก็ต้องมีความรับผิดชอบมากพอ  ต้องอดทน ไม่ถอดใจง่ายๆ  เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราโตพอ  และมีคุณค่าคู่ควรกับงานนั้น

สมการ #7

มองหาข้อดีให้เจอ ในวันที่รู้สึกเหนื่อย แย่ เบื่อ ท้อ  
                 ในวันที่รู้สึกเหนื่อย แย่ เบื่อ ท้อ วันที่อาชีพในฝันกลายเป็นงาน “ต้องทำ”  

                  คำแนะนำคือ หาข้อดีจากงานที่เรากำลังทำอยู่ให้เจอ

                 ซึ่งสำหรับผมมันคือการมีเพื่อนร่วมทางในอาชีพ และการได้เห็นรอยยิ้มของแฟนเพลง 

                 บางช่วงผมเหนื่อยมาก    รู้สึกอยากจะพัก แต่พอคิดถึงว่าทุกคนรอเราอยู่ รวมถึงยังมีบางโมเมนต์ที่เราขึ้นเวทีไปแล้วได้เจอแฟนเพลง ผมมีแฟนเพลงที่นั่งวีลแชร์มาดูผมเล่นคอนเสิร์ต ผมรู้สึกว่านี่เป็นกำลังใจที่ดีมาก เขาเสียเงินนะ เขาเดินทางมาจากต่างจังหวัดนะ  เขาลำบากแค่ไหนเพื่อมาดูเรา   พอเราเจอแฟนเพลงทั้งหลายเหล่านี้ สุดท้ายทำให้เราไม่คิดเรื่องถอดใจ   แต่พยายามจูนกับตัวเองเพื่อให้ไปต่อได้
                เมื่อรู้สึกเหนื่อยหรือท้อ เราต้องหาข้อดีของมัน มากกว่ามองเห็นแต่ข้อเสีย แล้วก็พยายามอยู่กับมันให้ได้ 

 

สมการ #8
ครอบครัวและคนรอบข้างสำคัญที่สุด
 
           
จากประสบการณ์ของตัวผมเอง  คนรอบข้างสำคัญที่สุด  บางทีเราอยากจะเดินไปข้างหน้าเร็วๆ โดยที่ไม่ได้มองคนรอบข้างเลย อยากจะทำโน่นทำนี่สุดโต่ง มีแรงพลังผลักดันเยอะ แต่ลืมมองคนข้างๆ  ผมอยากให้พากันไปด้วย  ถ้าเราวิ่งเร็วเกินไป เขาตามไม่ทันก็ผ่อนลงบ้าง หรือหันมามองข้างทางหน่อย

            ตอนวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540   ผมเคยมีประสบการณ์ส่วนตัวเรื่องการเงินกับที่บ้านซึ่งเป็นโรงสีข้าวในจังหวัดสุพรรณบุรี    มันเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผมบอกกับตัวเองว่าจะไม่กลับไปเจอสภาพนั้นอีกแล้ว    

             สุดท้ายหลังจากผมเข้ามาทำงานตรงนี้  มีกำลังพอที่จะปลดหนี้ให้ที่บ้านได้สำเร็จ   สิ่งสำคัญของเหตุการณ์นี้คือถ้าเรารอดมาได้และย้อนกลับไปมอง  เราจะหันกลับไปยิ้มกับคนที่อยู่ข้างๆ เรามาตลอดได้  เรายังมีรอยยิ้ม  ยังได้หัวเราะพูดคุยกับคนอื่น   แล้วเราจะรู้สึกตัวเองมีคุณค่า บอกกับตัวเองได้เลยว่า นี่มันเป็นเรื่องดีและเป็นเรื่องสวยงามที่สุดในชีวิตคนคนหนึ่ง      

 

สมการ # 9
 “ชีวิตคนก็เหมือนเลข 1 จึงต้องดูแลให้ดี”

           
เมื่อหลายปีก่อนหน้า  ผมป่วยด้วยโรคหมอนรองกระดูกต้นคอ ข้อที่ 6 และ7 เคลื่อนทับเส้นประสาทไขสันหลัง ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเพราะ 10 ปีมานี้ เวลาขึ้นเวทีเราโยกคอสะบัดคออย่างรุนแรงแบบไม่คิดชีวิตมาโดยตลอด  และผมยังกระโดดลงจากเวทีซึ่งสูงสัก 2 เมตร บ่อยครั้งมาก
                ในช่วงที่ผมทบทวนว่าจะไปต่อหรือจะยกเลิกคอนเสิร์ตใหญ่ Bodyslam Live in คราม  ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน และยังตัดสินใจไม่ได้อยู่นั้น  ก็มีโทรศัพท์เข้ามาจากคุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม  บอกให้ผมตัดสินใจได้เลยว่าจะไปต่อ หรือจะพักไว้ก่อน  จะเอายังไงก็ได้แล้วแต่ตูน ไม่ต้องห่วงบริษัท
                แล้วคุณไพบูลย์ก็สอนผมเรื่องหนึ่งว่า… 

               “ชีวิตคนเรานี่มันเหมือนเลข 1 มีแรง มีพลัง อยากจะทำเลข 0 ต่อท้าย ไปอีกกี่ตัวก็ได้ ถ้าเรายังมีแรงอยู่ มีความสุขที่จะทำ ถ้าตราบใดที่เลข 1  ของเรายังแข็งแรง  ทำไปเลย   แต่ถ้าเราดูแลเลข 1 ของเราได้ไม่ดี วันใดก็ตามถ้าเลข 1 ล้มไป จะมี 0 ตามมาอีกกี่ตัว ก็ไม่มีค่าเลย” 
                ความหมายของคำสอนนี้ก็คือ สุดท้ายแล้วเราต้องดูแลตัวเราเองให้ดี และเลข 0 อาจไม่ได้หมายถึงแค่จำนวนเงินรายได้เท่านั้น แต่มันอาจจะเป็นอะไรก็ตามที่สำคัญในชีวิต เช่น  ความสุข ความสำเร็จ  
                ผมฟังแล้วประทับใจมาก       
                สุดท้ายผมก็ตัดสินใจเดินหน้าต่อ  เพราะมันเป็นสัญญาที่ให้ไว้  ขณะเดียวกันผมก็รู้สึกขอบคุณมากที่คุณไพบูลย์ให้คำสอน ที่ทั้งทำให้ผมจดจำ และทำให้ผมรักการออกกำลังมาถึงวันนี้  
    

ที่มา : เรียบเรียงจากงานเสวนาบนเวที   “FIVE FEST เปลี่ยนคุณให้เป็น TOP 5”  จัดโดย Stock2morrow 

 

=========

NOTE !

=========

                                                                                                                                                  CR ภาพ : เจาะใจ

 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการ “ก้าว” จากสุดเขตแดนใต้ ไปจนถึง เหนือสุดแดนสยาม
บนระยะทาง 2,191 กม. เบตง – แม่สายที่ทำให้ “ก้าว”ครั้งนี้เป็น “ก้าว” ที่ไกลที่สุดในชีวิตของ ตูน บอดี้สแลม  

กับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ”

ด้วยการบริจาคเงิน เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับ 11 โรงพยาบาลที่ยังขาดแคลน และต้องการความช่วยเหลือ แรงสนับสนุนจากพวกเราคนไทยทุกคน ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาและคุณภาพชีวิตผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ดีขึ้น

รวมถึงเป็นขวัญกำลังใจให้ หมอ พยาบาลผู้เสียสละทั่วประเทศ

==========

ช่องทางการบริจาค (เริ่มบริจาคแล้วได้ตั้งแต่วันนี้)

1. บัญชีรับบริจาค : ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) สาขารัชโยธิน
ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ (โครงการก้าวคนละก้าว) เลขที่บัญชี 111-393-5263 (กระแสรายวัน)

2. SMS : บริจาคครั้งละ 10 บาท พิมพ์ T แล้วกดส่งมาที่ 4545099  (เฉพาะเครือข่าย AIS, DTAC และ True Move H ไม่หักค่าใช้จ่าย)    *หมายเหตุ : ทุกยอดเงินบริจาคไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

3. พร้อมเพย์ : โอนเงินผ่านพร้อมเพย์ ไปที่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของมูลนิธิฯ 0994000005261 (โอนฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม)

============ 

ติดตามรายละเอียดของโครงการได้ที่ facebook fanpage ก้าว

#ก้าว #ก้าวคนละก้าวเพื่อ11โรงพยาบาล #ก้าวนี้เพื่อหมอและพยาบาลทุกคน

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

SASITORN

วนเวียนอยู่กับงานสิ่งพิมพ์และนิตยสารมานานเกินกว่าจะนับด้วยสองมือ เข้าเล่มนั้นออกเล่มนี้ มีแว่บไปทำเว็บฯ บ้าง ทำพ็อกเก็ตบุ๊กก็เคย แต่สุดท้ายมาปักหมุดเป็นฟรีแลนซ์ทำคอนเทนต์ป้อนมันทุกสื่อ เพราะค้นพบแล้วว่างานไม่ประจำนี่แหละที่ทำให้ชีวิตดี๊ดี