Home / Youinspire / ปรับโหมดชีวิต Work Life Balance
ด้วยการสร้าง 5 นิสัยดีๆ ให้ตนเองซะใหม่

Back

ปรับโหมดชีวิต Work Life Balance
ด้วยการสร้าง 5 นิสัยดีๆ ให้ตนเองซะใหม่

1 month ago

ชีวิตที่หลายๆ คนปรารถนา หาใช่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ แต่คือชีวิตที่สมดุลทั้ง 2 โหมด คือ Work & Life

การทนทุกข์กับทำงานแข่งขันกับเส้นตายที่แทบไม่ได้พัก การทำงานได้โล่ ได้เหรียญ ได้เงินทอง แต่สิ่งที่ต้องแลกไปคือเวลาและสิ่งสำคัญในชีวิตที่ขาดหาย   อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่คุณสามารถลิขิตชีวิตให้ตนเองได้ คือการจัดฮวงจุ้ยให้ชีวิตตัวเอง

เรามีเทคนิคปรับโหมดชีวิต Work Life Balance มาฝาก   

สร้าง 5 นิสัยดีๆ ให้ตนเองเสียใหม่

เพื่อปรับโหมดชีวิต  Work Life Balance  

 

1. จัดลำดับความสำคัญ

ชีวิตต้องเลือก ถ้าคุณกำลังสนใจงานใหม่สามชิ้นที่ต้องกินเวลาในชีวิตคุณมากกว่าปกติ  ให้เลือกแค่ชิ้นหนึ่งที่คุณรู้สึกชอบมากเป็นพิเศษ เช่นเดียวกันในการใช้ชีวิตประจำวันที่บ้าน คุณเพียงแค่เลือกในสิ่งที่คุณคิดว่าดีที่สุดแล้วทำมันออกมาให้ดี ก็เท่านี้เอง

 

2. จัดแบ่งเวลาระหว่างการทำงาน – เวลาว่างให้ดีในระหว่างอาทิตย์

การจะทำงานตลอดเพื่อให้ทันเส้นตาย และขยันทำงานเพื่อให้มีความเจริญก้าวหน้า นับเป็นเรื่องราวที่ดี  แต่ในบางครั้งก็ต้องมีบ้างที่คุณต้องบังคับตัวเองให้ ‘หยุด’ ถ้าคุณกำลังมองหาความสมดุลในชีวิต คุณต้องรู้จักคีย์เวิร์ดคำนี้ “หยุด!”  ลองแบ่งวันหนึ่งวันเพื่อให้เวลากับครอบครัวบ้าง เพื่อให้ผ่อนคลายจากความเครียดในการทำงาน และวันนั้นให้เป็นวันที่คุณจะไม่หยิบจับสิ่งที่เรียกว่างานตลอดทั้งสัปดาห์อีกเลย

สำหรับนักธุรกิจบางคน เขาเลือกให้วันอาทิตย์เป็นวันที่เขาจะใช้สมองอีกหนึ่งซีก เช่น ทั้งสัปดาห์เขาใช้สมองซีกซ้ายในการคิดวิเคราะห์งาน วันอาทิตย์จะเป็นวันที่เขาใช้สมองซีกขวาในการวาดภาพเฟรมผ้าใบโดยไม่จับคอมพิวเตอร์สักครั้ง

 

3. วางแผนช่วงเวลางานยุ่งที่สุดให้ดีที่สุด

แน่นอนว่าเราจะมีช่วงเวลางานที่ยุ่งแบบสุดๆ อาจจะกินเวลาเป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือนๆ และนอกจากนั้นยังจะต้องแบกรับแรงกดดันและความตึงเครียดอีกเป็นจำนวนมหาศาล แต่แทนที่จะมานั่งเครียดกับช่วงเวลาดังกล่าว ทำไมเราไม่เซ็ตช่วงเวลานั้นๆ ขึ้นมาเองเลยล่ะ แล้วโฟกัสกับสิ่งนั้นให้ทุ่มสุดตัว ยกตัวอย่างเช่น เดือนมีนาคมและเมษายนชีวิตนักบัญชี อาจจะเป็นช่วงเดือนที่คุณคิดไว้แล้วว่าจะต้องยุ่งแบบสุดๆ  ช่วงปลายปีชีวิตเหล่าคนออแกไนเซอร์ ครีเอทีฟอีเวนต์ก็จะยุ่งสุดๆ เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องจัดสรรเวลาทุกอย่างให้ลงตัว งดเว้นการทำกิจกรรมที่จะรบกวนเวลาการทำงาน เพื่อที่คุณจะได้มีเวลาในการทำงานชิ้นนั้นๆ ให้เสร็จมากขึ้น

 

4. หาโอกาสในการทำงานจากที่บ้าน

เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดภาระหน้าที่จากที่ทำงานลงอีกทางหนึ่งและทำให้คุณมีช่วงเวลาว่างที่มากขึ้นด้วยการหาโอกาสหรือเวลาในการทำงานจากที่บ้านสักช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะสักวันสองวันหรือหนึ่งอาทิตย์ก็แล้วแต่ แต่ก็ใช่ว่าทุกอาชีพหรือสายงานจะสามารถทำงานจากระยะไกลได้ แต่ทุกอย่างก็สามารถจัดสรรได้ หรือลองใช้เทคนิคขโมยเวลาวันละ 1 ชั่วโมง ในการค่อยๆ ทำสะสางงานที่คั่งค้าง คุณอาจจะพบว่าใน 2-3 วันนั้น คุณจะได้งานที่สำเร็จหนึ่งชิ้นก็เป็นได้

 

5. ใช้เวลาในช่วงพักร้อนทั้งหมด

จุดประสงค์หลักของวันลาพักร้อนนั่นก็คือการได้ให้คุณได้หยุดพักและผ่อนคลายจากการทำงาน  แม้ว่าชาวอเมริกันมากกว่า 1 ใน 5 เลือกที่จะปล่อยวันเหล่านั้นให้พ้นๆ ไปก็ตาม แต่การใช้วันหยุดพักร้อนมันก็ช่วยให้คุณได้มีเวลาส่วนตัว ได้ใช้เวลาพวกนั้นกับเพื่อนๆ หรือครอบครัว เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่จะทำให้คุณได้ทิ้งความเครียดจากการทำงานซึ่งถือว่าสำคัญมากเช่นกัน

 

ยิ่งคุณหาความสมดุลในการใช้ชีวิตและการทำงานได้ดีเท่าไร คุณจะพบว่างานประจำของคุณจะลื่นไหล ทุกอย่างดูง่ายดายถ้าจัดสรรชีวิตให้เป็น

 

เรียบเรียงจากบทความ Adopt these habits to achieve work life balance this year

ที่มา: https://www.fastcompany.com

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

วีรภา ดำสนิท

Writer before sunset , Mommy before sunrise.