Home / Youinspire / Deep Tech เทคโนโลยีมาแรงที่จะเปลี่ยนแปลงโลกในปี 2018

Back

Deep Tech เทคโนโลยีมาแรงที่จะเปลี่ยนแปลงโลกในปี 2018

6 months ago

เมื่อเอ่ยคำว่า Deep Tech หลายคนอาจยังทำหน้างง สงสัยว่ามันคืออะไร

คำนี้ถือเป็นคำใหม่ที่ยังไม่มีนิยามชี้ชัดตายตัวเท่าไรนัก แต่ถ้าให้อธิบายโดยรวมมันก็หมายถึง ความรู้ สิ่งต่างๆ  ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีขั้นสูงที่ผ่านการศึกษา ค้นคว้าและวิจัย พัฒนาเพื่อให้เกิดผลงานนวัตกรรมทันสมัย ล้ำหน้า ยากที่จะลอกเลียนแบบโดยมีสิทธิบัตรทางปัญญาคุ้มครอง

สิ่งที่เราเคยเห็นในภาพยนตร์แห่งโลกจินตนาการจะก้าวเข้าสู่ความจริงมากยิ่งขึ้น การฝังชิปแทนอวัยวะของมนุษย์ การเปลี่ยนยีนในร่างกาย (ฟังดูคล้ายๆ โลกของดิอเวนเจอร์ไหมล่ะ) การขับเคลื่อนของรถยนต์ที่ไร้คนขับ ระบบ การทำงานของบ้านอัจฉริยะที่สามารถสั่งการทำงานได้ แม้ตัวคุณจะไม่อยู่ที่บ้านในเวลานั้นก็ตาม ฯลฯ

 

และนี่คือ Deep Tech ที่ควรค่าแก่การทำความรู้จักในปี 2018 นี้

 

1. AI ปัญญาประดิษฐ์

เทคโนโลยีและเทคนิคต่างๆ ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานซับซ้อนได้เหมือนมี “สมอง” เป็นของตัวเอง เช่น ระบบผู้ช่วยรับจองตั๋วเครื่องบิน ระบบการแปลภาษาที่ซับซ้อน (นึกถึงระบบแกนกลางการแปลภาษาของ Google ดูสิ) 

 

2. IOT (Internet of Things)

จะดีแค่ไหนเมื่ออุปกรณ์ต่างๆ สามารถทำงานเชื่อมต่อกันได้ สื่อสารกันได้โดยมีเครือข่ายอินเทอร์เนตเป็นตัวเชื่อมโยง ทุกสิ่งทุกอย่างคงประมวลผลได้ง่ายขึ้น ลองนึกถึงการทำงานขั้นกว่าของสายรัดข้อมือ Fitbit ที่สามารถใช้ควบคุมการขับเคลื่อนรถยนต์ที่ปราศจากคนขับได้

 

3. Robotics

หุ่นยนต์จะเข้ามามีบทบาทและแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้มีความสะดวกสบาย ง่ายดายยิ่งขึ้น หุ่นยนต์แม่บ้านที่ทั้งทำงานบ้าน ทำอาหาร เป็นพี่เลี้ยงเด็กและดูแลรักษาความปลอดภัย หุ่นยนต์ในการทุ่นแรงมนุษย์ในงานอุตสาหกรรมต่างๆ 

 

4. Blockchain

เทคโนโลยีรูปแบบการเก็บข้อมูลของระบบที่ไม่มีศูนย์กลาง แต่แม่นยำ ละเอียด เชื่อถือได้ เป็นนวัตกรรมที่ถูกคิดค้นเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการเงิน ด้วยการทำงานแบบเก็บและแชร์ข้อมูลจึงนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย เท่าที่เห็นก็มีผู้คนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์นำมาใช้งานกันบ้างแล้ว ในการทำสัญญาซื้อขายที่ดินหรืออาคารต่างๆ ทั้งประหยัดเวลา ช่วยให้การตกลงจากการตัดสินใจรวดเร็ว ว่องไว

 

5. AR & VR

ทั้งคู่นี้คือเทคโนโลยีการจำลองแบบเสมือนจริง แตกต่างกันตรงที่ VR จะเน้นการจำลองโลกจริงลงไปสู่โลกดิจิทัลมากกว่า (อารมณ์คล้ายๆ ภาพยนตร์เรื่อง The Matrix เลยนะเนี่ย)  

 

6. Biotech

หรือที่เรียกกันจนติดปากว่าเทคโนโลยีชีวภาพ คือการนำเทคโนโลยีต่างๆ ที่ได้จากสิ่งมีชีวิต นำมาปรับปรุงแก้ไข เปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการต่างๆ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายวงการ ทั้งทางการแพทย์ ทางการเกษตร ด้านอาหาร และด้านสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างทางการแพทย์คือ เครื่องมือขนาดเล็กที่ผู้คนสามารถใช้เก็บและวิเคราะห์ข้อมูล DNA ได้ด้วยตนเองอะไรแบบนั้น

7. SpaceTech

ถึงอย่างไรผู้คนก็ยังไม่เคยละความพยายามที่จะออกสำรวจท่องจักรวาลและอวกาศในทุกซอกทุกมุม และคุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีองค์กรหรือบริษัทอื่นๆ ออกสำรวจอวกาศ ค้นหาทรัพยากรธรรมชาติทางอวกาศ วิเคราะห์ข้อมูลจากอวกาศเช่นเดียวกับองค์การนาซ่าอีกมากมายหลายบริษัท  

 

8. Energy

ปฏิเสธไม่ได้ว่าพลังงานมีความสำคัญต่อทุกคนบนโลกใบนี้  โดยเฉพาะเรื่องของพลังงานสะอาดที่กำลังมีบทบาทและมีการแข่งขันสูง รวมถึงการพัฒนาด้านประสิทธิภาพให้สูงขึ้น ทว่ามีราคาที่ต่ำลง แผงโซลาร์เซลล์ พลังงานลม พลังงานน้ำ การแลกเปลี่ยนและจัดการพลังงาน ฯลฯ ทั้งหมดนี้จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และการต่อยอดเป็น Startup หน้าใหม่ด้านพลังงานก็เป็นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ที่มา :

www.thaibiotech.info

          www.ict.mahidol.ac.th

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

Hima in the rain

อดีตนักเรียนศิลปะที่หลงรักการอ่าน ชื่นชอบการเขียน เพียรฝึกทำอาหาร สนใจใคร่รู้เรื่องราวต่างๆ รอบตัว การใช้ชีวิต กิน ดื่ม เที่ยว ระบบการศึกษาในสังคม เรื่องราวปฏิสัมพันธ์ของผู้คนทั้งในโลกยุคเก่าและโลกยุคใหม่อันมีเสน่ห์ที่แตกต่างแต่สามารถเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าถึงซึ่งกันและกัน