Home / Youinspire / 7 วิธีง่าย ๆ เพื่อการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์

Back

7 วิธีง่าย ๆ เพื่อการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์

2 years ago

ความฉลาดทางอารมณ์คือสิ่งที่ทำให้ผู้นำที่ยิ่งใหญ่แตกต่างจากคนอื่นๆ  พวกเขารู้จักตัวเองเป็นอย่างดี รู้ว่าจะต้องควบคุมตัวเองอย่างไร และยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเองในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ อีกด้วย

บรรดาผู้นำที่โดดเด่นเหล่านี้จะอยู่เหนือการแข่งขัน และพยายามสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกทีมเพื่อทำสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ให้เกิดขึ้นได้จริง นอกจากการเข้าใจว่าอารมณ์สามารถส่งผลต่องานจะเป็นเรื่องสำคัญแล้ว การเข้าใจว่าอารมณ์ของคุณสามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของทีมนั้นยังเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า

แล้วเราจะสามารถพัฒนาสมองของเราให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นในเรื่องนี้ได้อย่างไร? Chris Dessi CEO แห่ง Silverback Social  แนะนำให้คุณลองฝึกฝนตามขั้นตอนง่ายๆ  ต่อไปนี้คือวิธีการเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้คุณพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของตนเองเพื่อให้การทำงานเป็นทีมได้ผลดียิ่งขึ้น  

 

1. ถามตัวเองว่าคุณต้องการเป็นผู้นำแบบไหน

ลองนึกภาพว่า มันจะเจ๋งแค่ไหนถ้าคุณสามารถเป็นผู้นำที่ดีได้ แล้วลองคิดดูว่าผู้นำที่ดีที่คุณนึกภาพเอาไว้นั้นเป็นอย่างไร อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาเป็นผู้นำที่ดี ถ้าหากว่าคุณสามารถนึกภาพว่าผู้นำคนนั้นเป็นอย่างไรในโลกแห่งจินตนาการของคุณได้อย่างชัดเจน แล้วมาพิจารณาถึงภาพในปัจจุบันของคุณควบคู่กันไป คุณก็จะสามารถระบุจุดอ่อนของตัวเองได้ จากนั้น ให้คุณใช้มันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาตนเอง

 

2. ท้าทายตัวเองในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

ผมชอบที่จะเปลี่ยนแปลงในสิ่งเล็กๆ ก่อน ถ้าพวกผมสามารถเข้าร่วมคลาส CrossFit ครั้งแรกได้ ผมก็จะสามารถไปเข้าร่วมคลาสได้ในครั้งถัดไป ถ้าหากผมกล้ายอมรับจุดอ่อนของตัวเองและมองให้ทะลุว่าผมจะรับมือกับสถานการณ์ยากลำบากนั้นได้อย่างไร ผมก็คิดว่าผมจะสามารถผลักดันตัวเองให้ทำตามที่ผมคิดได้ในชีวิตจริง

นึกภาพตัวคุณเองว่าคุณจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงหรือความท้าทายต่างๆ ได้อย่างไร พยายามผ่อนคลายกับสถานการณ์ในจินตนาการเหล่านี้ เมื่อคุณต้องเผชิญหน้ากับมันในชีวิตจริง คุณจะพบว่าเรื่องมันจะยิ่งง่ายลงไปอีกด้วยซ้ำ

 

3. ยอมรับความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากเพื่อนของคุณ

ถ้าหากคุณมีเพื่อนร่วมงานที่กำลังมองหาความก้าวหน้าในสายอาชีพเช่นเดียวกันกับคุณ ให้ลองขอความช่วยเหลือจากพวกเขา และถ้าหากว่าพวกเขาเป็นเพื่อนของคุณนอกเวลางานด้วย ผมถือว่านี่เป็นเรื่องที่ดีเลยทีเดียว การได้รับคำวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาเป็นสิ่งสำคัญต่อความก้าวหน้าของคุณ

ผมและเพื่อนร่วมงานต่างก็เป็นคนตรงไปตรงมา จริงใจ แต่ก็ไม่เคยเกรี้ยวกราดกับอีกฝ่าย ความเชื่อใจนี้ช่วยให้พวกเราสามารถเติบโตขึ้นได้โดยไม่ทำร้ายจิตใจของกันและกันด้วย

 

4. ออกจากออฟฟิศ และลองคิดจากมุมมองใหม่ๆ บ้าง

ลองออกไปทำงานนอกสถานที่ หรือคิดเรื่องงานระหว่างที่คุณกำลังชมเกมกีฬาอย่างผ่อนคลายอาจจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณหลุดออกจากพฤติกรรมเดิมๆ ในการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานของคุณ วิธีการนี้จะช่วยให้คุณได้ลองใช้วิธีการสื่อสารแบบใหม่ๆ และมันยังอาจทำให้พวกคุณได้แบ่งปันเสียงหัวเราะให้แก่กันอีกด้วย

 

5. เสริมสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง

คุณต้องประเมินตนเองตามความเป็นจริง และให้รางวัลกับตัวเองเมื่อคุณสามารถเอาชนะบางสิ่งบางอย่างได้ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่เล็กที่สุดก็ตาม ถ้าคุณรู้ว่าเส้นตายที่กระชั้นชิดจะทำให้คุณเครียด คุณก็ต้องวางแผนและจัดการเวลาของคุณให้ดียิ่งขึ้น 

ผ่อนคลายกับคำวิจารณ์ ด้วยการเปิดรับคำวิจารณ์ที่จะช่วยให้คุณพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ มันอาจจะฟังดูน่าอึดอัด   แต่ถ้าคุณสามารถรับมือกับมันได้ (แม้ว่าอาจจะเจ็บปวดสักหน่อย)  คุณก็จะสามารถพัฒนาตนเองได้จากจุดอ่อนของคุณเช่นกัน

 

6. พัฒนาความน่าเชื่อถือของตัวเองด้วยการควบคุมปฏิกิริยาทางอารมณ์

แทนที่จะดุด่าทีมของคุณเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานที่ย่ำแย่ ให้คุณลองถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อมองให้ละเอียดถึงสาเหตุที่แท้จริงของการทำงานที่ต่ำกว่ามาตรฐาน เมื่อตอนที่ผมเปิดเอเจนซี่ ผมสังเกตว่าทีมของผมทำงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานเพราะว่าผมไม่อยู่ในออฟฟิศบ่อยเกินไป ผมจึงเริ่มประเมินสถานการณ์ และปรับตารางของตัวเองตามที่เห็นสมควร 

 

7. ใช้ประโยชน์จากการติดต่อทางอารมณ์

คุณเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “เมื่อคุณยิ้ม โลกทั้งใบก็ยิ้มให้กับคุณ” หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นความฉลาดทางอารมณ์ที่สูงหรือต่ำ แต่สิ่งนั้นจะแพร่กระจายไปทั้งบริษัทเหมือนกับไฟป่า ถ้าหากว่าคุณทำงานโดยการตระหนักรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นๆ ทีมของคุณก็จะได้รับอิทธิพลจากสิ่งที่คุณเป็น และปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน

 

การพัฒนาตนเองไปอีกขั้นอาจไม่ได้มาโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่สิ่งหนึ่งที่คุณจะพบเห็นได้จากบรรดาผู้นำที่ยิ่งใหญ่คือพวกเขาจะยังสามารถมองโลกในแง่บวกได้ภายใต้สถานการณ์เหล่านี้

 

 

ที่มา :  www.inc.com โดย Chris Dessi  

เรียบเรียง : Som-O

Share this item