Home / Youinspire / Venmo แอปโอนเงิน ไม่มีค่าธรรมเนียม

Back

Venmo แอปโอนเงิน ไม่มีค่าธรรมเนียม

1 year ago

Venmo คือแอปโอนเงินให้กัน ไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่ต้องรู้เบอร์หรือเลขบัตรประชาชน

 

ผมกลับมาอยู่เมืองไทยได้เกือบปี เวลาเจอเพื่อนที่เรียนด้วยกันที่อเมริกา หรือจบจากอเมริกา ทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

 

“อยากให้มีแอปอย่าง Venmo ที่ไทย”

 

ช่วงเป็นนักศึกษา MBA ที่ Kellogg School of Management เป็นช่วงเวลาที่ต้องโอนเงินให้เพื่อนบ่อยสุดแล้ว

 

เวลาไปทริปกัน ก็ต้องมีคนจ่ายค่าโรงแรมค่ารถหรือค่ากิจกรรมไปก่อน แล้วค่อยหารกัน เวลาไปกินข้าวกันเป็นกลุ่ม หลายร้านจะรับบัตรเครดิตไม่เกินสี่ใบต่อโต๊ะ คนในโต๊ะก็ต้องไปจัดการกันเอง และเวลาแชร์ค่าใช้จ่ายกับรูมเมท

 

ยิ่งที่อเมริกาคนส่วนใหญ่ไม่พกเงินสด พกแต่บัตรเครดิต การจ่ายเงินให้กันระหว่างเพื่อน ถ้าเป็นแบงก์เดียวกันก็ต้องขอรายละเอียดเบอร์บัญชี ถ้าต่างธนาคารก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม

 

ถ้าใช้ PayPal ก็ต้องรู้อีเมลของคนที่จะโอนให้ และตัวแอปก็ใช้งานยาก และต้องใส่รหัสทุกครั้ง

 

หลังจากโอนเงินให้เพื่อนผ่านแอปธนาคารและ PayPal มาสักพัก ผมก็ได้รับการบอกต่อจากเพื่อนให้ใช้ Venmo

หลังจากนั้นคำว่า Venmo ก็เป็นคำกริยาที่เราใช้เวลาโอนเงินให้ เช่น Just Venmo me เหมือนคำว่า Google

 

Venmo ทำให้การโอนเงินระหว่างกันเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด ฟรี และสนุก!

 

เวลาเริ่มใช้นั้นง่ายมาก แค่ดาวน์โหลดแอป ลงทะเบียนผ่าน Facebook และกรอกข้อมูลและรหัสเพื่อลิงก์กับ Online Banking หรือบัตรเดบิต

 

ตอนใช้โอนเงินให้เพื่อนครั้งแรก ผมรู้สึกทึ่งกับความง่ายในการโอนเงินที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน แค่เริ่มพิมพ์ชื่อของคนที่เราต้องการจะโอนเงินให้   Venmo จะโชว์ชื่อเพื่อนบน Facebook ของเราที่เหมือนกับตัวอักษรที่เราค้นหา

 

 

หลังจากนั้น ผมก็ระบุจำนวนเงินที่ต้องการ และกดปุ่มจ่าย

 

ถ้าทำแค่นี้ แอปจะไม่ให้ผ่าน เพราะแอปบังคับใส่ตัวอักษรอย่างน้อยหนึ่งตัวบนช่องอธิบาย What’s it for?

 

หลังจากใส่รายละเอียดแล้วก็กดปุ่ม Pay

 

เพียงแค่นี้เงินก็จะไปปรากฏบนบัญชี Venmo ของเพื่อน ซึ่งผู้รับสามารถโอนเข้าบัญชีธนาคารได้และเงินจะเข้าบัญชีประมาณหนึ่งวัน

 

ไม่ต้องจำเบอร์บัญชีหรือเบอร์มือถือ ไม่ต้องกดรหัสเพื่อยืนยันความปลอดภัย

 

ไม่ใช่แค่จ่ายเงิน แต่ Venmo ยังมีปุ่ม Request ให้เราสามารถบอกให้เพื่อนจ่ายเงินให้เราได้ ตอบโจทย์เวลาทวงเงินมากๆ  ^_^

 

ปุ่มนี้อยู่ติดกับปุ่ม Pay ทำให้หลายครั้งแทนที่จะ Request เรากลับ Pay ทำให้ต้องไป Request เพิ่มเป็นสองเท่า

 

ด้วยความที่แอปเป็นแอปที่ต้องมีผู้รับเงินหรือส่งเงิน เมื่อเราชอบใช้แอปนี้ เพื่อนของเราก็จะต้องใช้ตาม

 

Venmo เข้าใจในส่วนนี้ดีและออกแบบให้ผู้ใช้สามารถส่งเงินให้คนที่ไม่ได้เป็นเพื่อนกับเราบน Facebook หรือยังไม่มี Venmo เราสามารถโอนเงินโดยใช้อีเมลหรือเบอร์โทร.

 

อีกฟีเจอร์ที่เจ๋งของ Venmo คือ การโชว์ว่าเพื่อนคนไหนจ่ายให้ใครบ้าง โชว์รายละเอียดใน What’s it for แต่ไม่โชว์จำนวนเงิน คล้าย News Feed ของ Facebook ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนให้คนอื่นไม่เห็นได้

 

สิ่งนี้ทำให้ Venmo มีความเป็น Social คนอยากรู้ว่าคนอื่นทำอะไร เพิ่มลูกเล่นความสนุก ให้ไม่เป็นแค่แอปจ่ายเงินทั่วไป

ด้วยความเป็น Viral ในตัวเองและการใช้งานที่ง่ายและตอบโจทย์การโอนเงินให้เพื่อนทุกอย่าง Venmo จึงประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

 

ตัวแอปเองใช้เวลาในการพัฒนานานอยู่และทดสอบให้คนใช้ในวงจำกัด Beta Launch กว่าสองปี เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถเชื่อมต่อกับ Online Banking และบัตรเครดิตและเดบิตของทุกที่ในอเมริกา และสามารถโอนเงินได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด

 

ภายในสี่เดือนหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการและโฟกัสไปที่กลุ่มนักศึกษาซึ่งประสบปัญหาที่ตัวแอปสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ตัวแอปมีผู้ใช้หลักแสนและมีเงินโอนกว่า 10 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน และถูกซื้อโดย Braintree ฟินเทคสตาร์ทอัพด้านระบบชำระเงินออนไลน์ ด้วยมูลค่ากว่า 24 ล้านดอลลาร์ ในเดือนสิงหาคม 2012

 

ถึง Venmo จะยังไม่มีรายได้และยังไม่มีแผนหารายได้ แต่ด้วยตัวเลขผู้ใช้ที่เติบโตอย่างน่าทึ่งและการเป็นโปรดักที่ใช้โอนเงิน การหารายได้คงไม่ใช่เรื่องยาก

 

 

ภาพประกอบ : en.wikipedia.org

brand.venmo.com

 

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

มาโนช พฤฒิสถาพร

ไมค์เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ทำสตาร์ทอัพทั้งในไทยและอเมริกา หลังจบ MBA จาก Kellogg School of Management ผ่านการสมัครงานบริษัทเทคโนโลยีในตำแหน่งด้านธุรกิจมามากกว่า 3,000 งาน ศึกษาบริษัทเตรียมตัวสัมภาษณ์ไปกว่า 200 บริษัท จนสุดท้ายมาได้งานที่ Credit Karma บริษัทสตาร์ทอัพมูลค่าแสนล้านที่ SF ด้วยความสนใจด้านสตาร์ทอัพในระดับลงลึก ตอนนี้จึงกลับมาทำสตาร์ทอัพด้านแฟชั่นที่ไทย Fred & Francis พร้อมกับเขียนหนังสือไปด้วย เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและผลงานสตาร์ทอัพเจ๋งๆ จากทุกมุมโลก ก่อนหน้านี้มีงานเขียนออกมาแล้วเล่มแรกคือ A Dream To Die For ล้ม 3000 ครั้งเพื่อชนะฝันเดียว