Home / Youinspire / 3 กิจวัตรง่าย ๆ เพิ่มประสิทธิผลทางธุรกิจ

Back

3 กิจวัตรง่าย ๆ เพิ่มประสิทธิผลทางธุรกิจ

2 years ago

ความซับซ้อนเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลต่อการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเป็นอะไรที่ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนก็จะสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วเต็มประสิทธิภาพ  แต่ถ้ายิ่งซับซ้อนมากเท่าไรก็จะยิ่งยุ่งยากและทำให้เกิดความเข้าใจผิดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น  และเอาจริง ๆ แล้วคนเราไม่ได้กลัวงานหนักหรอก แต่สิ่งที่กลัวมากกว่าคือ “ความล้มเหลว” ต่างหาก ยิ่งถ้ามองไม่เห็นหนทางที่จะประสบความสำเร็จด้วยแล้ว บรรดาลูกทีมหรือเพื่อนร่วมงานก็อาจจะพากันท้อแล้วยอมแพ้ในที่สุด  ดังนั้น หนึ่งในความท้าทายใหญ่ยิ่งในวงการธุรกิจก็คือทำอย่างไรที่จะกำจัดความซับซ้อนเหล่านั้นออกไปได้ และทำให้เราสามารถไปยังจุดหมายที่วางไว้ได้ตามหวัง

นี่คือขั้นตอนง่าย ๆ 3 ขั้นตอนที่จะช่วยคลี่ปมซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งขึ้น

 

1. คุยกับเพื่อนร่วมงานเรื่องวิธีแก้ไขปัญหาด้วย “ดินสอ”

ในทุก ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น จะต้องมีอย่างน้อยหนึ่งวิธีที่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นได้อย่างง่ายดาย แต่ส่วนใหญ่ มักเป็นเรื่องที่ถูกมองข้าม  เพราะเหตุนี้เราจึงควรต้องเช็กให้รอบคอบก่อนว่าวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวนั้นยังพอจะมีวิธีอื่นอีกหรือไม่ ไม่ใช่หยุดทันทีที่พบวิธีแก้ข้อแรก

ยกตัวอย่างง่าย ๆ ให้เห็นภาพชัดสุดจากกรณีของ NASA ที่พยายามค้นหาวิธีที่จะทำให้ปากกาสามารถเขียนได้ในสภาวะไร้น้ำหนักอย่างบนดวงจันทร์  จึงลงทุนจ้างเหล่าผู้ชำนาญด้านปากกามาเพื่อค้นคว้าวิจัย ซึ่งต้องเสียงบประมาณไปราวๆ 1 ล้านเหรียญ และใช้เวลาถึงหนึ่งปี แต่ชาวรัสเซียกลับใช้เพียงแค่ “ดินสอ”

เพราะอย่างนี้ การหาวิธีแก้ปัญหาหลาย ๆ ทางจึงมีความจำเป็น  หากพบว่าวิธีไหนง่ายที่สุดและดีที่สุดก็เลือกทางนั้นโลด

 

 

2. ท้าทายเหล่าผู้เชี่ยวชาญ

อย่างที่ทราบกันดีว่าผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายมักจะทำอะไรให้ดูซับซ้อนเข้าไว้ เพื่อที่จะได้แสดงให้คนอื่นเห็นว่าตนเองนั้นเจ๋ง หรือฉลาด แต่หากผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้รู้วิธีที่จะทำให้คนอื่น ๆ เข้าใจในปัญหา สามารถแก้ไขหรือท้าทายปัญหานั้นได้ นั่นคงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด  

แต่บรรดาเหล่าผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายมักไม่ค่อยเป็นอย่างนั้นสักเท่าไร เวลาพยายามอธิบายอะไรก็ยิ่งเหมือนกับเป็นการขุดหลุมฝังตัวเอง เพราะเราไม่มีทางเข้าใจได้เลยว่าเขากำลังอธิบายถึงอะไร ซึ่งในกรณีแบบนี้ถ้าพวกเขาไม่สามารถเข้าใจถึงทางแก้ปัญหาและวิธีแก้ไข เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะสามารถแก้ปัญหาได้ และที่สำคัญไปกว่านั้น คือเราจะสื่อสารให้เข้าใจกันได้อย่างไรว่าแต่ละฝ่ายต้องการอะไร

เพราะฉะนั้นการอธิบายด้วยคำพูดที่สามารถเข้าใจได้ง่าย จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการดำเนินงาน

อย่างที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวไว้ว่า

 ถ้าคุณไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดง่าย ๆ ได้ แสดงว่าคุณเองยังเข้าใจมันได้ไม่ดีพอ”

 

3. คิดซะว่าคุณเหลือเวลาอีกแค่ 20% จากกำหนดเดิม

ข้อดีของวิธีนี้คือ  เราไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้มันแตกต่างไปจากเดิม เพราะเดิมทีเราก็มักจะใช้เวลาทำงานหรือทำอะไรเพียงแค่ 5 – 10 นาทีตามเวลาที่กำหนดอยู่แล้ว แต่เมื่อคิดว่าเรามีเวลาทำอยู่เพียงแค่ 20% จากเดิม นั่นจะทำให้เราต้องมานั่งคิดแล้วคิดอีก ว่าเราจะดำเนินการมันอย่างไรให้ออกมาดีที่สุด

และด้วยวิธีคิดแบบนี้เองที่จะเริ่มทำให้คุณคิดออกนอกกรอบ ทั้งยังช่วยเพิ่มทักษะความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงการแก้ปัญหาไปด้วยในตัว ซึ่งเอาจริงๆ ก็ไม่ได้กำหนดไว้แน่นอนหรอกว่าต้อง 20% ตลอด  แต่แน่นอนว่ามันทำให้คุณได้ท้าทายตัวเองมากขึ้น รวมไปถึงการเปลี่ยนมุมมองต่อสิ่งต่างๆ และอาจจะทำให้คุณเห็นวิธีอะไรง่ายๆ ที่เคยมองข้ามไปมากขึ้น

ริชาร์ด แบรนสัน กล่าวเอาไว้ว่า  ความซับซ้อนนั้นคือศัตรูตัวฉกาจ และความสิ้นคิดอาจจะนำพาไปสู่ความยุ่งเหยิง ซึ่งยิ่งยากที่จะแก้ไขให้บางอย่างง่ายขึ้น”

 

อยากให้ลองทำตาม 3 ขั้นตอนง่ายๆ นี้ เพื่อช่วยลดความยุ่งเหยิงที่จะเกิดขึ้นและสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้ง่ายขึ้น ซึ่งผลดีที่จะได้ตามมานั้นก็ไม่ได้อยู่เฉพาะเพียงกับตัวคุณเท่านั้น หากยังรวมไปถึงบรรดาเพื่อนร่วมงานและลูกทีมของคุณด้วยนั่นเอง

ที่เขาว่า Less is more  ยิ่งซับซ้อนน้อยเท่าไร ยิ่งเวิร์กมากเท่านั้น นี่แหละจริงที่สุด

 

ที่มา : inc.com โดย Gordon Tredgold

เรียบเรียง : M Bro.

Share this item